พันธ์พิสุทธิ์ นุราช นักบินวัย 27 ปี กับ 3 ธุรกิจ และอีก 1 งานประจำ

  • วันที่ 02 เม.ย. 2561 เวลา 14:58 น.

พันธ์พิสุทธิ์ นุราช นักบินวัย 27 ปี กับ 3 ธุรกิจ และอีก 1 งานประจำ

เรื่อง : กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

การทำงานและการใช้ชีวิตของเขาราวกับว่ามีเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง เป็นความน่าทึ่งของคนธรรมดาอย่าง แมค-พันธ์พิสุทธิ์ นุราช นักบินและผู้บริหารไฟแรงวัย 27 ปี ผู้ร่วมก่อตั้ง 3 บริษัท ทั้งการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และสถาบันการบิน บริษัท ไทย อินเตอร์ ไฟลอิ้ง โดยเขาทำทุกอย่างด้วยความจริงจังและจริงใจ จึงทำให้ไม่มีอย่างไหนไม่ประสบความสำเร็จ

หลังจบการศึกษาปริญญาตรี คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาเคยไปใช้ชีวิตที่สหรัฐอเมริกากับพี่สาวนาน 6 เดือน แต่ด้วยนิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งจึงตัดสินใจกลับบ้าน และลงทุนทำธุรกิจแรกกับการเปิดบริษัททัวร์กับเพื่อนชื่อ บีเคเคไลฟ์สไตล์ทราเวล โดยเริ่มจากเป็นเอเย่นต์ขายตั๋วเครื่องบิน แล้วขยายไปแบบครบวงจร ทั้งรับทำวีซ่า เป็นตัวแทนจำหน่ายทัวร์ และจัดกรุ๊ปทัวร์เน้นลูกค้าตลาดบน

“ระหว่างทำบริษัททัวร์ทำให้ได้เดินทางไปไหนมาไหนบ่อย ทำให้ผมเห็นว่าอาชีพนักบินเป็นอาชีพที่ไม่จำเจ ได้เดินทาง และเป็นเรื่องน่าสนใจที่มนุษย์สามารถบังคับอากาศยานใหญ่ขนาดนั้นได้ เลยหาข้อมูลการเรียนนักบิน ซึ่งช่วงแรกที่บ้านไม่สนับสนุน เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่เสี่ยง แต่พอตั้งใจแล้วผมเลยศึกษาหาข้อมูล เตรียมตัวเตรียมเอกสารทุกอย่าง จากนั้นก็ไปคุยกับคุณแม่เรื่องค่าใช้จ่าย เพราะจริงๆ แล้วคุณแม่เป็นคนที่ชอบสนับสนุนเรื่องเรียน แต่ก่อนจะอนุญาตอะไรท่านต้องให้เราอธิบายชี้แจง เพื่อให้เราเห็นคุณค่าของเงิน”

ค่าใช้จ่ายในการเรียนนักบินประมาณ 2.5 ล้านบาท โดยเขาตัดสินใจนำเงินที่ครอบครัวจะให้เรียนต่อปริญญาโทมาเรียนตรงนี้แทนตามความตั้งใจและความฝัน

“ไม่มีเส้นทางไหนง่ายและยากเกินความพยายาม” เขากล่าวต่อ และระบุถึง กัปตันอนุชา เดชอภิรักษ์ชน อาจารย์ผู้สอนการบินตั้งแต่สมัยที่แมคยังเป็นศิษย์การบิน จนตอนนี้ได้กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันการบิน รวมถึงยังเป็นคนผลักดันให้ลูกศิษย์คนนี้ได้เป็นนักบินของบริษัท ให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นงานที่เขาสามารถทำควบคู่ไปกับการบริหารบริษัททัวร์และก่อตั้งสถาบันการบินได้

“การเปิดสถาบันการบินไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องใช้เวลา 2 ปีกว่าถึงจะสำเร็จ แต่ผมกับอาจารย์อนุชาก็สู้มาด้วยกัน ไม่ปล่อยไปง่ายๆ เพราะเราอยากเปิดสถาบันการบินที่เห็นแก่ศิษย์เป็นหลักมากกว่าผลประโยชน์ของโรงเรียน และอยากสร้างสถาบันการบินที่มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อสานต่อให้ศิษย์การบินเป็นนักบินพาณิชย์ที่ดีและเก่งไปพร้อมกัน”

ปัจจุบัน ไทย อินเตอร์ ไฟลอิ้ง กำลังสอนศิษย์การบินรุ่นที่ 2 โดยด้านการเรียนการสอนเป็นความรับผิดชอบของกัปตันอนุชา ส่วนด้านการบริหารและอื่นๆ เป็นหน้าที่ของแมค

