‘ทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าเราสนุกกับมัน’ ปิยะวัฒน์ มีนมณี

วันที่ 08 พ.ค. 2561 เวลา 14:00 น.
‘ทุกสิ่งเป็นไปได้ถ้าเราสนุกกับมัน’ ปิยะวัฒน์ มีนมณี
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

นักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ปิยะวัฒน์ มีนมณี หรือดี้ วัย 35 ปี ผู้มีชื่อเล่นพ้องกันกับนักแต่งเพลงรุ่นเดอะ ดี้-นิติพงษ์ ห่อนาค ในความเป็นจริงและสิ่งที่สัมผัสได้คือ การมีอารมณ์ที่ดีเหมือนกัน นอกเหนือจากความร่าเริงและอารมณ์ดี ปิยะวัฒน์ มองตัวเองว่า เขาเป็นคนคิดบวก ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ สิ่งที่เขาท้าทายตัวเองในปีนี้คือ โปรเจกต์ล่าสุดของครอบครัว “เดอะ สเปซ โฮเทล” (The Space Hotel)

กว่าจะรู้จักตัวตนที่แท้ สำหรับบางคนกินเวลายาวนาน หลายคนใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนชีวิตหรือบางคนก็มากกว่านั้น หากสำหรับ ปิยะวัฒน์ เขารู้ตั้งแต่ตัวเองยังเป็นเด็ก สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา (ฮา) อนาคตที่หมายมั่นคือการเป็นนักธุรกิจเหมือนบิดา นักธุรกิจชาวจีนรุ่นเก่า ผู้ใช้ความมานะอุตสาหะเป็นอาวุธ คติของพ่อคือ ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน นี่ล่ะต้นแบบของปิยะวัฒน์

“คุณพ่อเป็นนักธุรกิจที่เก่งและประสบความสำเร็จ ทั้งๆ ที่เริ่มต้นจากศูนย์แต่ใช้ความบากบั่นควบคู่สติปัญญาความสามารถ ฟันฝ่าอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ ได้เห็นต้นแบบและเห็นความสำเร็จของคุณพ่อ นั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมชอบค้าขาย ชอบลงทุน”

โรงแรมเดอะสเปซเป็นธุรกิจใหม่ของครอบครัวมีนมณี ธุรกิจหลักก่อนหน้านี้ ได้แก่ ธุรกิจสิ่งพิมพ์และการผลิตสื่อด้านการศึกษา ต่อมาขยายสายด้านอสังหาริมทรัพย์ พัฒนาอพาร์ตเมนต์ให้เช่า โครงการส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งในเขตภาคเหนือ รวมจำนวน 2,500 ยูนิต

สาเหตุที่สนใจธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมองเห็นศักยภาพของทำเลที่ตั้ง ได้มองเห็นถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจของเขตพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งอัตราการเติบโตสูง โรงแรมเป็นโรงแรมเก่ากลางใจเมืองที่ซื้อต่อมาจากกลุ่มนักธุรกิจในพื้นที่ ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธิน ต.เวียง อ.เมือง พื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง ใกล้กันเป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการ และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

“ด้วยทำเลที่ตั้ง ด้วยตัวโรงแรมเอง และด้วยตลาดนักท่องเที่ยวภาคเหนือ เรามองว่าธุรกิจมีความสดใส”

ปิยะวัฒน์ เล่าต่อไปว่า ความตั้งใจเดิมเมื่อซื้อตัวโรงแรมแล้วก็จะหาทีมบริหาร เพื่อบริหารห้องพักโรงแรมต่อไป หากเมื่อได้มีโอกาสเข้าไปสัมผัสกับทีมพนักงานทั้งหมด ความตั้งใจก็เปลี่ยนทันที จากการได้เห็นว่าพนักงานทุกคนมีความจงรักภักดีต่อตัวโรงแรมอย่างมาก ที่สำคัญมีเซอร์วิสมายด์ที่ยอดเยี่ยม

