ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ก้าวตามฝัน ‘งานออกแบบ’

วันที่ 28 ก.พ. 2561 เวลา 12:20 น.
เรื่อง ปอยภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ทำงานมาแล้วหลากหลาย ชญาดา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ตั้งแต่พิธีกรรายการ "ตีสิบ" โด่งดังคนรู้จักทั่วประเทศ งานต่อมาเมื่อจับมือกับพี่สาว จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ สวมบทบาทนักธุรกิจทำร้านอาหาร ออเดรย์ (Audrey) สร้างสรรค์ร้านหรูหราสวยงาม ในสไตล์ French Vintage ก็ประสบความสำเร็จ ที่ขณะนี้เปิด 3 สาขาแล้ว

ชญาดา เผยถึงความใฝ่ฝันอีกสิ่งหนึ่งในชีวิต คือการเป็นนักออกแบบ เป็นการเดินตามรอยคุณพ่อ อาคม ลิ่วเฉลิมวงศ์ อาจารย์คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และนักออกแบบชื่อดัง

จึงเป็นการตัดสินใจเลือกเรียนปริญญาตรี ที่ เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ คอลเลจ ออฟ อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ ประเทศอังกฤษ สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ ต่อปริญญาโทอีกใบที่ โกลด์ สมิธ คอลเลจ ลอนดอน สาขาการจัดการด้านผลิตภัณฑ์ แต่เมื่อเรียนจบกลับมาเมืองไทย ได้โลดแล่นเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ทำให้ต้องทิ้งความฝันนี้ไป

งานดีไซเนอร์เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อมีโอกาสเข้ามา โบ ชญาดา วันนี้สวมบทบาทนักออกแบบแบรนด์หรู กระเป๋าหนังจระเข้ ยี่ห้อ โรเชลล์ คอลเลกชั่นพิเศษ Rochelle X Chayada นำเสนอความคลาสสิกในยุคทศวรรษ 1950 รูปทรงดีไซน์และการออกแบบมีรายละเอียดของกระเป๋าคลาสสิก วินเทจ เรียบ แต่เต็มเปี่ยมด้วยเสน่ห์ความเชื่อมั่นของผู้หญิง

"ศิลปะโบราณ"คือความชื่นชอบ

การมีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งใน คอลเลกชั่น Rochelle X Chayada เริ่มต้นขึ้นจากความศรัทธาในผู้สร้างแบรนด์ โรเชลล์ จินดา วัณณวัฒนพงษ์ นักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จ สร้างสรรค์กระเป๋าแบรนด์ไทยแท้ เปี่ยมคุณภาพได้ไม่แพ้แบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศ

โบ ชญาดา กล่าวว่า ทั้งจังหวะเวลาก็ลงตัว ธุรกิจร้านอาหารประสบความสำเร็จลงตัวแล้ว ลูกชาย น้องอชิ ก็เติบโตเป็นวัยรุ่นดูแลตัวเองได้ดี บทบาทแม่ การดูแลครอบครัวจึงเริ่มผ่อนคลายไปได้บ้าง มีเวลาได้อยู่กับตัวเอง

สิ่งที่ชอบมากที่สุด คือ การนั่งออกแบบประดิษฐ์ของใช้ด้วยตัวเอง ด้วยความที่ร่ำเรียนจบมาทางด้านการออกแบบ จึงมีโอกาสนำไอเดียสร้างสรรค์มาใช้ในการทำงานครั้งนี้

"งานออกแบบกระเป๋า คือการผสมผสานศิลปะและแฟชั่นในยุคทศวรรษ 1950 เป็นอีกก้าวสู่งานดีไซน์เต็มตัว โบใช้กระเป๋าโรเชลล์อยู่ด้วยค่ะ จนวันนี้ได้มีโอกาสมาร่วมทำงานกับทางแบรนด์ ได้เปิดตัวโบอย่างเป็นทางการ โดยให้โบร่วมออกแบบรุ่นพิเศษ กระเป๋าสีทอง ซึ่งผลิตเพียง 3 ใบเท่านั้นค่ะ มีกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เพื่อให้ได้หนังจระเข้สีทองสวยแปลกตา ไม่ซ้ำใคร

สีทองคือความหรูหราที่สุดแล้วนะคะ คุณจินดา เจ้าของแบรนด์ให้อิสระทางความคิดเราเต็มที่เลยค่ะ โบก็เห็นพ้องต้องกันในหลายไอเดีย ทำงานร่วมกับทั้งดีไซเนอร์แบรนด์ พี่แหม่ม-พิมพ์พา คำพับ ตลอดจนทีมการตลาด ยิ่งมีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงาน และพบกับทีมผลิตฝีมือคุณภาพ ทำให้โบมีความมั่นใจ รู้สึกสนุกไปกับการทำผลงานออกมาในครั้งนี้ค่ะ"