เขามองว่า ในตอนนี้กระแสอาชีพนักบินกำลังมาแรง เพราะการขยายตัวของสายการบินและเส้นทางการบินที่มากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงเป็นการทำธุรกิจที่ถูกช่วงถูกจังหวะ แต่ในขณะเดียวกันก็ยังมีสถาบันการบินอีกหลายแห่งที่จะเปิดให้บริการ ซึ่งเขาไม่ได้มองว่าเจ้าอื่นเป็นคู่แข่งทางการตลาดเสียเต็มประดา เพราะการแข่งกับตัวเองเป็นเรื่องสำคัญกว่าถึงการพัฒนาต่อไปข้างหน้าให้ดีกว่าเดิม

“สิ่งสำคัญของการทำธุรกิจนี้คือ ความจริงใจที่เราให้ลูกค้าหรือศิษย์การบินทุกคน ต่อให้เรามีคู่แข่งรายอื่นเข้ามา ผมยังเชื่อว่าถ้าเราสามารถรักษามาตรฐานและทำด้วยความจริงใจ ไม่ว่าอย่างไรธุรกิจก็ไปต่อได้แน่นอน”

นอกจากเป็นผู้บริหารบริษัททัวร์ ผู้บริหารสถาบันการบิน และเป็นนักบินพาณิชย์ แมคยังมีอีกหนึ่งธุรกิจกับการเป็นผู้ร่วมก่อตั้งร้านอาหารศรีขมิ้น ตั้งอยู่ภายในโครงการสวนหลวงสแควร์ สามย่าน จำหน่ายอาหารใต้ตำรับคุณแม่

 “เหตุที่เลือกทำอาหารใต้เพราะครอบครัวผมเป็นคนนครศรีธรรมราช สูตรอาหารได้มาจากคุณแม่ และโชคดีได้แม่ครัวเป็นคนนครศรีฯ เหมือนกัน ทำให้อาหารรสชาติใต้แท้ๆ จนลูกค้าติดใจกลายเป็นลูกค้าประจำ” ร้านอาหารศรีขมิ้นย่างเข้าปีที่ 3 และจะขยายเปิดสาขา 2 ย่านพระราม 9 ในเดือน มิ.ย.นี้

“ธุรกิจร้านอาหารเพื่อนจะดูเป็นหลัก แต่ถ้าผมมีเวลาส่วนใหญ่จะเข้าไปดูแลพนักงานในร้าน เพราะงานร้านอาหารเป็นงานบริการที่พนักงานต้องได้รับกำลังใจ ไม่ต่างจากงานอื่นๆ ที่ผมมักจะบอกพนักงานทุกคนเสมอว่า เราเป็นเพื่อนร่วมงานกัน ไม่ใช่เจ้านายลูกน้อง เพราะธุรกิจจะรันต่อไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเขา ดังนั้นเราต้องทำงานร่วมกัน ต้องอาศัยซึ่งกันและกัน หากมีปัญหาอะไรก็พูดคุยกันได้ ซึ่งสุดท้ายก็จะส่งผลให้สภาพแวดล้อมในการทำงานดี คนทำงานมีความสุข และบริษัทก็จะพัฒนาต่อไป”

อย่างไรก็ตาม ในสังคมไทยที่มีระดับขั้นความอาวุโส จึงถือว่าเขาเป็น "วัยรุ่น" ในตำแหน่งใหญ่ ดังนั้นสิ่งสำคัญในการทำงานกับ "ผู้ใหญ่" คือ การวางตัว

“เราต้องรู้จักกาลเทศะ การพูดการจาต้องมีวิธีพูด เช่น ไม่ใช้ประโยคคำสั่ง แต่เปลี่ยนเป็นประโยคคำถามและขอร้องอย่างสุภาพ รวมถึงการกระทำที่ต้องนอบน้อมและให้ความเคารพคนที่อายุมากกว่าไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดก็ตาม” กระนั้นต้องยอมรับว่าเขาเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ เพราะทั้งความคิดและความสามารถช่างล้ำหน้าคนในวัยเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แมคยังไม่ทิ้งความคิดที่จะเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เพื่อนำความรู้มาต่อยอดและพัฒนาธุรกิจที่มีให้เจริญก้าวหน้า เพราะเขาเชื่อว่า ยิ่งรู้มากก็ยิ่งเก่งมาก การรู้จริงในสิ่งที่ทำจึงสำคัญและจำเป็น

ลำดับความสำคัญของเขาในตอนนี้ อันดับหนึ่ง เขาให้เวลากับสถาบันการบิน อันดับสอง เป็นนักบินตามตารางงาน อันดับสาม ออกทริปทัวร์กับลูกค้า และอันดับสี่ ช่วยดูแลร้านอาหาร เรียกได้ว่าทำทุกวันให้มีค่าและให้ได้งานมากที่สุด

