ชนัทธา สายศิลา ‘...คนจนเล่นหวย คนรวยล่าสัตว์...’

  • วันที่ 17 มี.ค. 2561 เวลา 09:32 น.

ชนัทธา สายศิลา ‘...คนจนเล่นหวย คนรวยล่าสัตว์...’

โดย มัลลิกา นามสง่า, จุฑามาศ นิจประพันธ์

“จี 19 เอ๊ย จำเอาไว้ร็อกไม่มีวันตาย แต่ถ้าเสือดำตายใครจะรับผิดชอบ ประเทศไทย คนจนเล่นหวย คนรวยล่าสัตว์ ผมเป็นคนรักสัตว์ รวย”

แน็ป เรโทรสเปค (ชนัทธา สายศิลา) พูดหลังจากปิดโชว์บนเวทีคอนเสิร์ต Chang Music Connection presents genie fest 19 ปี กว่าจะร็อกเท่าวันนี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เรียกเสียงฮือฮาก้องสนามจากผู้ชมกว่า 6 หมื่นคน

หลังจากนั้น เขางดเสพข่าวสารจากโซเชียล เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่พูดไปด้วยความอัดอั้นใจนั้นจะจี้ใจหรือจะกระทบเหลี่ยมใคร งัดข้อใครให้ไม่พอใจหรือไม่ แต่ผลปรากฏว่า ชาวโซเชียลเห็นพ้องต้องกัน

“จริงๆ ผมไม่เคยแสดงทัศนคติทางด้านนี้มาก่อน แต่ว่ารับรู้ข่าวมาตลอดว่ามันเกิดอะไรขึ้น และในฐานะที่ผมมีไมค์อยู่ในมือ และวันนั้นสิ่งที่ตัดสินใจพูดไป ถ้ามันไม่ดีมันก็แย่ เพราะในฐานะที่ผมสามารถเป็นกระบอกเสียงบางสิ่งบางอย่างเพื่อเรียกร้องให้มันเกิดความถูกต้อง เพื่อให้สังคมมันขับเคลื่อนไปในทางที่ดีขึ้น ผมก็จะทำ”

 

แน็ป กล่าววันที่ถ่ายโปสเตอร์ประชา สัมพันธ์ “Retrospect : Heart The Panther คอนเสิร์ตเสื้อดำเพื่อเสือดำ”

จากประโยคบนคอนเสิร์ต จี 19 เฟสต์เป็นแรงบันดาลใจให้วงเรโทรสเปค (Retrospect) เกิดโปรเจกต์ดีๆ ขึ้นมา โดยได้รับความร่วมมือจาก Zaap โปรโมเตอร์จัดคอนเสิร์ต เพื่อนำเงินหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้แก่มูลนิธิที่เกี่ยวข้อง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

วงเรโทรสเปค ประกอบด้วย แน็ป-ชนัทธา สายศิลา (ร้องนำ) น็อต-ธนพล ศรีกาญจนา (กีตาร์) บอม-ณพวัชร คชาชีวะ (เบส) เบิร์ธ-ศุทธิพันธ์ สังข์ยุทธ (กลอง) และรัน-ศรัณย์เขษ เจริญสรรพ์ หรือ DJ RunZeroRun (คีย์บอร์ด ซินธิไซเซอร์)

“สืบเนื่องจาก จี 19 ที่ราชมังคลาฯ เรามีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น ผมพยายามพูดบางสิ่งบางอย่างไปแล้วบังเอิญวันนั้นเป็นวันที่คนทั้งราชมังคลาฯ ตอบรับในสิ่งที่ผมอยากจะพูด มันสืบเนื่องมาเรื่อยๆ จนกลายเป็นกระแสนี้ขึ้นมา ผมเชื่อว่ามันเป็นสิ่งดีๆ ที่จะทำให้สังคมนี้ขับเคลื่อนไปในสิ่งที่ถูกต้องได้ก็เลยจัดเป็นคอนเสิร์ต

