ปีเตอร์+ดวงกมล วาเกนเซ่น หุ้นส่วนชีวิต หุ้นส่วนธุรกิจ

  • วันที่ 17 ก.พ. 2561 เวลา 11:20 น.

ปีเตอร์+ดวงกมล วาเกนเซ่น หุ้นส่วนชีวิต หุ้นส่วนธุรกิจ

โดย  อณุสรา ทองอุไร ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน

โบราณว่าคู่กันแล้วย่อมไม่แคล้วกัน ไม่ว่าจะอยู่ห่างกันเพียงไหน แม้จะคนละซีกโลกก็ยังโคจรมาพบกันได้ และไม่ได้เป็นแค่คนรู้จัก แต่เขาและเธอยังมาเป็นคู่ธุรกิจ และมาเป็นหุ้นส่วนชีวิตกันในที่สุด เป็นเวลาเกือบ 7 ปีแล้ว

ฝ่ายชาย ปีเตอร์ วาเกนเซ่น เจ้าของบริษัท HW Trading ผู้แทนจำหน่ายเครื่องเสียงสุดหรู แบรนด์ แบงค์ แอนด์ โอลาเซ่น จากประเทศเดนมาร์ก เขาเป็นหนุ่มเกาหลีแต่ไปเติบโตที่ประเทศเดนมาร์ก และมีสัญชาติเดนมาร์ก เข้ามาทำธุรกิจที่ประเทศไทยเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา หลงรักเมืองไทยจนตั้งใจที่จะปักหลักสร้างฐานอยู่ที่ประเทศไทยอย่างถาวร

เนื่องจากส่วนหนึ่งก็เพราะเขามาเจอสาวไทยหน้าหวานสวย อย่าง "แพร" ดวงกมล เวปุลละ นักประชาสัมพันธ์สาวและเจ้าของเพจแพรคิทเช่น ก่อนที่จะร่วมทุนทำธุรกิจนำเข้าเครื่องเสียงสุดหรูด้วยกันเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้มีอยู่ 3 สาขา และกำลังจะเปิดใหม่อีก 1-2 สาขา ภายในปีนี้ทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ทั้งสองยังร่วมหุ้นกัน เริ่มทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นคอนโดโลว์ไรส์ ขนาด 7 ชั้น ชื่อ The Pillar ที่ซอยสุขุมวิท 71 เป็นคอนโดสไตล์สแกนดิเนเวียน เพียง 13 ยูนิต ราคา 1.1 แสนบาท/ตารางเมตร ขนาดตั้งแต่ 120-350 ตารางเมตร

คอนเซ็ปต์คืออยู่คอนโดเหมือนอยู่บ้าน เน้นกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมียม และกำลังจะมองหาที่ย่านทองหล่อ เอกมัย เพื่อทำโครงการต่อไป

รู้จักกันในเรื่องงาน

แพร กล่าวว่า ตอนที่ทั้งสองมาพบกันนั้นในฐานะคนทำงานและเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันทั้งคู่ ในเรื่องงานนั้นก็ถือว่าเป็นไปได้ด้วยดี เพราะปีเตอร์ทำทางด้านที่ปรึกษาการลงทุนมาก่อน ขณะที่เธอก็ทำงานเบื้องหน้าด้านการประชาสัมพันธ์ ซึ่งทั้งคู่เคยเจอะเจอกันในงานต่างๆ อยู่หลายปี ก่อนที่จะพัฒนาความสัมพันธ์มาเป็นคู่ชีวิตกันในที่สุด

ที่สำคัญ ในเรื่องงานนั้นทั้งคู่มีการแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว ปีเตอร์ดูเรื่องบริหาร ดูเรื่องการตลาด ขณะที่เธอรับผิดชอบเรื่องการทำโปรโมชั่นและการทำประชาสัมพันธ์ มีการแบ่งสายงานกันอย่างชัดเจน เธอจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่กัน และในเรื่องงานนั้นจะคุยกันเฉพาะที่ออฟฟิศเท่านั้น ทั้งคู่จะไม่คุยเรื่องงานที่บ้านเป็นกฎที่ทั้งคู่รับรู้ร่วมกัน

“คือตอนที่เราเจอนั้นเป็นผู้ใหญ่มากๆ ด้วยกันทั้งคู่ และเราทั้งคู่ก็เคยผ่านการแต่งงานกันมาแล้ว ทำให้มีประสบการณ์กันมาทั้งคู่ ก็ไม่อยากจะผิดพลาดซ้ำ เราต้องการทำทุกอย่างให้มันดีกว่าที่เคยเป็นมาครั้งที่แล้ว เราไม่อยากเริ่มต้นใหม่อีก จริงๆ แล้วเราทั้งคู่อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีใครก็ได้ แต่เมื่อเรามาเจอคนที่ดีและคิดว่าใช่อีกครั้ง เราก็ไม่อยากจะเสียโอกาสไป และมันก็ดีกว่าที่คิด เขาเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีเหตุมีผล ใจเย็น รับฟัง และพร้อมสนับสนุนเราอยู่เสมอ”

เป็นห่วงเขาทำงานเยอะ และไม่ค่อยออกกำลังกาย

แพร ยังบอกอีกว่า ปีเตอร์เป็นผู้ใหญ่ใจดี มีเหตุมีผล ไม่ใจร้อนหรือเอาแต่อารมณ์ ถือว่าเขาดีใช้ได้เลย เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ชาย และเป็นที่ปรึกษาที่ดีเยี่ยม ที่สำคัญพร้อมสนับสนุนทุกคนที่เขาร่วมงานด้วยเสมอ ไม่มีอะไรต้องห่วงเขาเลย โชคดีที่ได้เป็นหุ้นส่วนกับเขา