“ผู้จัดการทั่วไปเดินเข้ามาหาเรา เขาพูดกับเราว่า ยินดีที่จะไม่รับเงินเดือน 2 เดือน เพียงเพื่อขอให้เราเก็บพนักงานทุกคนเอาไว้อย่างเก่า ขออย่าให้เอาคนออก รวมทั้งหัวหน้าช่างและแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ ก็ขอไม่รับเงินเดือนด้วย เจตนารมณ์ของพวกเขาคือความหวังที่ว่าโรงแรมจะได้มีผลประกอบการที่ดี และเราจะได้นำเงินไปปรับปรุงโรงแรมต่อไปได้”

ด้วยความซาบซึ้งและประทับใจในทีมพนักงาน ปิยะวัฒน์ขออนุญาตบิดาว่า อาจไม่จำเป็นที่จะต้องหาคนอื่นเข้าไปบริหารโรงแรมหรอก เขานี่แหละที่อยากทำและอยากบริหารโรงแรมแห่งใหม่นี้เอง เริ่มจากการปรับกลยุทธ์กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ลูกค้าของเดอะสเปซ โฮเทล จะเปลี่ยนเป็นกลุ่มคนทำงานนักธุรกิจ และกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการคุมงบ

ปิยะวัฒน์บอกว่า กลยุทธ์ยังจะชูความแตกต่างของเดอะสเปซ ที่เมื่อเทียบกับโรงแรมในตัวเมืองด้วยกัน มีข้อได้เปรียบเรื่องความกว้างขวางของห้องพักที่ใหญ่กว่า ราคาถูกกว่า มีฟิตเนสและโคเวิร์กกิ้งสเปซสำหรับคนทำงานได้ใช้พื้นที่ร่วมกัน สะดวกสบายและไม่มีค่าใช้จ่าย

เดอะสเปซ โฮเทล เชียงราย มีเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัว ได้แก่ การผสมผสานระหว่างศิลปกรรม-สถาปัตยกรรมท้องถิ่นกับความทันสมัยแนวโมเดิร์น ที่นำมารวมไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อาคารร่วมสมัยจำนวน 6 ชั้น ที่ตอบโจทย์นักเดินทางและนักธุรกิจ (www.thespacehotels.com)

ปัจจุบันโรงแรมอยู่ระหว่างรีโนเวตหรือปรับปรุงภายในใกล้แล้วเสร็จ โดยประมาณเดือน มิ.ย.นี้ ก็จะเปิดดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบ 79 ห้อง ผลการดำเนินงานปีแรกตั้งเป้าจะมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 80% ในระยะยาวมีแผนจะก่อสร้างห้องสัมมนาและห้องประชุมใหญ่เพิ่มเติมที่บริเวณชั้นบนสุด

นอกจากนี้ ยังมีแผนปรับปรุงอาคารด้านหน้าโรงแรม ก่อสร้างเป็นโฮสเทล 2 คูหา สำหรับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็กเกอร์ เป้าหมายคือการต่อยอดขยายกิจการอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัว หากธุรกิจสิ่งพิมพ์และผลิตสื่อการศึกษาก็จะไม่ทิ้ง สัดส่วนธุรกิจในปัจจุบันคือ 50 : 50

ปิยะวัฒน์เล่าว่า ครอบครัวมีพื้นฐานธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์จากอพาร์ตเมนต์ให้เช่า หากความจริงก็คือ ความแตกต่างที่ไม่เหมือนกันเสียทีเดียว รวมทั้งความเสี่ยงทางธุรกิจที่เดิมพันสูงกว่ากันมาก ขณะที่อพาร์ตเมนต์เป็นเสือนอนกิน ผู้เช่าไม่ย้ายออกง่าย จะอยู่อาศัยเป็นเวลานาน ให้ผลตอบแทนในลักษณะของน้ำซึมบ่อทราย แต่โรงแรมเหมือนเสือหิว ที่ต้องล่าเหยื่อให้ได้ตลอดเวลา

“นี่คือสิ่งที่ท้าทายเรา ไฟที่คุโชนอยู่ในใจของเรา”