วันนั้นที่พูดไป มันตามอารมณ์เลย ความรู้สึกขึ้นมาเอง มันคือสิ่งที่ผมเก็บมา ผมไม่เคยแสดงความคิดเห็นทางโซเชียลทางด้านนี้เลย แต่พื้นฐานของผมเป็นคนรักสัตว์ ผมโตมากับสัตว์เลี้ยงนานาชนิด บ้านผม ถ้าใครตามไอจีผมจะเห็นว่าแทบจะเป็นสวนสัตว์อยู่แล้ว สุนัข แมว เยอะมาก แล้วเราทนเห็นสภาพที่เสือดำเป็นสภาพนั้น รวมถึงสัตว์อื่นๆ ด้วย โดยการกระทำของใครบางคน รับไม่ได้” แน็ปบอก

แน็ปเท้าความถึงวันปลิดชีพเสือดำ 

 

“ผมดูข่าวอยู่กับแฟน น้ำตาไหล ผมร้องไห้เลยครับ ภาพที่สื่อออกมาไม่มีการเซ็นเซอร์ เห็นเนื้อวางอยู่ เป็นเนื้อเสือดำ สัตว์คุ้มครองอยู่ในสภาพที่ผมรับไม่ได้ เห็นคุณลุงนั่งอยู่ พอเอ่ยชื่อเป็นใครเท่านั้นแหละ ผมรู้สึกจุก รู้สึกทำไมประเทศเรามันเฟล มันเลวร้ายแบบนี้ มันไม่ควรจะเกิดในยุคนี้ เราควรจะหวงแหนธรรมชาติ”

หลังจากวันที่รับข่าว แน็ปไม่ได้แสดงทัศนคติผ่านช่องทางใดๆ แต่ความคิดที่ทำไมเสือดำต้องตาย ทำไมคนระดับนั้นต้องฆ่าเสือดำ ทำไมคนยังล่าสัตว์ ทำไมสังคมถึงมีข่าวเลวร้ายแบบนี้ สิ่งเหล่านี้ยังวนเวียนอยู่ในความคิดของเขาเสมอ แม้ว่าอีก 6 วันข้างหน้าจะต้องขึ้นโชว์งานใหญ่ จี 19 ที่สนามราชมังคลาฯ

“ผมเก็บความรู้สึกมาตลอด ไม่ได้เตรียมตัวว่าจะพูดบนเวที ไม่มีการวางแผนใดๆ เป็นความรู้สึกมาตลอด พอช่วงปิดโชว์ มันมีอารมณ์แบบได้ยินเสียงคนกรี๊ด ก็เลยรู้สึกว่า จะเป็นไปได้ไหม ที่เราพูดตรงนี้ ส่งผลว่าการกระทำแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เราทำออกมาให้เป็นรูปธรรม ไม่ได้แค่การด่าบนหน้าเฟซบุ๊ก

เราส่งไปให้คนตระหนักและกระตุ้นว่าการฆ่าเสือดำไม่ใช่สิ่งที่ลืมได้ แค่นั้นเองที่อยากสื่อสารไป ไม่ได้คิดอะไรว่าจะเป็นผู้นำต่อต้าน เพราะผมได้เห็นว่ามีศิลปินดาราอีกหลายท่านได้แสดงความคิด แต่วันนั้นผมอยู่กับคนหกหมื่นกว่าคน ก็เลยอยากปล่อยเมสเซจออกไปกระตุ้นสังคมในบางอย่าง”

หลังจากพูดจบ แน็ปเดินไปนั่งคนเดียวมุมห้อง ความคิดวิ่งวนตีกันไปหมดว่า สิ่งที่พูดไปสมควรหรือไม่ เพราะอาจส่งผลต่ออาชีพในวงการดนตรี แต่มีเพื่อนร่วมวงเดินมาตบไหล่ ช่วยย้ำในสิ่งที่เขาทำนั้น นอกจากถูกต้องมันยังเหมาะสมแล้ว รวมถึงเพื่อนพี่ศิลปินวงอื่นๆ

