สุธาวัลย์ ตราชู จุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่หวังผลยิ่งใหญ่ 

  • วันที่ 22 พ.ค. 2561 เวลา 12:13 น.

สุธาวัลย์ ตราชู จุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่หวังผลยิ่งใหญ่ 

โดย...มัลลิกา นามสง่า

เรียกว่าเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัว เวลาที่มีหมดไปกับการทำงานและดูแลครอบครัวก็ว่าได้ จึงไม่แปลกที่ไม่ค่อยมีใครคุ้นหน้า “อีฟ-สุธาวัลย์ ตราชู” ในแวดวงสังคมหรือตามพื้นที่สื่อมากนัก ทั้งๆ ที่เธอมีตำแหน่งเป็น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวอรีน่า อินเตอร์เนชั่นแนล หรือถ้าเรียก อีฟแอนด์บอย คงเป็นที่คุ้นหูมากกว่า

ผู้หญิงคนนี้ คือ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งอีฟแอนด์บอย สาขาแรก ณ จ.มหาสารคาม ซึ่งเป็น Multi Brand Cosmetics Store ที่ได้รับความนิยมจนมาสู่กรุงเทพฯ หลายสาขา 

นับตั้งแต่ศึกษาจบหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2547 สุธาวัลย์ก็เริ่มสร้างธุรกิจของตัวเอง โดยต่อยอดมาจากธุรกิจของครอบครัวที่เป็นร้านค้าขายปลีก แต่เธอกับน้องชายเน้นไปที่ความสวยความงาม

ระหว่างเรียนหนังสือมัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนผดุงนารี ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนสารคามพิทยาคม จ.มหาสารคาม เธอช่วยงานที่บ้านตลอด ทำให้ซึมซับงานบริการ และรู้รายละเอียดของการค้าขาย

แม้กระทั่งเข้ามาศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชา เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เธอก็ยอมนั่งรถทัวร์กลับบ้านทุกวันศุกร์ เพื่อไปช่วยพ่อแม่ขายของ เธอสนุกและมีความสุขที่ได้ใช้เวลาที่บ้าน ซึ่งให้ความสงบอบอุ่น

ด้วยความรักในถิ่นเกิด เมื่อก่อตั้ง เวอรีน่า ร่วมกับสามี รศ.ดร.ณฐนนท์ ตราชู (Ph.D. In Food Science, University of Georgia, USA ผู้วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตัวเอง ร่วมกับโรงงานผู้ผลิต) ที่ตั้งของบริษัทจึงเลือกที่ จ.มหาสารคาม ไม่เข้ากรุงเฉกเช่นแบรนด์อื่น

“เห็นหลายประเทศบริษัทใหญ่ๆ อยู่ตามต่างจังหวัด แต่มีชื่อเสียงระดับประเทศและส่งสินค้าออกไปขายทั่วโลก ก็เป็นจุดเริ่มต้นหนึ่งที่อีฟอย่างให้บริษัทของเราเป็นแบบนั้น อีฟเลือกตั้งบริษัทห้องวิจัยที่มหาสารคาม อยากให้ทุกคนรู้จักว่า สินค้าเวอรีน่า อยู่ที่ จ.มหาสารคาม

เรามีพื้นที่ทำออฟฟิศที่กรุงเทพฯ แต่อีฟให้เป็นสาขาย่อย ถ้าสาขาใหญ่ ต้องที่มหาสารคาม พนักงานในบริษัทเป็นคนในพื้นที่ ทำให้เกิดการจ้างงาน เขาไม่ต้องไปกรุงเทพฯ แต่ปัญหาที่เจอตอนก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ คือ คนเก่งๆ ไปทำงานที่กรุงเทพฯ หมด เราก็ต้องค่อยๆ พัฒนาบุคลากรของเรา จากเมื่อ 9 ปีก่อนมีไม่กี่คน ตอนนี้มีพนักงานเป็นร้อย

ข้อดีก็มี ข้อเสียพนักงานที่นี่ค่อนข้างสโลว์ไลฟ์ อาจเป็นเพราะสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต เราก็ต้องคอยกระตุ้น ถึงเราเป็นบริษัทอยู่ต่างจังหวัดแต่ตอนนี้การแข่งขันธุรกิจด้านนี้สูงมาก เราต้องพัฒนาทุกอย่าง

อีกเหตุผลหนึ่งที่ตั้งบริษัทในพื้นที่ จ.มหาสารคาม อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นโลคัลแบรนด์ ที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ อีฟไปต่างประเทศแล้วเห็นผลิตภัณฑ์ไทยวางขาย รู้สึกภูมิใจ อยากให้ผลิตภัณฑ์ของเราไปสู่จุดนั้นบ้าง ซึ่งก็เป็นแผนในอนาคต”

