ณัฏฐ์ ไวศยานุวัฒน์ เชฟรุ่นใหม่วิสัยทัศน์ไกล

  • วันที่ 23 มี.ค. 2561 เวลา 11:53 น.

ณัฏฐ์ ไวศยานุวัฒน์ เชฟรุ่นใหม่วิสัยทัศน์ไกล

เรื่อง ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ณัฏฐ์ ไวศยานุวัฒน์ วัย 26 ปี เชฟและหนึ่งในหุ้นส่วนเจ้าของร้านอาหารอังเคิล ทิกเกอร์ (Uncle Tigger’s) เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่รักการทำอาหาร แถมยังมีวิสัยทัศน์กว้างไกล ในเรื่องการต่อยอดสร้างธุรกิจร่วมกับเพื่อนๆ ตั้งแต่อายุยังน้อย

ณัฏฐ์เล่าว่า เดิมทีแล้วเขาเรียนจบจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อเรียนจบก็ได้ไปทำงานที่สิงคโปร์เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะตัดสินใจบินกลับเมืองไทย แล้วลงขันร่วมหุ้นกับเพื่อนๆ เปิดร้านอาหารขึ้นมา

“ตอนอยู่ที่สิงคโปร์ผมไปพักอยู่บ้านญาติ พอเลิกงานกลับมาผมมักจะทำอาหารกินเอง และทำให้ญาติกินด้วย โดยปกติแล้วผมชอบการทำอาหารมาตั้งแต่เด็กๆ เวลาที่คุณแม่เข้าครัว ผมก็จะเข้าไปช่วยหยิบจับเป็นลูกมืออยู่แล้ว พอไปทำงานที่สิงคโปร์ได้ 1 ปี ผมก็เริ่มรู้สึกเบื่อกับไลฟ์สไตล์ประจำวันที่มันจำเจเกินไป เช้าตื่นไปทำงาน เย็นกลับบ้าน ผมจึงเริ่มแพลนธุรกิจขึ้นมา

ตอนแรกผมกับเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วน ก็คิดจะเปิดร้านอาหารที่สิงคโปร์ แต่เมื่อตรึกตรองดูแล้วว่าต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แถมยังขอใบอนุญาตทำงานที่นั่นยากอีกด้วย เราก็เลยตัดสินใจกลับมาทำร้านอาหารที่เมืองไทย และคุยกันว่าจะขายอะไรดี สรุปแล้วมาลงเอยที่ร้านขายไก่ทอด เพราะน่าจะเป็นเมนูที่คนทั่วไปกินได้ง่าย นี่จึงเป็นที่มาของร้านอังเคิล ทิกเกอร์ ซึ่งอยู่ปากซอยแบริ่ง 23 นี้ครับ”

ณัฏฐ์บอกว่า ความจริงแล้วตัวเขาเองไม่เคยเรียนทางด้านการทำอาหารมาก่อนเลย อาศัยการฝึกฝนและจดจำมาจากคุณแม่และคนอื่นๆ เท่านั้น แต่อาหารที่เขาสามารถทำได้ก็คืออาหารไทยภาคเหนือ และอาหารฝรั่ง เช่น พาสต้า และสเต๊ก ซึ่งเขาเรียนรู้ด้วยตัวเองจากตำราอาหาร รายการทีวีและยูทูบ

“บุคคลสำคัญที่ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้ผมรักการทำอาหาร ก็คือคุณลุงของผมเอง เนื่องจากท่านเป็นเชฟประจำร้านอาหาร ‘ร่มไม้ชายคา’ ซึ่งเมื่อก่อนร้านนี้เคยเปิดที่กรุงเทพฯ แต่ปัจจุบันได้ย้ายไปเปิดที่เชียงใหม่แล้ว ช่วงที่คุณลุงเป็นเชฟ ผมก็ไปช่วยท่านทำอาหารอยู่บ่อยๆ นี่จึงเป็นแรงผลักดันให้ผมอยากเปิดร้านอาหารบ้าง

ชื่อร้านอังเคิล ทิกเกอร์ คำว่า อังเคิล เป็นคำเรียกแทนคนที่เราอยากจะให้เขาทำอะไรให้ ซึ่งคนสิงคโปร์มักจะชอบใช้กัน ส่วนคำว่า ทิกเกอร์ แปลว่า เสือ พรีเซนต์ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบที่นำมาปรุงเป็นเมนูในร้าน ซึ่งเมนูหลักจะเป็นไก่ทอด แล้วยังมี เมนูอะลาคาร์ต สลัด วาฟเฟิลส์ หรือเมนูอื่นที่กินง่ายๆ ไว้ให้เลือกอีกด้วย”

ณัฏฐ์บอกว่า กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นและยเริ่มทำงาน รวมทั้งนักเรียนโรงเรียนนานาชาติด้วย หลังจากเปิดมาได้ 5 เดือนก็ได้รับการตอบรับที่ดี เหตุผลที่เขาและหุ้นส่วนเลือกทำเลบริเวณนี้ เพราะอยู่ไม่ไกลจากสถานีบีทีเอสแบริ่ง อีกอย่างแถวนี้ยังมีคอนโดเยอะมาก และมีโรงเรียนนานาชาติถึง 5 แห่งด้วย