“เอาจริงแล้ว การพูดนั้นมันเสี่ยงมาก มันสามารถส่งผลกระทบวงเรา กระทบถึงค่าย ยอมรับว่าเครียด เราทำอะไรลงไป แต่ก็มีพี่ๆ ศิลปินเข้ามาจับมือค่อนข้างเยอะเหมือนกัน มึงสุดยอด ทำถูก มีคนบอกว่า คนกรี๊ดดังมากนะโว้ย ผมไม่ได้ยินเพราะใส่หูฟัง รู้แค่ว่ามีเสียงกรี๊ดแต่ดังมากขนาดไหนไม่รู้

แล้วที่กังวลที่สุดคือ พี่นิค (วิเชียร ฤกษ์ไพศาล บอสใหญ่แห่งค่ายจีนี่ เรคคอร์ดส)จะเสียใจ พอพ้นออกจากราชมังคลาฯ ตอนนั้นเวลาประมาณเที่ยงคืน มีคนแชร์คำพูดเราในช่องทางต่างๆ

สิ่งที่ดีใจมากคือ พี่นิคโพสต์คำพูดของเรา ร็อกเนเวอร์ดาย ถ้าเสือดำตายใครรับผิดชอบ ผมนี่ยกภูเขาออกจากอก ถ้าพี่นิคไม่ซัพพอร์ต ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจเราในสิ่งที่เราทำ มันคงแย่ ตอนนี้รู้สึกโอเค โล่งไปหนึ่งแล้ว บอสเราเข้าใจ และยังมีแฟนเพลงที่ซัพพอร์ตเราอีก”

 

คนดังพูดย่อมเสียงดัง และมีคนได้ยิน แต่บางครั้งการพูดในที่สาธารณะ และการเป็นบุคคลสาธารณะแสดงทัศนะทางสังคมการเมืองก็เหมือนดาบสองคม แต่แน็ปบอกชัดเจน “ผมไม่แคร์”

“มันไม่ผิดที่บางคนเซฟตัวเอง ไม่ออกมาทำอะไร เพราะชีวิตมันต้องเดินต่อ มันอาจจะส่งผลอะไรหลายๆ อย่าง แต่ถ้าเราไม่พูดช่วงเวลานั้น เราโพสต์แค่รูปสองรูปมันอาจจะไม่ถึงคนมากขนาดนี้

ถามว่ากลัวไหม ก็กลัวเรื่องของสปอนเซอร์ จะมีใครกล้าจ้างเราไหม คนนั้นกับคนนี้จะเป็นเพื่อนกันไหม แต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีงานเลิกจ้าง สปอนเซอร์ที่เคยมีก็ยังจ้างงานต่อ

ผมก็พร้อมยอมรับในสิ่งที่พูดไปครับ เพราะมันสามารถออกมาได้ 2 ด้าน ไม่ดีก็แย่เลย ถ้าดีก็กลับกลายเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับสังคม แต่ถ้าออกมาไม่ดี ผมก็ยอมรับ มีคิดไว้ในใจ ในสิ่งที่ทำผ่านมาตลอดชีวิตของผม ได้ทำในสิ่งที่ต้องการหมดแล้ว วงเรโทรสเปคได้ออกมาทัวร์ต่างประเทศ เป็นสิ่งที่วงอันเดอร์กราวด์อย่างเราทำได้

เพื่อนในวง เขาก็มีความวิตกกังวลบ้าง แต่วงเราเน้นย้ำเสมอว่าเราไม่ทิ้งกัน เราคิดจะทำอะไรเราจะซัพพอร์ต เราจะเป็นหนึ่งแนวทางร่วมกันเสมอ แล้วเพื่อนๆ รู้กันดีว่า ทุกครั้งที่แน็ปพูดกลั่นกรองมาพอสมควร ถ้าวงเราจะถูกแบน เราก็มีทางของเรา เราเป็นนักต่อสู้ เราไม่ใช่วงร็อกที่กินง่าย แต่เราโตมาด้วยการต่อสู้ เรามาจากศูนย์จริงๆ วงเราไม่ได้แมส เราโตมาจากอันเดอร์กราวด์”