เรื่องความสวยความงามรวมถึงสุขภาพที่ดีเป็นสิ่งที่ผู้คนให้ความสำคัญ เทรนด์การค้าทางนี้จึงมีการเติบโตสูง คู่แข่งก็มากขึ้น มองอีกมุมเป็นโอกาสของผู้บริโภค แต่อีกมุมสินค้าหลากหลายวางขายเกลื่อนตลาด อะไรคือดีไม่ดี

“สุขภาพดีจะแสดงออกด้วยความงามในหลายๆ ด้าน ทั้งอารมณ์ ผิวพรรณ หน้าตา ความสวยกับสุขภาพดีต้องควบคู่และไปพร้อมๆ กัน จะเอาแต่ผลลัพธ์คือสวยอย่างเดียวไม่ได้ การตั้งต้นด้วยสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น

เวลาของอีฟหมดไปกับการทำงาน เลี้ยงลูก ก็จะมีเวลาส่วนหนึ่งในการดูแลตัวเอง ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่มาก พอเรามีเวลาจำกัดอีฟก็เลือกกิจกรรมที่ให้ผลลัพธ์ทั้ง สุขภาพ ความงาม ความสนุก ผ่อนคลาย รูปร่างที่ดี ไม่ได้ยึดติดว่าต้องทำแบบนี้ตลอด แต่เลือกทำสิ่งที่เราอยากทำ

อย่างตอนนี้อีฟใช้เวลาช่วงเช้า ต่อยมวยและออกกำลังกายกับเทรนเนอร์ แทบไม่รู้สึกว่าออกกำลังกาย รู้สึกว่ากำลังเล่นกับเพื่อน นั่นทำให้สมองได้ผ่อนคลายด้วย

สำหรับการดูแลสุขภาพผิวพรรณ ความงาม อีฟมีหลักว่าสิ่งที่มาจากธรรมชาติดีที่สุด ไม่ใช่ปล่อยผิวหน้าตามยถากรรม แต่พยายามหาความพิเศษที่ธรรมชาติสร้างไว้มาใช้กับผิวเรามากกว่า แล้วพอมันดีจะได้ตอบคนอื่นได้ว่าดีอย่างไรด้วย

ตอนนี้อีฟมองว่าทุกคนหันกลับมารักสุขภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกๆ วันที่ตื่น เราลืมตาแต่ลืมไปว่าอายุก็เพิ่มขึ้น สิ่งที่กระตุ้นให้คนเราสนใจสุขภาพตัวเอง คือวันที่ป่วย แต่พอหายป่วยก็กลับไปทำเหมือนเดิมแล้วก็ป่วยอีก ซึ่งอีฟก็เป็นมาตลอด จึงมองหาความง่ายในการดูแลสุขภาพ

จุดแข็งของบริษัทเราคือ มาตรฐานที่ดี และแนวคิดในการทำธุรกิจของอีฟ คือ ผู้บริโภคต้องได้สิ่งที่ดีที่สุด ปลอดภัยที่สุด ของอะไรที่ต้องเอาเข้าร่างกายต้องสะอาด และปลอดภัยมากที่สุด พร้อมกับประโยชน์ต่อร่างกายที่สามารถดึงไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนั้นสำคัญสุด

เวอรีน่าไม่มีโรงงานผลิตเอง แต่เราจ้างโรงงานผลิต เราเลือกผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านนั้น อย่างบริษัทผลิตมาสก์หน้าเขาผลิตมาสก์หน้าอย่างเดียวมา 30 ปี โรงงานอยู่ที่เกาหลี

นอกจากนี้ อีฟยังมองช่องทางของผลิตภัณฑ์คอสเมติก ซึ่งได้นำออกสู่ตลาดไปบ้างแล้ว และยังมองระบบตัวแทนจำหน่าย หรือที่เรียกว่าพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ กลุ่มนี้มีอิทธิพลมากเพราะการแข่งขันของแบรนด์ที่ค่อนข้างสูง เราทำจุดนี้มาสักพักด้วยแนวคิดที่ว่า อยากขายอะไรขาย ให้เราเป็นส่วนเล็กๆ ของธุรกิจก็พอ ไม่มีผูกขาด

เราไม่ได้แค่ให้ของไปขายนะ แต่เรายังให้วิธีการขายไปด้วย เพราะเมื่อไรที่เขาขายเป็น เมื่อนั้นสินค้าย่อมขายได้ เราไม่ชอบมีคู่แข่ง แต่ชอบมีคู่ค้ามากกว่า ดังนั้นในสภาวะที่การแข่งขันสูงมาก ความใจกว้างสำคัญกว่าส่วนลด อีฟว่ามันยังไปได้และด้วยคำว่าปลอดภัยอันเป็นหัวใจหลักจะสร้างความมั่นคงและยั่งยืนในใจผู้บริโภคไปเอง”