“ผมยังไม่ทิ้งอาชีพนักบินแน่นอน” เขาตอบเมื่อถูกถามว่าจะผันตัวเองเป็นนักบริหารเต็มตัวหรือไม่ “เพราะนักบินเป็นอาชีพที่ผมรักและยังสนุกกับการบินทุกครั้ง หากถามว่าเหนื่อยไหม การทำงานหลายอย่างมันทำให้เราเหนื่อยแน่นอน แต่ด้วยอาชีพนักบินบังคับให้ผมต้องพักผ่อนให้เพียงพออยู่แล้ว แต่แค่ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น ไม่ได้ดูหนังฟังเพลงเหมือนวัยรุ่นคนอื่น เพราะผมมองในเรื่องของอนาคตมากกว่า ถือคติว่าลำบากวันนี้สบายวันหน้า ดังนั้นวันนี้เรายังมีแรง มีไฟในการทำงาน ก็อยากทำทุกอย่างให้ดีและเต็มที่”

 แมคยังกล่าวด้วยว่า บางคนอาจมองเขาเป็นคนโลภ แต่เขากลับมองว่าเป็นโอกาสที่เข้ามา “เมื่อโอกาสมันเข้ามาแล้วจะปล่อยไปก็น่าเสียดาย หรือถ้าเรามองกลับแล้วอาจเสียดายภายหลังว่าได้ปล่อยโอกาสนั้นหลุดมือไปแล้ว ผมจึงไม่อยากปล่อยโอกาสและลองทำทุกอย่าง หาว่าเราลงตัวกับอะไร และอะไรที่มันไปต่อได้ ก็ทำตรงนั้นออกมาให้ดีที่สุด”

นอกจากนี้ แม้เขาจะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ก็มักหาเวลาไปปฏิบัติธรรมกับครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาใจเย็นลงและปล่อยวางมากขึ้น “แต่ก่อนตอนทำงานแรกๆ ผมเป็นคนทำงานไว เลยทำให้เกิดการปะทะกับคนอื่นได้ง่าย" เขาสารภาพ "แต่พอปฏิบัติธรรมมากขึ้นทำให้เราลดความใจร้อนลง อะไรที่ไม่เป็นดังใจเราก็วางลงก่อน แล้วค่อยๆ ปรับปรุงแก้ไขเมื่อเรานิ่งและใจเย็นลงแล้ว ทุกวันนี้ผมสวดมนต์และนั่งสมาธิก่อนนอนเพื่อให้จิตใจสงบ เพราะเมื่อสงบแล้วก็จะเห็นสิ่งต่างๆ ได้กว้างขึ้น ชัดเจนขึ้น”

ถามต่อถึงความฝันที่หวังอยากมีหรืออยากทำ แมคตอบด้วยท่าทีถ่อมตัวว่า เขาอยากเป็นเจ้าของสายการบิน ซึ่งตอนนี้อาจดูไกลตัวเกินไป แต่เขาก็เริ่มขยับเข้าไปทีละก้าว ด้วยการเป็นนักบินและเป็นเจ้าของสถาบันการบิน ส่วนแผนในอนาคตที่สามารถเป็นไปได้ เขาอยากต่อยอดธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ให้บริการเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ และอยากสร้างสนามบินขนาดเล็กของสถาบัน แต่ยังเป็นแผนระยะยาวเนื่องจากไทย อินเตอร์ ไฟลอิ้ง เพิ่งเปิดได้ 5 เดือนกว่า จึงขึ้นอยู่กับความพร้อม โอกาส และปัจจัยต่างๆ ที่เอื้ออำนวย

“ทุกงาน ทุกอาชีพ มีปัญหา มีอุปสรรคของมันเอง ขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ใจ จริงใจที่จะแก้ปัญหา และปรับปรุงมันให้ดีขึ้นมากแค่ไหน” แมค กล่าวทิ้งท้าย

“ถ้าพูดถึงความฝันที่ไม่ใช่เรื่องงาน ความฝันสูงสุดของผมคือ การทำงานอย่างมีความสุขเหมือนตอนนี้ไปเรื่อยๆ เพราะผมคิดว่าไม่ว่าธุรกิจจะไปได้ไกลมากแค่ไหน แต่ถ้าเราไม่มีความสุขในการทำงาน ทุกอย่างก็กลายเป็นศูนย์ เพราะท้ายที่สุดแล้วเงินไม่ใช่ปัจจัยของชีวิตทั้งหมด แต่มันขึ้นอยู่กับความสุขที่ได้ทำงานกับอาจารย์ กับเพื่อน กับคนรอบตัว และกับพนักงาน ซึ่งความสุขที่ได้ให้ความสุขกับผู้อื่นเป็นความสุขที่สุดแล้ว”

หนุ่มวัย 27 ปี กับ 3 ธุรกิจ และอีก 1 งานประจำ คือโอกาสในชีวิตที่เขาคว้าและลงมือทำอย่างจริงจังและจริงใจ สำคัญกว่านั้นเขาไม่เคยคิดว่าเก่งกว่าใคร และยังไม่หยุดพัฒนาทั้งศักยภาพของตัวเอง ตลอดจนประสิทธิภาพของบริษัทให้ก้าวหน้าต่อไปไม่สิ้นสุด

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