การออกมาแสดงทัศนะของแน็ป บ้างก็ว่าโหนกระแส ซึ่งแน็ปไขข้อข้องใจจุดนี้ว่า “การพูดถึงแบบนี้ก็มีแน่นอน แต่ผมไม่รู้สึกอะไรเลย ชีวิตที่ผ่านมาเจอกระแสโดนด่าถาโถมมาก ไม่แคร์อะไร คำพูดเหล่านั้นไม่มีค่าอะไรเลย มันไม่ได้ส่งผลให้ชีวิตเราแย่ลงเลย

ผมกลับมองว่า ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งสามารถทำอะไรให้มีค่ามากกว่าที่เขาพิมพ์ๆ ว่าคนอื่น เอาง่ายๆ เปรียบเทียบชีวิตกัน สิ่งที่เราทำอยู่คือการปลุกจิตสำนึก ทำเพื่อให้สังคมน่าอยู่ขึ้น แต่สิ่งที่เขาทำ ไม่มีค่า ทั้งๆ ที่เกิดมาเป็นมนุษย์ แทนที่จะรวมสรรพกำลังทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้น ผมไม่ได้โกรธแค่รู้สึกทำไมคนต่างกัน ทั้งๆ ที่มีเลือดเนื้อมันสมอง สามารถทำประโยชน์นำพาชีวิตให้ดีขึ้นได้

การมีคนมาบอกว่าพูดตามกระแส ผมมองว่าการทำอะไรแบบนี้มันเสี่ยงมาก กระทบชีวิตหลายคนเลยนะครับ ผมจะทำทำไม ไปทำอย่างอื่นดีกว่า แต่นี่มันกระทบเรื่องของชีวิต เพื่อนร่วมอาชีพรีทวีต นี่คือการทุ่มจิตวิญญาณของเราทั้งหมด”

นอกจากพูดเพื่อเสือดำแล้ว ผลพลอยได้คือการส่งงานดนตรีร็อกนอกกระแสให้ผู้ฟังได้สัมผัส

“มีคนมาสนใจวงเรโทรสเปคเพิ่มขึ้น เพราะวันคอนเสิร์ต จี 19 รวมแฟนเพลง 20 วง หลายคนไม่รู้จัก ไม่เคยดู ร้องเพลงเราไม่ได้ แต่จากวันนั้นมีคนส่งเมสเซจมาว่า โชว์สนุก เป็นโชว์ที่ประทับใจมากๆ ขอเป็นกำลังใจและติดตามวง

เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ นอกจากตัววงแล้ว ผมยังแคร์ความรู้สึกทัศนคติเกี่ยวกับดนตรีที่ผมได้ทำ มันได้เผยแพร่ มันเป็นแนวร็อกไม่ใช่แบบกินง่าย เราภูมิใจนะ ตลอดชีวิตเราพยายามทำสิ่งนี้”

หลังจากงานจี 19 แน็ปไม่กล้าเปิดโซเชียล แต่บอม มือเบส จะคอยบอกว่ากระแสในทวิตเตอร์กระจายมาก รวมถึงทุกช่องทางบนโลกโซเชียล จึงเริ่มคิดที่จะทำคอนเสิร์ตนี้ขึ้นมา โดยนำเรื่องไปเสนอ นิค วิเชียร ได้คำตอบมาว่า ให้ไปรวบรวมคนให้ได้ 4 หมื่นคน