อุปสรรคและความท้าทาย มองให้เห็นพร้อมกับโอกาส ปิยะวัฒน์เล่าว่า เขามองทุกอย่างในด้านบวก เหมือนจุดขาวที่ย่อมเห็นได้แม้อยู่ในท่ามกลางความมืด มองหาจุดขาวมากกว่าจุดดำ โอกาสในการทำธุรกิจมีเสมอไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยไม่แพนิคตื่นตระหนก แต่มีสติ ตรงเข้าดูรากเหง้าของปัญหา ถ้าแก้ได้ก็แก้ไข ถ้าแก้ไม่ได้ก็ถามผู้รู้ ถามกัลยาณมิตรหรือจะถามพ่อก็ยังได้

สุวัฒน์ มีนมณี บิดาของปิยะวัฒน์ ปัจจุบันในวัย 69 ปี ยังคงทำงานปีละ 365 วัน ปิยะวัฒน์เล่าว่า พ่อสอนลูกทุกคนให้รักในการทำงาน รู้ค่าของเงินทอง ลูกทั้ง 4 คนของพ่อเริ่มทำงานตั้งแต่อายุไม่กี่ขวบ เขาเองเริ่มทำงานเมื่ออยู่ชั้นประถม 3 จำไม่ได้แล้วว่า เงินค่าจ้างจากบิดาก้อนแรกเป็นเงินเท่าไร แต่จำได้ดีถึงความรู้สึกภูมิใจที่ทำงานหาเงินได้ด้วยตัวเอง

“4 คนพี่น้องนั่งทำงานเรียงกันเป็นตับอยู่ในโรงงาน เป็นงานเบาๆ เช่น เก็บเล่มหรือมัดหนังสือเล็กๆ เพื่อนๆ วัยเดียวกันได้เล่นตอนโรงเรียนปิดภาคฤดูร้อน แต่พวกเราทำงานอยู่ในโรงงานของพ่อแม่ จากที่ไม่ชอบก็กลายเป็นสนุก ยิ่งถ้าพวกเราเอาเงินไปฝากแม่ไว้ ถึงวันที่แม่ไปธนาคาร แม่ก็จะคูณสองสมทบเงินฝากให้ด้วย”

คิดดี พูดดี ทำดี ทุกอย่างเป็นการเรียนรู้ตลอดเวลา ปิยะวัฒน์สนุกกับการทำงาน เขาเชื่อว่า งานทุกอย่างสำเร็จด้วยความตั้งใจ และยิ่งสำเร็จได้ง่ายถ้าสนุกกับมัน อุปสรรคแม้มีมาก็ไม่ยากเกินไป ที่จะทะลุทะลวงฝ่าฟัน ปัจจุบันของปิยะวัฒน์คือการทำงานด้วยแพสชั่นที่เต็มเปี่ยม อนาคตคือการขยายกิจการโรงแรมอีก 3 แห่ง ภายใน 5 ปีข้างหน้า

นอกเหนือจากการงานคือชีวิตส่วนตัว ปิยะวัฒน์ยังสนุกกับงานอดิเรก สะสมและลงทุนในรถสปอร์ตคาร์ Porsche Cayman และ Porsche Cayenne เขายังชอบถ่ายภาพแนวพอร์เทรต นอกจากนี้ยังชอบเลี้ยงสัตว์ ชายหนุ่มอยู่ชมรมคนรักปลาอาโรวาน่า เขามีอาโรวาน่าใหญ่ยักษ์หลายตัว รวมทั้งนกแก้วมาคอว์และเต่าดาว อ้อ! อย่าลืมน้องหมา ปอร์เช่กับสกายไลน์ สุนัขคอลลี่สายพันธุ์แท้อีก 2 ตัว

“สนุกที่สุดคือการได้ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทาย ในอนาคตผมยังอยากสร้างคอนโดมิเนียม พัฒนาอาคารชุดพักอาศัยที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแปลกๆ ใหม่ๆ เวลาขับรถไปตามถนนหนทาง ได้เห็นตึกของตัวเองสักแท่ง 2 แท่ง (ฮา) ถือเป็นความใฝ่ฝันส่วนตัวที่ชีวิตนี้ต้องทำให้ได้ สนุกกับมันครับ”