เป็นมะเร็งแล้วไง...วิธีคิดไม่ติดลบ ชาติ ภิรมย์กุล

วันที่ 01 เม.ย. 2561 เวลา 09:23 น.
เป็นมะเร็งแล้วไง...วิธีคิดไม่ติดลบ ชาติ ภิรมย์กุล
โดย อณุสรา ทองอุไร-จุฑามาศ นิจประพันธ์ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ ถือเป็นอมตวาจาที่ใช้ได้ทุกยุคทุกสมัย โดยเฉพาะโรคมะเร็งนั้นถือเป็นโรคที่หลายคนกลัว หากเป็นขึ้นมาจะทำอย่างไร จะรักษาหายหรือไม่ บางคนรู้ตั้งแต่ระยะแรกก็โชคดีไป แต่บางคนที่มารู้ตอนระยะหลังอยู่ในขั้น 4 นี่ถือว่าจิตตก ทำใจลำบากจริงๆ

ดังนั้น โรคนี้จึงเป็นโรคที่ต้องใช้กำลังใจเป็นอย่างมาก ยิ่งคิดบวกมากเท่าไร ยิ่งมีพลังใจในการต่อสู้มากขึ้นเท่านั้น เรียกว่า เสียอะไรเสียได้ แต่อย่าเสียกำลังใจเป็นดีที่สุด เช่นเดียวกับเขาคนนี้ นักเขียนนามระบือที่เราคุ้นเคยกับชื่อเสียงของเขาเป็นอย่างดี เพราะเขามีงานเขียนมาแล้วถึง 45 เล่ม

ชาติ ภิรมย์กุล นักเขียนผู้มากประสบการณ์และถือว่ามีตัวหนังสือที่อารมณ์ดีสะท้อนตัวเขาเองที่เป็นคนมีอารมณ์ขันอยู่ไม่น้อย แถมยังเป็นคนรักสุขภาพ ไม่ดื่ม ไม่สูบ รวมทั้งรักในการปั่นจักรยาน ถือว่าโดยภาพรวมแล้วเขาก็เป็นผู้ที่มีสุขภาพดีใช้ได้ ไม่ค่อยเจ็บป่วยอะไรมาก จนกระทั่งเข้าสู่วัย 60 ปี เขาตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งมุ่งมั่น เขาบอกกับเราว่า “ผมอยากปั่นจักรยาน ผมต้องหาย” ตั้งแต่เริ่มเป็นเมื่อปีที่แล้วที่การรักษาเป็นไปอย่างเข้มข้นหนักหน่วง ที่เขาต้องนอนโรงพยาบาลนานเกือบ 6 เดือน เพื่อรับไขกระดูกจากน้องสาวและน้องชาย จนวันนี้ผ่านมาเกือบปีอาการของเขาดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ต้องมาพบแพทย์ทุกเดือนเพื่อติดตามควบคุมอาการที่เป็นผลข้างเคียงมาจากการได้รับคีโม

การที่ร่างกายเขาฟื้นฟูเร็ว เกิดจากร่างกายที่แข็งแรงและการมีเป้าหมายในชีวิต เขาบอกว่าถ้าหายดีเป็นปกติ จะไปปั่นจักรยานต่างจังหวัด ชอบเที่ยวชุมชนเล็กๆ มันมีเสน่ห์ดี มีวัฒนธรรม แล้วก็จะเอามาเขียนหนังสืออีก แต่ต้องรอให้ตัวเองหายดีก่อน ตอนนี้ยังไปได้ไม่ไกลเพราะติดเรื่องปอด มันรักษานาน แต่ก็รักษาได้ ดีที่ไม่สูบบุหรี่เลยไม่รุนแรงมาก ร่างกายฟื้นตัวเร็ว สิ้นปีนี้ปอดถึงจะดี แต่ก็ต้องกินยาตลอด ส่วนการปั่นจักรยานมันได้เรื่องหัวใจด้วย เวลาไปไหนจริงๆ ยังต้องใส่แมสปิดปากตลอด แต่เขาใส่แล้วหายใจไม่ออก ก็ใส่ๆ ถอดๆ

เขายังเล่าต่อว่า การกินที่ผิดทำให้ชีวิตไม่ดี การกินอาหารและการดูแลตนเอง ไม่เพียงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรค แต่เป็นสิ่งที่ชี้วัดได้ด้วยว่า โรคที่เราเป็นจะหนักหรือไม่หนัก ก็ดูจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคนอีกด้วย การฟื้นฟูร่างกายหลังรักษาโรคก็เช่นกัน หากใส่ใจที่จะดูแลตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ สุขภาพที่ดีย่อมมีชัยไปกว่าครึ่งเสมอ

เขาแนะนำว่า ถ้าเลือกได้พยายามเลือกผักผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่เป็นของดี เป็นของปลอดสารพิษ เพราะในผักแต่ละชนิดมีสารเคมีปนเปื้อนอยู่แล้ว อยู่ที่ว่าจะเลือกบริโภคแบบไหน ในเมืองมันเลือกยาก เราก็ควรจะเลือกสิ่งดีๆ ให้กับร่างกาย เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมและก่อให้เกิดโรคร้าย สุดท้ายนี้เขาได้ฝากข้อคิดและข้อแนะนำในการรักษาตัวเอง

“คนเราเวลาป่วยก็จะมโนไปทางนั้นทางนี้ คิดเยอะไป คิดมากกว่าหมออีก จริงๆ เราควรฟังหมอคนเดียวเลย บางคนเก่งกว่าหมอ บอกแบบนั้นแบบนี้ มันไม่ใช่เขาไม่เคยเป็น ที่บอกว่าให้คีโมแล้วร่างกายจะทรุด เขาเคยให้หรือเคยเป็นหรือเปล่า หลักการการให้คีโมมันทำลายเม็ดเลือดที่ดีและไม่ดี ถูกมันทำลายทั้งดีและไม่ดีทำลายหมด แต่อย่าลืมว่าอีก 1 อาทิตย์ มันจะฟื้นมาใหม่ เลือดก็ฟื้นฟูใหม่ อันนี้ไม่มีใครพูดกัน

เราต้องกินอาหาร กินเยอะๆ ร่างกายมันจะซ่อมแซมตัวเอง ไม่ใช่ว่าทรุดแล้วต้องทรุดตลอดไป คีโมทุกคนเป็นแบบนี้ สมมติมันไม่ขึ้นเขาก็ให้เลือด ถ้าเม็ดเลือดขาวไม่ขึ้น ก็ฉีดยากระตุ้นเม็ดเลือดขาว ถ้าใครมีญาติป่วยเป็นมะเร็ง อย่าเพิ่งไปท้อ อย่าคิดว่าจะไม่หาย เป็นมะเร็งถ้ารักษาแบบถูกหลัก โอกาสหายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ มันเป็นวิทยาศาสตร์ ก็รักษาตามแพทย์ปัจจุบัน เขาจะตรวจค่าเลือด บางคนเสียดายโอกาส เป็นระยะแรกๆ 1-2 ดันไปหาหมอสมุนไพร ไปทางแพทย์ทางเลือก ทีนี้แพทย์ทางเลือกไม่มีงานวิจัย กฎวิทยาศาสตร์มันไม่มี แพทย์ทางเลือกเราควรเอามารักษาช่วงฟื้นฟูแล้ว อันนั้นจะดี แต่ช่วงป่วยควรรักษาทางวิทยาศาสตร์ดีกว่าครับ”