“มีเรื่องเดียวคือเขาทำงานเยอะ แล้วก็ไม่ค่อยออกกำลังกาย อยากให้เขาหาเวลาออกกำลังกายมากกว่านี้ แล้วเขาก็ชอบเข้าครัวทำอาหารด้วย (หัวเราะ) เขามีความสุขกับการทำอาหารและการรับประทาน แพรก็พยายามจะเตือนเขา

เวลาแพรทำอาหารก็จะเน้นปลา เน้นอกไก่ ใส่ผักสดเยอะๆ เพื่อจะคุมอาหารให้เขา ซึ่งเขาก็ร่วมมือดี น้ำหนักเขาลดไป 3-4 กิโลกรัมแล้ว แล้วช่วงนี้ให้เขาห่างๆ การทำอาหารออกไปหน่อย เพราะเวลาเขาทำอาหารเองจะจัดหนักจัดเต็มมากๆ” เธอกล่าวด้วยความห่วงใย

เธอเป็นผู้หญิงน่ารักและไม่ขี้งอน ซึ่งผมชอบมาก

ทางด้านปีเตอร์ ที่นั่งฟังด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดี กล่าวถึงภรรยาของเขาว่า เธอเป็นผู้หญิงสวย อารมณ์ดี และไม่เรื่องเยอะ ที่สำคัญเธอไม่จู้จี้จุกจิก ไม่ขี้งอน นิสัยจะแมนๆ ตรงไปตรงมา ซึ่งเขาชอบมาก เพราะเบื่อผู้หญิงขี้งอน ขี้น้อยใจ มันเหนื่อยที่ต้องคอยดูว่าเธองอนเรื่องอะไร จะหายงอนหรือยัง บางทีก็ไม่รู้ว่าเธอกำลังงอนและโกรธอยู่ (หัวเราะ)

 “แต่คุณแพรไม่มีปัญหานี้เลย เขาง่ายๆ สบายๆ มีอะไรก็พูดกันตรงๆ ชอบอะไรหรือไม่ชอบอะไรเขาก็จะบอกเลย ไม่ซับซ้อน ทำให้ผมสบายใจไม่ต้องมาคอยกังวล ที่สำคัญเขาเป็นคนสวยที่ทำงานเก่งด้วย มีความเป็นมืออาชีพ เขาทำงานในส่วนของเขาได้เป็นอย่างดี ถือว่าทำงานได้เคียงบ่าเคียงไหล่ผมได้โดยไม่ต้องห่วงกังวลใดๆ เลย ผมแฮปปี้กับเธอมาก ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว มีนิดเดียวที่ห่วงก็คือเธอขับรถเร็ว (หัวเราะ) นอกนั้นไม่มีอะไรต้องกังวลกับเธอเลย” เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี

สุดท้าย แพร ดวงกมล กล่าวเสริมว่า พวกเขาทั้งคู่เติมเต็มซึ่งกันและกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน บางอย่างที่เธอขาด ปีเตอร์มี บางสิ่งที่เธอมี ปีเตอร์ก็อาจจะขาดไปบ้าง

 “อาจจะเพราะว่าเราเป็นผู้ใหญ่กันทั้งคู่ วิธีคิดมุมมองเราทั้งสองสุขุมรอบคอบขึ้น ถ้าเจอกันตอนวัยรุ่นอาจจะไม่ลงตัวเท่านี้ พอป็นผู้ใหญ่ความรู้สึกและอารมณ์เรามั่นคงมาก แล้วเราก็มีไลฟ์สไตล์คล้ายๆ กัน ชอบทำอาหาร ชอบรับประทาน ชอบเดินทางท่องเที่ยว และตอนนี้แพรพยายามจะชวนเขามาออกกำลังกายมากขึ้น เพราะแพรชอบออกกำลังกาย แพรเล่นโยคะ แล้วก็วิ่ง ตอนนี้เรามีกิจกรรมเพิ่ม ไปเดินเร็ว หรือวิ่งกันตามต่างจังหวัด ถือว่าได้พักผ่อนไปด้วยออกกำลังกายด้วย ชีวิตตอนนี้ลงตัวดีมากๆ” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

..........โปรย 1..........

"ที่สำคัญในเรื่องงานนั้น เรามีการแบ่งหน้าที่กันอย่างลงตัว ปีเตอร์ดูเรื่องบริหาร ดูเรื่องการตลาด ขณะที่แพรรับผิดชอบเรื่องการทำโปรโมชั่นและการทำประชาสัมพันธ์ มีการแบ่งสายงานกันอย่างชัดเจน เราจะไม่ก้าวก่ายหน้าที่ซึ่งกันและกัน และในเรื่องงานนั้นจะคุยกันเฉพาะที่ออฟฟิศเท่านั้น จะไม่คุยเรื่องงานที่บ้าน เป็นกฎที่ทั้งคู่รับรู้ร่วมกัน"

...........โปรย 2..........

"จริงๆ แล้ว เราทั้งคู่อยู่ได้ด้วยตัวเองโดยที่ไม่ต้องมีใครก็ได้ แต่เมื่อเรามาเจอคนที่ดีและคิดว่าใช่อีกครั้ง เราก็ไม่อยากจะเสียโอกาสไป และมันก็ดีกว่าที่คิด เขาเป็นผู้ใหญ่ใจดี มีเหตุมีผล ใจเย็น รับฟัง และพร้อมสนับสนุนเราอยู่เสมอ"

ข่าวอื่นๆ