สุตาภัทร พราหมณ์แก้ว  เวจจี้เชฟมือโปร 

  • วันที่ 04 พ.ค. 2561 เวลา 15:01 น.

สุตาภัทร พราหมณ์แก้ว  เวจจี้เชฟมือโปร 

เรื่อง วรธาร ทัดแก้ว ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี 

ใครชอบอาหารมังสวิรัติหรืออาหารเจบ้าง จะพาไปรู้จักกับ นิด-สุตาภัทร พราหมณ์แก้ว อดีตแอร์โฮสเตสสาวสายการบินเจแปนแอร์ไลน์ ที่ผันตัวมาเป็นเวจจี้เชฟมือโปร เปลี่ยนภาพลักษณ์อาหารเจที่ถูกมองว่าจำเจ น่าเบื่อ ไม่น่าลิ้มลอง ให้ดูน่ารับประทานที่ใครเห็นแล้วก็อยากลองขึ้นมาทันที

ปัจจุบันนิดเป็นเจ้าของร้านเวจจี้เชฟ (VeggieChef) ร้านอาหารเจสไตล์ฟิวชั่น ที่มีเมนูอาหารหลากหลายและน่ากิน อยู่ในซอยวัชรพล ตรงข้ามกับเสถียรธรรมสถาน อันถือเป็นทำเลเหมาะเจาะเหมาะสม ถ้าเป็นคำพระก็จะเรียกว่าเป็นปฏิรูปเทส เพราะอีกฝั่งเป็นสถานปฏิบัติธรรม ตรงกันข้ามคือร้านอาหารมังสวิรัติ   

นิดออกตัวว่า เธอไม่ได้เรียนจบวิชาการทำอาหารจากโรงเรียนหรือสถาบันสอนทำอาหารที่มีชื่อเสียงที่ไหนมาก่อน แต่ฝีมือการสร้างสรรค์อาหารเจสไตล์ฟิวชั่นของเธอมาจากหลายองค์ประกอบที่หลอมรวมกัน

เริ่มตั้งแต่ในวัยเด็กชอบติดตามคุณพ่อไปจ่ายตลาดบ่อยครั้ง บางวันก็เข้าครัวเป็นผู้ช่วยคุณพ่อทำอาหาร ทำให้ได้ซึมซับการทำอาหารและเรียนรู้จักวัตถุดิบมาอยู่ไม่น้อย พอโตขึ้นสมัยเป็นนักศึกษาเรียนอยู่ปี 1 ก็หันมากินอาหารเจ กินมาเรื่อยๆ กระทั่งเรียนจบ ทำงานแอร์โฮสเตส และลาออกมาทำร้านอาหารจากวันนั้นถึงวันนี้เป็นเวลา 16 ปีแล้ว

“จากการกินเจนี้เอง จึงพยายามหาความรู้เกี่ยวกับอาหารเจมาเรื่อยๆ จากตำราอาหารบ้าง จากการตระเวนชิมในร้านอาหารบ้าง จากนั้นก็นำความรู้ที่ได้มาดัดแปลงทำเมนูอาหารในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งไม่ได้ยาก เพราะอาหารเจก็ไม่ต่างจากอาหารทั่วไปในแง่ของการปรุง ส่วนที่แตกต่างจะเป็นในเรื่องวัตถุดิบและส่วนผสม หรือเครื่องปรุงบางอย่าง หลักๆ คือ อาหารเจไม่ใช้เนื้อหรือเครื่องปรุงรสที่ทำจากสัตว์แน่นอน แต่จะใช้เนื้อที่ทำจากแป้งและถั่ว ไม่ใช้น้ำปลาแต่ใช้ซีอิ๊วขาวแทนอย่างนี้เป็นต้น”

เกี่ยวกับร้านเวจจี้เชฟ เธอบอกว่า เพิ่งเปิดมาได้ 5 ปี ได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีสม่ำเสมอ เนื่องจากมีลูกค้าประจำเป็นหลักและโดยมากลูกค้าจะมากันมากในวันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์และวันพระ ส่วนใหญ่มาเป็นครอบครัว อีกอย่างด้วยความที่ทำเลร้านอยู่ตรงข้ามเสถียรธรรมสถาน เวลาคนมาทำกิจกรรมต่างๆ ที่เสถียรธรรมสถานเสร็จแล้ว หลายคนก็จะออกมารับประทานอาหารที่ร้าน

