ตะวัน เทวอักษร "ผมอยากจะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย"

วันที่ 15 มี.ค. 2561 เวลา 11:44 น.
เรื่อง พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

“บริษัทที่ดีอยู่แล้ว คุณจะเข้ามาทำอะไรให้ดีขึ้นได้อีก” ประโยคนี้อาจเป็นเพียงสายลมผ่านสำหรับใครหลายคน แต่สำหรับคนที่ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” ในพจนานุกรมอย่าง ตะวัน เทวอักษร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อักษร เอ็ดดูเคชั่น กลับมองว่านี่คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้หนุ่มวิศวะผู้ผันตัวมาเป็นแบงเกอร์ ก่อนชีวิตจะหักเหให้ต้องเข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวในฐานะเจเนอเรชั่นที่ 3 ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า “ผมทำได้” 

ก่อนจะเฉลยถึงเบื้องหลังเป้าหมายในใจ ที่ผู้บริหารหนุ่มรุ่นใหม่คิดการใหญ่ ว่าจะเข้ามายกระดับมาตรฐานการศึกษาไทย ซึ่งถือเป็นวาระแห่งชาติ ตะวันย้อนวันวานไปถึงจุดเริ่มต้นของสำนักพิมพ์อักษรเจริญทัศน์ ที่หลายคนรู้จักกันเป็นอย่างดี

“ต้องย้อนกลับไปเมื่อ 80 ปีที่แล้ว คุณปู่ผมมาจากเมืองจีน มาแบบเสื่อผืนหมอนใบเลย อาชีพแรกของคุณปู่คือ รับหนังสือมาขายตามวัด ขายไปขายมาคุณปู่เริ่มคิดว่าทำไมไม่ผลิตหนังสือเอง เลยเริ่มหาช่องทาง จนในที่สุดก็สามารถตั้งสำนักพิมพ์ของตัวเองได้สำเร็จ แรกๆ ก็เริ่มต้นจากพิมพ์ใบลานค่อยๆ ขยับขยายขึ้นมาเรื่อยๆ คุณปู่เก็บหอมรอมริบจนสามารถส่งลูกชาย ซึ่งก็คือคุณพ่อผมไปเรียนที่สหรัฐได้ ซึ่งถ้าย้อนไปเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ไม่ง่ายนะที่ลูกพ่อค้าคนจีนจะมีโอกาสได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ซึ่งหลังจากคุณพ่อเรียนจบกลับมา ก็นำความรู้ที่ได้กลับมาพัฒนาธุรกิจที่คุณปู่สร้างไว้”

อย่างไรก็ตาม ถึงจะเห็นเส้นทางชีวิตคุณพ่อที่เปรียบเหมือนลูกไม้ใต้ต้น แต่สำหรับตะวัน เขากลับไม่เคยคิดสักนิดว่าวันหนึ่งจะกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว

“ผมเรียนจบวิศวะจากออสเตรเลีย แต่พอเรียนใกล้จบ ดันไปรู้จักรุ่นพี่ที่เป็นแบงเกอร์แล้วประทับใจอยากเป็นแบบเขา เทอมสุดท้ายผมตัดสินใจเบนเข็มชีวิต หันมาศึกษาด้านการเงินและธุรกิจ จนในที่สุดก็ได้ทำตามฝัน ยึดอาชีพแบงเกอร์มานานถึง 10 ปี”

ตะวันบอกเล่าถึงเส้นทางชีวิตอย่างออกรส พร้อมยอมรับว่าชีวิตแบงเกอร์ที่เขาใฝ่ฝัน พอได้มาลิ้มลองก็เป็นรสชาติใหม่ที่น่าพอใจจนไม่อยากถอนตัวออกมา

เมื่อเป้าหมายคือการปฏิรูประบบการศึกษา ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย ไม่ต้องถามต่อว่ายากหรือง่าย ก็พอมีคำตอบในใจอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่คลุกคลีและเป็นหนึ่งในฟันเฟืองที่พยายามขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมาตลอด ตะวันยอมรับว่าอุตสาหกรรมการศึกษาเป็นการยกระดับจิตวิญญาณของมนุษย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องยาก ไม่เหมือนกับการยกระดับยนตรกรรม ที่เห็นชัดเจนถึงรูปลักษณ์ และเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนไป เวลาพูดถึงการศึกษาไม่ใช่แค่ครู นักเรียน และสื่อการเรียนการสอน แต่มีหลายองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง หมายรวมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่กระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้ปกครอง ทั้งหมดนี้ต้องเห็นพ้องและเดินหน้าไปด้วยกัน เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่จะยกระดับวงการศึกษา เหนื่อยแน่นอน แต่เขาคิดว่าคุ้มค่า

“โจทย์ของเราในวันนี้คือ เรากำลังเปลี่ยนคน กรอบความคิดผู้คน ซึ่งไม่ง่ายเลย แต่เราเชื่อว่าวันนี้เรือของเราแล่นไปข้างหน้าเยอะแล้ว ถึงเรือจะลำใหญ่มากก็ตาม แต่อย่างน้อยมันขยับแล้ว เป้าหมายการทำงานของผมคือ เปลี่ยนห้องเรียนทั้งประเทศเป็นห้องเรียนที่มีปฏิสัมพันธ์สูง ครูตั้งคำถามเยอะขึ้นเพื่อให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กัน และจะเกิดองค์ความรู้ที่ดี มีคุณภาพ สามารถแข่งขันทั่วโลกได้”

แม้จะต้องแบกความรับผิดชอบที่หนักอึ้งไม่น้อย แต่ตลอดเวลาที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับตะวัน สิ่งที่เราสัมผัสได้จากผู้ชายคนนี้ คือพลังบวกและความมุ่งมั่นที่จะไปถึงจุดหมาย

“ผมว่าการบาลานซ์งานกับชีวิตส่วนตัวเป็นเรื่องสำคัญ แต่ละปีผมเดินทางเยอะมาก อย่างปีที่แล้วผมขึ้นเครื่องบิน 45 ครั้ง มีทั้งทริปที่ไปทำงานและไปเที่ยว การเดินทางไปสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ ทำให้ผมเกิดไอเดียใหม่ๆ กลับมาเสมอ บางครั้งผมก็ไปเรียนรู้ระบบการศึกษาจากประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อนำมาปรับใช้ เวลาที่เหลือจากการท่องเที่ยว ผมชอบอ่านหนังสือ อ่านได้ทุกแนว ผมเป็นคนที่ไม่มีของสะสม เพราะสิ่งที่ผมสะสมคือความรู้และประสบการณ์เพื่อมุ่งพัฒนาองค์กรและระบบการศึกษาให้ก้าวไกลเทียบเท่านานาชาติ” ตะวัน กล่าวทิ้งท้าย 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต