รสสุคนธ์ กองเกตุ ความสำเร็จเริ่มจากสิ่งที่ชอบ

วันที่ 07 พ.ค. 2561 เวลา 11:21 น.
รสสุคนธ์ กองเกตุ ความสำเร็จเริ่มจากสิ่งที่ชอบ
เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว 

แอ็กติ้งโค้ชระดับแถวหน้าของเมืองไทยและฮอตมากในเวลานี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก รสสุคนธ์ กองเกตุ หรือครูเงาะ ไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ ด้วยงานเบื้องหน้าหลายรายการที่คนไทยทั้งประเทศได้ชมผ่านหน้าจอทีวี มีทั้งรายการที่จบไปแล้ว อาทิ ดีว่า เมกโอเวอร์ (Diva Makeover) เสียงเปลี่ยนสวย รายการที่กำลังออกอากาศ เช่น เดอะ โชว์ ซูเปอร์เท็น ซูเปอร์ซิตี้ อัจฉริยะพันธุ์เก๋า ทางช่องเวิร์คพอยท์ และยังมีอีกหนึ่งรายการที่กำลังได้รับการทาบทาม ขณะธุรกิจส่วนตัว เป็นเจ้าของโรงเรียน The Drama Academy by Kru Ngor สถาบันสอนศาสตร์การแสดงและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ และบริษัท อินนาร์ (ประเทศไทย) ธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพผิวและอาหารเสริมแบรนด์อินนาร์

เชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยคงอยากรู้จักผู้หญิงคนนี้ ทำไมเธอถึงเก่งและประสบความสำเร็จในชีวิตมาตลอด นับตั้งแต่ที่ได้ก่อตั้งโรงเรียน เดอะ ดราม่า อะคาเดมี (The Drama Academy) สถาบันสอนศาสตร์การแสดงและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ ซึ่งปัจจุบันเปิดมาได้ 9 ปีแล้ว และพร้อมจะเติบโตต่อไปในอนาคต ซึ่งเธอมองถึงความเป็นไปได้ที่จะไปเปิดในประเทศเวียดนามและลาว เนื่องจากมีผู้ติดต่อให้ไปเปิด แต่เธอชะลอไว้ก่อนเพราะต้องการเซตระบบต่างๆ ของโรงเรียนให้ดีพร้อมสมบูรณ์ เมื่อทุกอย่างเข้าที่ดีแล้วถึงวันนั้นคงได้เห็น เดอะ ดราม่า อะคาเดมี สยายปีกในต่างประเทศแน่นอน

แรงบันดาลใจของครูเงาะ 

หากถามถึงความสำเร็จของครูเงาะ บอกได้เลยว่าต่างจากความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้แน่นอน ที่มีเน็ตไอดอลในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นมากมายไม่เว้นแต่ละวัน มีทั้งเน็ตไอดอลที่เป็นแบบอย่างที่ดีและไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง แต่ถ้าย้อนไปในสมัยที่ครูเงาะเป็นเด็ก ตอนนั้นยังไม่มีเน็ตไอดอลเหมือนทุกวันนี้ ฉะนั้นสำหรับเธอจึงไม่มีใครเป็นไอดอลหรือแรงบันดาลใจในวัยเด็ก

“แรงบันดาลใจสำหรับเงาะ คือโชคดีที่โรงเรียนที่เรียนตั้งแต่เด็กของเงาะสนับสนุนให้ทำกิจกรรม ทำให้เราได้แสดงออก ได้พูดอยู่เรื่อยๆ พอทำแล้วสนุก มันเลยเป็นแรงบันดาลใจจากตัวเองว่าอยากทำสิ่งที่เราชอบไปเรื่อยๆ ชอบอะไรก็จะทำมันไป ชอบเรียนอะไรก็จะเรียนในสิ่งที่ชอบ เงาะโตขึ้นมาแบบนี้ ชอบแบบนี้ก็เข้านิเทศศาสตร์