โบ ชญาดา บอกพลางยิ้มแย้มมีความสุขกับงานใหม่ครั้งนี้ว่า ความสนุกที่ว่าก็เป็นอีกหนึ่งความท้าทายไปด้วย ผู้หญิงเราไม่มีกระเป๋าใบเดียวอยู่แล้ว กระเป๋าคลาสสิกคือของสะสมที่สร้างมูลค่าได้ดี ซึ่งต้องแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ กันในคุณภาพที่ดีไม่แพ้กัน

"กระเป๋าดีๆ สวยๆ ทำให้หญิงทุกคนที่ได้ถือจะรู้สึกสง่างามนะคะ รู้สึกภูมิใจที่ได้มีเจ้าของกระเป๋าหนังจระเข้ใบนี้ เปรียบเสมือนสมบัติชิ้นสำคัญ ที่ ผู้หญิงเราสามารถสะสมเก็บไว้ได้ ส่งต่อจนรุ่นลูกรุ่นหลานได้เลยค่ะ

ย้อนไปสมัยวัยรุ่นอายุ 20 ปีต้นๆ โบมีโอกาสทำงานบันเทิง ก็โชคดีนะคะที่ได้ทีมโปรดิวเซอร์รายการตีสิบ และคุณวิทวัส สุนทรวิเนตร์ ให้คำปรึกษาที่ดีมาก เราก็ไปได้สุด จึงเป็นหลักการทำงานของโบไปด้วยค่ะ ตัดสินใจทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ดีที่สุด

พอได้ทำงานออกแบบกระเป๋าสไตล์วินเทจ ที่มีความเรียบโก้ทันสมัยอยู่ด้วย ก็เช่นกันค่ะ กระเป๋าย้อนยุคเน้นทรงกล่องสี่เหลี่ยม กว่าจะลงตัวก็ใช้เวลาราว 4-5 เดือนเลยค่ะ

ใน 1 คอลเลกชั่นมี 6 แบบ ทั้งกระเป๋าไปทำงานกลางวัน กระเป๋า กลางคืน กระเป๋าเดินทางสะพายสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ รองรับการใช้ชีวิตผู้หญิงยุคใหม่ที่มีหลายบทบาท หลายหน้าที่มากขึ้น"

กระเป๋าทรงสี่เหลี่ยม คือกระเป๋าทรงอมตะ ชญาดา กล่าวย้ำว่า ใช้ได้ตลอดกาลแท้จริง มีการออกแบบที่ซับซ้อน แต่ละรายละเอียดต้องพิถีพิถันกันทุกๆ ขั้นตอน

"กว่าจะได้ทรงที่ลงตัวก็ทำงานไป แก้ไขไปค่ะ โบไม่ได้มองเป็นปัญหาเลย แต่เราได้ทำงานดีไซน์เต็มตัว จริงจังอีกครั้ง การเรียนรู้ในสิ่งเล็กๆ น้อยๆ โบปลื้มมาก พอศึกษากระเป๋าโบราณ คนออกแบบใส่ใจผู้หญิงทุกๆ รายละเอียดจริงค่ะ

กระเป๋าทรงรี คล้องโซ่สะพายกลางวันได้ และถอดโซ่ออกไปงานกลางคืนก็ได้อีก ในใบเดียวกัน หรือหูกระเป๋ากล่องเหลี่ยม ไปช็อปปิ้งก็ใส่ได้ทั้งบัตรเครดิต เครื่องสำอางเล็กๆ น้อยๆ ก็เท่ทะมัดทะแมง การใช้หนังจระเข้ให้ความหรูหราไปได้ทุกกาลเทศะนะคะ"

ความสุขคืองานออกแบบ

ดีเอ็นเอของแบรนด์เครื่องหนัง โรเชลล์ คือออกแบบให้เป็นมรดกสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลัง โดยที่ยังคงคุณภาพและความสวยงามไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตาม

การผลิตเครื่องหนังจระเข้มีมาตรฐานระดับไฮเอนด์ ชญาดา กล่าวว่า ต้องใช้ความตั้งใจสูงเพื่อให้ได้คุณภาพเครื่องหนังจระเข้ไทย ทั้งชาวไทยและต่างชาติยอมรับ ซึ่ง นักธุรกิจหญิงคนนี้ จินดา วัณณวัฒนพงษ์ ก็ทำได้ดีมาก ยิ่งมาร่วมงานผลิตคอลเลกชั่นพิเศษ ก็ยิ่งได้เห็นศักยภาพคนไทย

"โบฝันมาตลอดเลยค่ะกับอาชีพดีไซเนอร์ ตอนตัดสินใจไปเรียนอังกฤษ คุณแม่ (ม.ร.ว.สิริมาดา วรวรรณ) ก็ท้าเลยค่ะ จะเรียนรอดไหม เพราะตอนนั้นอายุแค่ 16-17 ปี พูดภาษาอังกฤษยังไม่ได้เลย แต่เราก็ต้องไปให้ได้ โบใฝ่ฝันอยากเดินตามรอยเท้าพ่อ พ่อทำงานมัณฑนากรออกแบบบ้าน เราก็ชอบไปเฝ้านั่งดูพ่อทำงาน จนนอนหลับไปใต้โต๊ะทำงานคุณพ่อ สมัยเด็กๆ เป็นแบบนั้นเลยค่ะ คลุกคลีกับงานดีไซน์ งานศิลปะมาตลอดเวลา