เป็นตัวเลขที่ไม่ได้มากแต่สำหรับวงเรโทรสเปคที่เป็นวงดนตรีแนวเมทัลร็อก เป็นวงอันเดอร์กราวด์ ฐานแฟนคลับไม่ได้กว้าง แต่เพียงเวลา 22 ชั่วโมง เขาก็ได้จำนวนคนสนับสนุนทะลุเป้า

 

ทั้งจากแฟนเพลงของวงเรโทรสเปคและแฟนเพลงใหม่ๆ ที่เพิ่งมารู้จักเรโทรสเปค ในจี 19 ร่วมแรงร่วมใจกันมาลงชื่อในแฟนเพจ Retrospect ที่มีผู้ติดตามหนึ่งล้านเก้าแสน แล้วสร้างกลุ่มขึ้นมาใหม่ ชื่อ “#4หมื่นคนคอนเสิร์ตเพื่อเสือดำTROSPECT” (https://www.facebook.com/groups/533873996973706/about/)

มีคำอธิบายโปรยไว้ว่า #4หมื่นคนคอนเสิร์ตเพื่อเสือดำ “ร็อกไม่มีวันตาย แต่ถ้าเสือดำตายใครจะรับผิดชอบ ประเทศไทย คนจนเล่นหวย คนรวยล่าสัตว์” รวมพล 40,000 คน วง Retrospect เล่น@สนามราชมังคลากีฬาสถาน

“จริงๆ แล้ว โดยหลักๆ นอกจากเสือดำ ผมพยายามพูดถึงสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสัตว์ป่าทุกที่ ที่เราควรจะต้องกลับมาเล็งเห็นและตระหนักถึงว่า มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง การรวมมวลชนครั้งนี้ นอกจากเพลงของเรโทรสเปคที่จะขับเคลื่อนคนให้มีความสุขแล้ว เรายังต้องการแสดงพลังเกี่ยวกับความไม่ถูกต้อง ความที่มันเป็นแบบนี้ แล้วเราจะทำอย่างไร เราออกมาเยอะๆ เรามารวมให้เห็นว่ามันไม่ได้มีคนต่อต้านแค่โลกโซเชียล แต่เราอยากแสดงพลังให้ทุกคนเห็นว่าคนที่เป็นตัวตนจริงๆ ออกมารวมกันจริงๆ มันจะเป็นอย่างไร”

ในคอนเสิร์ตครั้งนี้จะมีเพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่เพื่อเหตุการณ์นี้โดยเฉพาะ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าชื่อเพลงอะไร ซึ่งแน่นอนว่าการแต่งเพลงในครั้งนี้ก็อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่ถูกกล่าวถึง จุดประสงค์ที่จัดคอนเสิร์ตยังเป็นการปลูกฝังและกระตุ้นให้คนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์

“มันเป็นการรวมตัว อย่างที่บอก ผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่เขาเห็นว่า สิ่งแวดล้อม สัตว์ป่า ธรรมชาติ มันสำคัญมากๆ ที่คุณยังหายใจได้ทุกวันนี้ ป่าผืนใหญ่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นทุ่งใหญ่นเรศวรหรือว่าที่ไหนก็ตามในประเทศไทย มันสำคัญมากต่อการใช้ชีวิตของเรา อยากให้ทุกคนหวงแหนและอยากให้ทุกคนสำนึก” แน็ป กล่าว

Retrospect : Heart The Panther คอนเสิร์ตเสื้อดำเพื่อเสือดำ จะจัดขึ้นที่ Live Park พระราม 9 ในวันที่ 21 เม.ย. 2561 บัตรราคาปกติ 1,300 บาท แต่ซื้อในวันที่ 2-31 มี.ค. ราคา 1,000 บาท ทาง www.eventpop.me และมีเสื้อจำหน่ายหน้างาน รายได้หลักหักค่าใช้จ่ายจะมอบให้กับมูลนิธิและกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เรื่องอื่นๆที่คุณอาจสนใจ

Yengo Premium

ข่าวอื่นๆ