พอเข้านิเทศ (คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ก็ไปเล่นละครเวทีเพราะชอบแสดง พอได้แสดงก็ชอบสอนด้วย พอสอนรุ่นน้องแล้วเห็นเขาเล่นดี ก็อยากเป็นแอ็กติ้งโค้ช ในสมัยที่วันนั้นแอ็กติ้งโค้ชยังไม่มี คนไม่ค่อยรู้จัก เลยไล่ล่าสิ่งที่ตัวเองชอบไปเรื่อยๆ ด้วยการไปเรียนศาสตร์การโค้ช พอโตขึ้นมาใส่ใจเรื่องสุขภาพ ก็ทำบริษัทหรือธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ โตขึ้นมาอีกก็ชอบธุรกิจการพัฒนาจิตใจก็จะทำเรื่องเกี่ยวกับธุรกิจที่เกี่ยวกับการพัฒนาจิตใจ

ถ้าถามว่าอะไรคือแรงบันดาลใจของเงาะ มันน่าจะเป็นแพสชั่นมากกว่า มาจากความชอบที่สั่งสมมาเรื่อยๆ แต่คนส่วนใหญ่จะชอบบอกว่าครูโชคดีจังเลยที่เจอสิ่งที่ตัวเองชอบแล้วได้ทำ แต่ครูขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่ความโชคดีเลย มันคือการทดลอง เด็กสมัยนี้ชอบรอให้ชอบแล้วทำ สำหรับครูคือเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเราชอบสอน แต่ลองทำหลายๆ อย่าง ทำๆๆ จนเจอว่าเราชอบอะไร ฉะนั้นมิใช่ว่าเราชอบก่อนแล้วค่อยทำ จงลองทำก่อนแล้วเราจะเจอสิ่งที่ชอบ พอเจอแล้วซื่อสัตย์กับมัน หมั่นหาความรู้ให้กับตัวเอง พัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าเราซื่อสัตย์กับงาน งานก็จะซื่อสัตย์กับเราเอง ไม่ว่าจะเป็นงานอะไรก็ตาม” ครูเงาะร่ายยาว

ครูเงาะเล่าต่อว่า โรงเรียนเดอะ ดราม่า อะคาเดมีที่ปัจจุบันก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 ก็เกิดมาจากการทำหนังเรื่องเก๋า..เก๋า แล้วทำให้นักแสดงบางคนร้องไห้ได้ บางคนร้องไห้ไม่ได้ ก็เกิดความสงสัยว่าเกิดจากอะไร เลยตัดสินใจเลิกทำงาน 1 ปี แล้วบินไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาเพื่อหาคำตอบเอามาช่วยนักแสดง พอไปเรียนก็เห็นโรงเรียนใส่ใจเรื่องการแสดงในเชิงลึกมาก ทำให้อยากทำโรงเรียนสำหรับคนที่รักการแสดงจริงๆ ไม่ได้อยากมาเพื่อที่จะดัง แต่มาเพื่อเป็นศิลปินหรือนักแสดงจริงๆ

“หลังจากเรียนจบแล้วก็กลับมาเปิดโรงเรียน เดอะ ดราม่า อะคาเดมี ตอนนั้นยังอยู่ในห้างเอสพละนาด ค่อยๆ เติบโตมาทีละนิดๆ ปัจจุบันโรงเรียนอยู่ที่เหม่งจ๋าย ถึงวันนี้เข้าสู่ปีที่ 9 ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากความรักในอาชีพนี้ที่เราไปเรียนมา แล้วเอาทำเป็นศาสตร์เป็นหลักสูตรการสอน เหมาะสำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเองจริงๆ”

ปัจจัยความสำเร็จอย่างสำคัญในการทำหน้าที่ผู้สอนของครูเงาะมาจากสไตล์การสอนที่มีความเป็นโปรเฟสชันนัลสูง กล่าวคือ เป็นผู้ที่รู้จริงในศาสตร์นั้นๆ เช่น สมมติในการเป็นครูสอนแอ็กติ้งเธอจะรู้ศาสตร์แอ็กติ้งเยอะมาก จากการที่ได้ไปเรียนมาจากโรงเรียนต่างๆ ที่เมืองนอก จากนั้นนำความรู้ที่ได้เรียนมาอะแดปหรือแอพพลายให้เหมาะกับคนไทย