“จริงๆ แล้วร้านที่อยู่ปัจจุบันนี้เพิ่งเปิดมาได้ 2 ปีค่ะ ก่อนนี้เราเปิดที่ศูนย์อาหารแห่งหนึ่งมาเป็นเวลา 3 ปี เป็นล็อกเล็กๆ ครึ่งหนึ่งทำเป็นอาหารตามสั่ง อีกครึ่งหนึ่งขายข้าวราดแกงเจ แต่เนื่องจากระบบในศูนย์อาหารจะโดนหักเปอร์เซ็นต์เยอะในแต่ละเดือน ประกอบกับเราอยากทำเมนูที่หลากหลายด้วย แต่ด้วยพื้นที่จำกัด จะสต๊อกของก็ลำบาก จึงทำเมนูได้ไม่มาก จากนั้นนิดเลยหาทำเลข้างนอก ในที่สุดก็มาได้ตรงซอยวัชรพลเป็นทำเลที่ถูกใจมากค่ะ”

ขณะที่เมนูอาหารของเวจจี้เชฟด้วยความที่เป็นเจฟิวชั่นเมนู ดังนั้นเมนูอาหารก็จะหลากสไตล์และหน้าตาน่ารับประทาน มีทั้งเมนูอาหารไทย อาหารต่างชาติ เช่น ญี่ปุ่น และอาหารตะวันตก แต่กรรมวิธีการทำก็จะผสมผสานรสชาติอาหารไทยลงไปในเมนูอาหารเหล่านั้น ขณะที่เมนูอาหารที่ขายดี ก็จะเป็นอาหารอีสานและอาหารไทย อาหารแนวอีสาน เช่น น้ำตกหมู ลาบหมู น้ำจิ้มแจ่ว ส้มตำ อาหารไทย เช่น ข้าวผัด ราดหน้า แกงเลียง แกงป่า แกงกะหรี่ ต้มข่าไก่ เป็นต้น เรียกว่าเมนูอาหารถือว่าหลากหลาย และรสชาติอร่อยจนหลายคนกินแล้วถึงกับเอ่ยปากชมเจ้าของร้านและยกนิ้วให้

“วัตถุดิบส่วนใหญ่ในการทำเมนูอาหารนิดจะเน้นจากธรรมชาติมากกว่าค่ะ เพราะเราต้องการเน้นในเรื่องของสุขภาพจริงๆ ก็จะเป็นพวกผัก เต้าหู้ เห็ด อะไรพวกนี้สามารถทำหลากหลายเมนู จะไม่ค่อยใช้เนื้อเทียม (ทำจากแป้งและถั่ว) มีใช้บ้างเป็นบางเมนู อีกอย่างที่ร้านไม่ใช้ผงชูรส เครื่องปรุงรสก็จะเป็นซีอิ๊วขาว ไม่ใช้น้ำปลา เป็นต้น” 

สุตาภัทรปิดท้ายด้วยการให้ความรู้เกี่ยวกับการกินอาหารมังสวิรัติว่า การรับประทานอาหารเจซึ่งส่วนใหญ่ทำมาจากผัก เห็ด ถั่วนั้น ดีต่อสุขภาพโดยเฉพาะระบบขับถ่าย ย่อยง่าย สบายท้อง ไม่มีปัญหาเรื่องท้องผูก เวลาหลับก็หลับสบาย และยังสบายใจด้วย เพราะอาหารที่กินไม่ได้เบียดเบียนชีวิตสัตว์อื่น

“หลายคนอาจพูดว่ากินแต่เจร่างกายจะได้โปรตีนเหรอ จริงๆ แล้วเรื่องโปรตีนในอาหารเจก็มี อย่างในโปรตีนในถั่วก็ค่อนข้างเยอะสามารถแทนเนื้อสัตว์ได้ เพราะฉะนั้นอาหารเจก็มีคุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ อยู่ที่การเลือกรับประทานของแต่ละคน อย่างนิดกินเจมา 16 ปี ร่างกายแข็งแรง ไม่ค่อยป่วยเลย นอนหลับสบาย ขับถ่ายดี และมีความสุขในแง่ของจิตใจ เพราะอาหารทุกจานไม่มีเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงรสที่ทำมาจากสัตว์” สุตาภัทรกล่าว ทิ้งท้าย 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