“คอนเซ็ปต์ของร้านเป็นสไตล์คาเฟ่ ที่อยากให้ลูกค้าเข้ามานั่งกินอาหารหรือนั่งดื่มกาแฟแบบชิลๆ นั่งได้นานๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบ สำหรับเมนูอาหาร อย่างที่บอกว่าร้านเราเน้นไก่ทอดสไตล์ฟิวชั่นเป็นหลัก มีทั้งไก่ทอดแบบคลาสสิก ไก่ทอดใส่ผงพริกหม่าล่า สปาเกตตีคาโบนาร่า มาม่าต้มยำซีฟู้ด ข้าวแกงกะหรี่ สลัดต่างๆ รวมทั้งเมนูของหวานอย่าง วาฟเฟิลส์ไอศกรีมด้วย

ที่เราตัดสินใจเปิดร้านขายไก่ทอด เพราะอยากให้เมืองไทยมีแบรนด์ไก่ทอดเป็นของตัวเอง แต่ไม่อยากให้มีคอนเซ็ปต์เป็นร้านฟาสต์ฟู้ดแบบร้านเดิมๆ ที่เคยรู้จักกัน คอนเซ็ปต์ของไก่ทอดร้านเราจะมีสโลแกนว่า Gourmet Fried Chicken โดยเคล็ดลับของไก่ทอดจะอยู่ที่การหมักไก่ด้วยเครื่องเทศสูตรเฉพาะนาน 12 ชั่วโมงจนเข้าเนื้อ ก่อนทอดก็นำมาคลุกเคล้ากับแป้งบางๆ และทอดจนเหลืองกรอบอร่อย

อย่างเมนู Chicken & Waffles เป็นไก่ทอดที่นำมาจับคู่กับวาฟเฟิลส์ หลายคนอาจมองว่า เอ๊ะ! ดูไม่น่าจะเข้ากันได้เลย แต่รับรองว่าถ้ากินคู่กัน แล้วใส่ซอสกับเมเปิลไซรัปลงไปด้วย อร่อยแน่นอน เพราะคนในแถบอเมริกาใต้เขาก็กินกันแบบนี้ครับ”

ณัฏฐ์เสริมว่า หลังจากเปิดร้านมาได้ 5 เดือนกว่า เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วก็ยังเหลือกำไรทุกเดือน จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดีทีเดียว ล่าสุดเขาและหุ้นส่วนวางแผนไว้ว่าจะขยายสาขาร้านเพิ่มขึ้น โดยอาจจะเปิดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งคอนเซ็ปต์ทุกอย่างจะเหมือนร้านนี้เลย ที่สำคัญทุกเมนูต้องเป็นสูตรเดียวกัน

“ต้องบอกว่าเมนูไก่ทอดและอื่นๆ ในร้าน ผมและเพื่อนๆ ช่วยกันคิดสูตรเอง หลังจากลองผิดลองถูก ทั้งปรับสูตรและพัฒนา จนออกมาเป็นไก่ทอดรสชาติที่คนกินชมว่าอร่อย และที่แปลกกว่าร้านอื่นก็คือ นอกจากซอสแล้วยังมีซีเรียลบดให้จิ้มกินได้ด้วย ตอนนี้เมนูในร้านทั้งคาวและหวานมีด้วยกัน 50 เมนู โดยผมจะทำหน้าที่ดูแลเมนูอาหารคาวทั้งหมด ส่วนเมนูของหวาน เพื่อนซึ่งเป็นหุ้นส่วนอีกคนหนึ่งจะเป็นผู้ดูแล

ในเดือน เม.ย.นี้ ผมคิดว่าจะออกเมนูใหม่ซึ่งเป็นไก่ทอดออกมาอีก แต่จะแปลกใหม่อย่างไรก็อยากให้ลูกค้าลองมาชิมดูที่ร้าน เพราะอาจจะมีซอสที่รสชาติแปลกใหม่เพิ่มเติมเข้ามาด้วย ที่สำคัญคือทุกเมนูผมจะไปคัดสรรวัตถุดิบด้วยตัวเอง ทั้งขนาดของไก่ ประเภทของไก่ รวมทั้งเครื่องปรุงต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะหาได้ในเมืองไทยทั้งหมดเลย

ในอนาคตผมคิดไว้ว่าจะไปลงเรียนคอร์สทำอาหารเพิ่มเติม เพราะจะได้แม่นยำในเรื่องกรรมวิธีและขั้นตอนในการปรุงเมนูต่างๆ มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่สนใจลองแวะมาชิมไก่ทอดที่ร้าน หรือติดตามได้ที่เพจ FB : Uncle Tigger’s และ IG : uncletiggers เลยครับ”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