เซ็นทรัล เซนต์ มาร์ตินส์ คอลเลจ ออฟ อาร์ต แอนด์ ดีไซน์ ไม่ใช่สถาบันที่เข้าไปเรียนได้ง่ายๆ เสียด้วย แต่คุณแม่ กับพี่แบมเป็นสิงห์ดำ เรียนจบคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็อยากให้โบเป็น 3 สาวสิงห์ดำไปด้วย (หัวเราะ) แต่เราก็รู้ศักยภาพค่ะว่าไม่เก่งเท่าคุณแม่ เท่าพี่แบมหรอก พอเอนทรานซ์ไม่ติดจุฬาฯ ก็ขอคุณแม่ไปเมืองนอก บอกโบต้องเรียนจบ ได้ปริญญากลับมาให้ได้"

ชญาดา บอกว่า ก็ต้องสู้กันสุดฤทธิ์กับการตัดสินใจไปใช้ชีวิตคนเดียวใน ต่างประเทศ โดยที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ จึงต้องเริ่มต้นที่การเรียนภาษาก่อน 1 ปี และสะสมผลงานการดีไซน์ไปด้วย

"อยากเป็นดีไซเนอร์จริงๆ นะคะ ก็เลือกฝึกงานกับคนเก่งคนไทยโด่งดังที่นั่น พี่อู้-นพปฎล พหลโยธิน โบพื้นฐานการวาดภาพที่ได้เห็นคุณพ่อ ก็วาดพอร์ต โฟลิโอไปเสนอได้เยอะพอสมควรเลยค่ะ โบชื่นชม ฟิลลิป สตาร์ค ซึ่งมีโรงแรมที่เขาดีไซน์อยู่ใกล้ๆ กับ เซนต์ มาร์ตินส์ ก็ยอมเหนื่อย ตื่นตั้งแต่ตี 4 เข้างานกะตี 5 เลิกงานบ่าย 3 โมง ทำงานตั้งแต่พนักงานเก็บเงิน เสิร์ฟ เพื่อให้ได้โปรไฟล์ติดตัว

ได้ผลงานมากพอไปเสนอที่ เซนต์ มาร์ตินส์ เขาก็รับเราเข้าเรียน แต่โบก็ยังไม่ได้ทำงานออกแบบจริงจังค่ะ เพราะโบมีหลักในการทำงานที่ว่า ถ้าเราทำสิ่งใดก็ต้องทำสิ่งนั้นให้จริงที่สุด งานวงการบันเทิงคนอาจมองเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่ก็ไม่ง่าย มีเรื่องที่เราต้องเรียนรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลาค่ะ ช่วงชีวิตในเวลานั้นก็ต้องทำงานบันเทิงให้ดีที่สุด"

ความยาก ความท้าทายที่ต้องเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง ชญาดา กล่าวว่า คือการทำงานออกแบบของใช้คุณภาพดี สวยงามอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว ให้ดี ให้สวย ยิ่งขึ้นไปอีก

"กระเป๋ารุ่นลิมิเต็ดทั้ง 3 ใบขายหมดไปตั้งแต่วันเปิดตัวเลยค่ะ และมีการสั่งเพิ่มเข้ามาอีกเรื่อยๆ ลายเซ็นที่โบสร้างไว้ให้กับกระเป๋าที่เราออกแบบ คือความเป็นตัวโบเลยค่ะ อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ

ตอนที่คุยคอนเซปต์กับแบรนด์ โบก็ยิ่งรู้สึกอินและหลงใหลในเสน่ห์ของหนังจระเข้ เพราะลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ละใบลายไม่ซ้ำกันเลยนะคะ มีการนำไอเดียและเทคนิคจากการ ตัดเย็บเสื้อผ้าชั้นสูงมาถ่ายทอดลงบนกระเป๋าหนังให้เรียบหรู ทันสมัย คงไว้ซึ่งความคลาสสิก

กระเป๋าที่สวยคือ คุณถือไปไหนมาไหนได้โดยไม่ต้องแต่งหน้ามากมาย เสื้อผ้าดีเทล เดรสธรรมดาๆ แต่กระเป๋าต้องดึงความโดดเด่นของคนถือออกมาได้ ซึ่งเป็นการนำเสนอในแบบพัฒนาไอเดียที่เราเรียนมาจากเซนต์ มาร์ตินส์

เป็นวิธีการคิดให้สอดคล้องกับบุคลิกของคนรุ่นใหม่ ที่ชอบมิกซ์แอนด์แมตช์กับแฟชั่น ให้ได้ลงตัวในแบบฉบับของตัวเองค่ะ" ชญาดา กล่าวถึงงานก้าวใหม่ที่เต็มไปด้วยความสุขและมั่นใจในงานที่ทำวันนี้ n