นอกจากธุรกิจด้านอาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงามที่เป็นธุรกิจหลักแล้ว สุธาวัลย์ ยังเป็นนักลงทุนเน้นคุณค่า (Value Investor) สร้างเม็ดเงินให้กับตัวเองด้วยการลงทุนในกองทุนต่างๆ

พื้นเพของการเติบโตในครอบครัวค้าขาย ทำให้สุธาวัลย์ชอบเก็บเงิน และชอบการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเป็นกำไรตั้งแต่ยังเด็ก ชอบอ่านหนังสือทางด้านการเงินประกอบกับศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ ทำให้มีเพื่อนฝูงอยู่ในแวดวงธุรกิจการเงินจำนวนมาก

หนังสือที่สร้างแรงบันดาลใจในเรื่องของการลงทุน คือ หนังสือตีแตก เขียนโดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร และยังชอบฟังรายการวิทยุ ชมรมคนออมเงิน ของ ดร.สุวรรณ วลัยเสถียร นี่เป็นจุดเริ่มต้นและเริ่มสะสมประสบการณ์จากการลงทุนในหุ้นเล็กๆ จนพัฒนาเป็นนักลงทุนเต็มตัว

“ตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีก็เปิดพอร์ตตัวเองซื้อสะสมมาเรื่อยๆ อีฟชอบซื้อหุ้นแบบปันผลในระยะยาว มันคุ้มกว่า เมื่อก่อนพยายามจะเฉลี่ยซื้ออย่างสม่ำเสมอ แต่ตอนนี้ถ้ามีเงินก้อนแล้วสนใจตัวไหนก็ซื้อเลย

ที่สนใจการลงทุน เพราะอีฟรู้สึกว่าที่ผ่านมาเราทำงานหนักมาก เวลากินเวลาเที่ยวเราหายไปกับการทำงานบริษัท ถึงเวลาที่เราต้องให้เวลากับครอบครัวมากๆ ก็เอาเงินไปลงทุนให้เงินทำงานแทนเรา เราได้มีรายได้กลับมาและมีเวลาดูแลครอบครัว

เวลาซื้อจะไม่ได้ดูแต่งบและกราฟ จะดูเทรนด์ด้วย อย่างสินค้ากีฬาแบรนด์นี้มีชื่อเสียงเป็นอันดับหนึ่ง แต่เทรนด์ของแบรนด์อันดับสองกำลังมาก็จะซื้อตัวที่สอง และส่วนใหญ่จะเลือกซื้อตัวที่ฝากผีฝากไข้ไว้ได้ยาวๆ หน่อย เพราะน้อยตัวที่อีฟซื้อมาแล้วรีบขายไป จะถือยาวๆ

มีตัวหนึ่งที่อีฟซื้อ เพราะสินค้าเราไปวางขายที่ร้านเขา ก็เกิดความคิด เราจ่ายให้เขาเราขอเขาคืนบ้างก็ซื้อหุ้นเขา รถยนต์อัลฟาร์ดที่อีฟใช้อยู่ทุกวันนี้ก็ขายหุ้นตัวนี้ไปซื้อ

อีฟว่ามาถูกทาง เพราะลงทุนมา 10 กว่าปีแล้ว เคยลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ไม่เวิร์ก ทุกวันนี้ก็แนะนำคนใกล้ตัวลงทุน แต่บางคนเขาก็ชอบโฟกัสกับการทำงาน”

ผ่านช่วงเวลาทำงานมือเป็นระวิง จนลืมใส่ใจสุขภาพร่างกายตัวเองก็มีมาแล้ว เวลาให้ครอบครัวน้อยลง ตอนนี้เรียกว่าจัดการความสำคัญในชีวิตทุกด้านได้อย่างลงตัวมากขึ้น

“อีฟทำตั้งแต่เริ่มนับจากหนึ่ง จนวันนี้นับไปถึงเท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ อีฟได้เจอในสิ่งที่ท้าทาย การตัดสินใจที่อยู่บนความเสี่ยง สิ่งที่เรียนรู้มีมากมายค่ะ คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จนะ เพราะทุกสิ่งที่ทำออกจากใจทั้งหมด เมื่อทำเสร็จมันก็กลับไปสุขที่ใจ ส่วนสิ่งอื่นคือผลพลอยได้

ถ้าให้คะแนนตัวเองก็คงให้เต็ม แต่พอรู้สึกว่าตัวเองได้เต็ม เพดานคะแนนจะต้องเพิ่มขึ้น เหมือนเราต้องพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ ศักยภาพไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ เลยต้องเพิ่มเพดานความพอใจขึ้นไปพร้อมกัน”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