“อีกอย่างที่ทำให้นักเรียนชื่นชอบในการสอนของเงาะ คือเงาะจะสอนให้สนุก เงาะจะไม่เอาคำว่าน่าเบื่อหรือทางการ หรือวิชาการเข้ามา แต่จะเอาวิชาการที่ผ่านสตอรี่ ผ่านการเล่าเรื่องที่สนุกมาสอน เพราะฉะนั้นเด็กที่มาเรียนจะมีภาวะเข้าถึงเนื้อหาได้ง่าย สไตล์ของเงาะคือเอาวิชาความรู้ที่เรียนมาถ่ายทอดให้สนุกให้เขารู้สึกว่ามันสนุกจังเลยนะ น่าติดตาม แล้วเด็กต้องได้ฝึกและทำจริงๆ

ที่สำคัญเงาะจะเอาศาสตร์ของพระพุทธศาสนาหรือธรรมะมาแทรกอยู่ในการสอนโดยที่นักเรียนไม่ได้รู้สึกว่ากำลังเรียนธรรมะ ฟีดแบ็กของครูถ้าดูในไลฟ์ในเพจ ครูเงาะ รสสุคนธ์ กองเกตุ จะเห็นว่าคนฟังธรรมะของเงาะแล้วจะสนุก เพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าเราสอนธรรมะที่เป็นภาษาบาลีมาสอน แต่เราเอาความหมายของมันมาอะแดปใช้กับชีวิตจริงๆ ซึ่งมันดูเวิร์ก สามารถเอามาแทรกสอนในชีวิตของคนได้ ไม่ว่าจะเป็นโลกของการแสดงหรือโลกของความเป็นจริง”

เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพ

ในแง่มุมของการทำงานต้องยอมรับว่าครูเงาะมีภาพลักษณ์ของการเป็นเวิร์กกิ้งวูเมนที่ชัดเจน แต่ถึงกระนั้นเธอไม่ลืมใส่ใจในเรื่องของสุขภาพซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะร่างกายคือ พาหนะที่จะพาทุกคนไปสู่เป้าหมาย ถ้าวันนี้ร่างกายบู้บี้ เต็มไปด้วยสนิมก็คงวิ่งไปถึงเป้าหมายไม่ได้

“เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพของเงาะ อย่างแรกเลยจะสตริกเกี่ยวกับการนอนไม่ให้เกินเที่ยงคืน เมื่อก่อนจะนอนหลังเที่ยงคืน ตีสองตีสาม และถ้าวันไหนนอนดึกต้องใช้ตัวช่วย ก็คือรับประทานผลิตภัณฑ์อินนาร์ของเงาะเอง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยกระตุ้นการผลิตโกรทฮอร์โมนที่เราผลิตเองไม่ได้ แต่วิธีการที่ดีที่สุดคือจะพยายามนอนก่อนเที่ยงคืนให้ได้

เคล็ดลับต่อมาคือ ควบคุมการรับประทาน เงาะเป็นคนที่ชอบกินนะ แต่พยายามกินอาหารที่เป็นประโยชน์ ดื่มน้ำบ่อยๆ เมื่อก่อนดื่มน้ำน้อยมาก ทุกวันนี้จะจิบน้ำตลอดทั้งวัน เห็นได้เลยว่าผิวพรรณดีขึ้น มีความชุ่มชื้น แต่ถ้าอาหารไม่มีประโยชน์ ก็จะกินสักคำสองคำเพื่อให้หายอยาก

เคล็ดลับข้อที่ 3 ดูแลในเรื่องการขับถ่ายสม่ำเสมอ เมื่อก่อนเงาะมีปัญหาในการขับถ่าย เงาะก็ปรึกษากับคุณหมอท่านหนึ่งซึ่งดูแลรักษาคนในครอบครัวของเงาะเวลาไม่สบาย เป็นแพทย์ทางเลือก ท่านก็หาสมุนไพรตัวหนึ่งมาช่วยในการขับถ่าย ดึงไขมันเก่า หรือลดคอเลสเตอรอลในร่างกายออกไป

