การดี เลียวไพโรจน์ กับภารกิจปั้นไอซีโอ

วันที่ 31 มี.ค. 2561 เวลา 09:30 น.
การดี เลียวไพโรจน์ กับภารกิจปั้นไอซีโอ
โดย จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์

เวลานี้เรื่องราวของคริปโตเคอเรนซี หรือที่ทางการเรียกว่า หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจมีมูลค่าถือได้ รวมถึงกระแสการเสนอขายเหรียญดิจิทัลให้คนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอซีโอ) กำลังร้อนแรงติดลมบนสุดๆ ในโลกการเงิน กระทั่งทางการต้องเร่งประชุมและเร่งคลอดกฎหมายมาควบคุมดูแล

หนึ่งในคนที่คร่ำหวอดเกี่ยวกับเรื่องร้อนแรงเหล่านี้ดีก็คือ การดี เลียวไพโรจน์ หรือ “ดร.อ้อ” ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอโครา ผู้ให้คำปรึกษาธุรกิจที่ต้องการเสนอขายไอซีโอ

ผู้หญิงเก่งที่ก้าวจากวงการวิชาการมาสู่วงการธุรกิจ น่าจะเป็นคนหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงเรื่องราวความเป็นมา และสิ่งที่จะเป็นไปของคริปโตเคอเรนซีและไอซีโอได้ดี เพราะเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับภารกิจที่เธอทำอยู่โดยตรง

ดร.อ้อ เป็นลูกสาวของ มนู เลียวไพโรจน์ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และ ผศ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตัวของ ดร.อ้อ เองก็เคยเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะผันตัวมาสู่ภาคธุรกิจ

จุดที่ผลักดันให้ ดร.อ้อ ก้าวสู่งานด้านที่ปรึกษาธุรกิจที่ต้องการเสนอขายไอซีโอนั้น มาจากในอดีตเธอเคยทำงานวิจัยให้กับบริษัทแห่งหนึ่งในไทย เกี่ยวกับการคาดการณ์อนาคตว่า ธุรกิจจะเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีไปทิศทางไหน ซึ่งหนึ่งในปัจจัยที่เธอวิเคราะห์ออกมาได้ในงานวิจัยชิ้นนี้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตจะเกิดขึ้นจากการที่มีการใช้คริปโตเคอเรนซีอย่างแพร่หลายมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

ขณะเดียวกัน การมาทำหน้าที่ตรงนี้ ดร.อ้อ ก็มองว่า ไม่จำเป็นต้องเน้นรับเป็นที่ปรึกษาระดมทุนให้กับบริษัทจำนวนมากๆ เพราะการศึกษาในแต่ละโครงการอาจจะต้องใช้ความเข้าใจหลายๆ ด้านประกอบกัน ดังนั้นควรจะให้ความสำคัญในการศึกษาอย่างรอบด้านเพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนมากกว่า

ดร.อ้อ ประเมินว่า ในการให้คำปรึกษาธุรกิจที่จะระดมทุนด้วยไอซีโอนั้น แต่ละรายน่าจะต้องใช้เวลาทำงานร่วมกันนาน 3-4 เดือนขึ้นไปก่อนออกไอซีโอ โดยต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการทำความรู้จักตัวธุรกิจ โครงสร้างของธุรกิจเป็นอย่างไร มีความเป็นไปได้แค่ไหน จึงจะปล่อยผ่านออกมาระดมทุนด้วยไอซีโอ โดยจุดที่สำคัญที่สุดที่บริษัทที่ปรึกษาอย่างไอโคราต้องดูก็คือ สิ่งที่ทำออกมานั้นจะต้องสอดคล้องกับกฎระเบียบต่างๆ ของทางการด้วย

“ไอซีโอนั้น เป็นกลไกการระดมทุนรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่จำเป็นว่ามีไว้เฉพาะสตาร์ทอัพใช้ อาจจะเป็นผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) หรือบริษัทจดทะเบียนที่อยากขยายธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ อยู่บนความเชื่อว่าเทคโนโลยีนั้นจะถูกใช้แพร่หลายก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกโครงการที่จะเหมาะกับการออกไอซีโอ” ดร.อ้อ กล่าว

ดร.อ้อ ฝากถึงเหล่าบรรดานักลงทุน ที่กำลังสนใจลงทุนในไอซีโอว่า ตัวไอซีโอนั้นเป็นกลไกการระดมทุนรูปแบบหนึ่ง หากสนใจจะลงทุนจริงๆ จะต้องพิจารณาตั้งแต่พื้นฐาน ไปดูว่านวัตกรรมที่นำเสนออยู่นั้นมีความน่าสนใจ มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจหรือไม่ และสุดท้ายแล้วนักลงทุนก็ต้องกลับมาดูที่ปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจ ไม่ได้แตกต่างไปจากการลงทุนอื่นๆ

ทางด้านกระแสที่คนจำนวนมากตื่นตาตื่นใจอยากเข้ามาในช่องทางไอซีโอนั้น ดร.อ้อ ได้ฝากข้อคิดไว้ว่า การระดมทุนหรือลงทุนในไอซีโอ ไม่มีอะไรสายเกินไป เร็วเกินไป หรือช้าเกินไป ดังนั้นต้องทำความเข้าใจก่อนเข้ามา

"ส่วนคนที่กลัวในเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา ก็อยากบอกว่า โลกอนาคตจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นทุกวัน หากเราตัดโอกาสไม่รับรู้อะไรเลย ก็เหมือนกับเราตัดโอกาสที่ดีในอนาคตไปอีกมาก"

นี่คือหนึ่งในผู้หญิงเก่งที่กำลังจะมีบทบาทโดดเด่นในการปลุกปั้นไอซีโอมาให้เราได้ทำความรู้จักกันหลังจากนี้