เคล็ดลับข้อที่ 4 จะพยายามให้อยู่ในอารมณ์ที่ดี อย่างน้อยต้องไปปฏิบัติธรรม ต่อให้งานยุ่งแค่ไหนทุกเดือนต้องเข้าวัด 3-5 วัน ทำไปเรื่อยๆ เรายังเป็นมนุษย์มีรักโลภโกรธหลงเหมือนทุกคน เพียงแต่ถ้าเกิดได้ทำสิ่งนี้บ่อยๆ ก็จะทำให้เรามีสติดีขึ้นสมบูรณ์ขึ้น เช่น จากเดิมเคยโกรธ 3 ชั่วโมง อาจลดลงมาเหลือ 10 นาที จากการที่ได้เจริญสติตรงนี้ทำให้ควบคุมจิตใจได้ดีมาก กลับบ้านดึกดื่นง่วงแค่ไหนขอให้นั่งสมาธิอย่างน้อย 15 นาที”

ขณะที่เคล็ดลับในการดูแลสุขภาพข้อสุดท้าย ครูเงาะ บอกว่า ได้แก่ การออกกำลังกาย บางทีคนก็ไม่สามารถออกกำลังกายได้ทุกวัน แต่สามารถกำหนดไว้ว่าอย่างน้อยอาทิตย์หนึ่ง 2 วันที่จะต้องวิ่งหรือเดินบนลู่วิ่งให้ได้ 40-45 นาทีขึ้นไป ในขณะที่เดินก็สามารถเอากิจกรรมที่ตัวเองชอบทำไปด้วยก็ได้สลับกันไป อย่างเธอชอบเดินจงกรมก็จะใช้เวลา 20 นาทีเดินจงกรม อีก 20 นาทีวิ่ง เป็นต้น แต่ถ้าไปเจอแสงแดดหรือเผชิญกับสิ่งที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรมก็จะกินอาหารเสริมอินนาร์ของตัวเองทดแทน

คนรุ่นใหม่ถ้าอยากเก่งเหมือนครูเงาะ เธอได้ให้มุมมองน่าสนใจว่า คนเราที่จะประสบความสำเร็จในงานที่ทำนั้นต้องซื่อสัตย์กับวิชาชีพ ด้วยการหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอว่าจะทำยังไงได้อีกที่จะทำให้ลูกค้าได้ประโยชน์สูงสุดจากการมีตัวเรา พอเราคิดว่าทำยังไงก็จะเริ่มหาวิธี เรียนรู้ ศึกษาแล้วก็จะได้คำตอบที่จะมาตอบโจทย์ลูกค้า

“อยากฝากว่าในโลกใบนี้คนสะกดจิตคำว่าต้องสำเร็จกับเราเยอะมาก โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันนี้ หันไปทางไหนต้องสำเร็จ ต้องรวย ทำให้เด็กยุคนี้มีความอยากเหนือความเพียร มีแต่ความอยากได้ผลสำเร็จ อยากได้คำว่ารวย สำหรับครูมีความเชื่อว่าทุกคนมีไทมิ่งของตัวเอง อย่าไปกดดันตัวเอง คนนั้นอายุน้อยร้อยล้านเขาประสบความสำเร็จ

คุณไปดูเถอะเด็กที่อายุน้อยร้อยล้านเขาทำมาตั้งแต่เด็ก ไม่ใช่เพิ่งมาทำปีสองปี เขาหัดค้าขายมาตั้งแต่เด็ก ฉะนั้นคนทุกคนที่รวยเขาบ่มเพาะมาก่อนจึงสำเร็จก่อน แต่ถ้าเราบ่มเพาะตั้งแต่วันนี้ความสำเร็จถ้ายังไม่ล้มเลิกไม่ล้มเหลวแน่นอน คุณจะสำเร็จแน่นอนเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อย่าทำแล้วรอ ถามว่าเมื่อไหร่ดอกมันจะออกผล ถ้าคุณทำยังไม่มีความสุขในการทำปัจจุบันขณะ คุณไม่ได้รักในสิ่งที่คุณทำจริงๆ อย่าให้ความอยากเหนือความพากเพียร แล้ววันนั้นความสำเร็จจะมาถึงคุณอย่างแน่นอน” ครูเงาะกล่าวทิ้งท้าย