ดิเอโก้ เมนซ์ ธุรกิจคือ การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

  • วันที่ 05 ก.พ. 2561 เวลา 14:00 น.

ดิเอโก้ เมนซ์ ธุรกิจคือ การเรียนรู้ไม่มีวันสิ้นสุด

 

“ผมชอบที่จะได้ทำงานในต่างประเทศ ได้เห็นและเรียนรู้ความแตกต่างทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ เป็นความท้าทายความสามารถในการทำงานของผม ในการบริหารองค์กรให้บรรลุเป้าหมายท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น” ดิเอโก้ เมนซ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ร็อคค่า บาธรูม โพรดักส์ (ไทยแลนด์) ผู้บริหารหนุ่มชาวสเปนผู้มีความฝันในการบริหารองค์กรข้ามชาติให้ประสบความสำเร็จ กล่าวไว้เช่นนั้น   

ดิเอโก้ เกิดที่เมืองมาดริด เขาเรียนจบปริญญาตรี สาขาบริหารธุรกิจ และปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยมาดริด และเริ่มทำงานที่แรกในฐานะที่ปรึกษาด้านการค้าระหว่างประเทศ ที่สถานเอกอัครราชทูตสเปน ประเทศเม็กซิโก จากนั้นจึงผันตัวเข้ามาทำงานในสายธุรกิจตามเป้าหมายชีวิต โดยเริ่มทำงานเป็นผู้ประสานงานด้านการขายและการตลาดที่ ร็อคค่า บาธรูม โพรดักส์ ประเทศออสเตรเลีย จนขึ้นตำแหน่งเป็นผู้บริหารประเทศออสเตรเลียเป็นระยะเวลา 4 ปี และย้ายมาก่อตั้งบริษัทในประเทศไทยด้วยวัยเพียง 33 ปี

ดิเอโก้ ย้อนความหลังให้เราฟังว่า “ผมสนใจศึกษาด้านการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ เพราะเมื่อดูธุรกิจในปัจจุบันในทุกสาย ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมใดก็ตาม ล้วนแต่มีเป้าหมายส่งออกไปยังต่างประเทศ ผมจึงคิดว่าการเรียนทางด้านนี้จะช่วยให้ผมเลือกงานได้ง่ายขึ้น แต่ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดก็คือวิชาการบริหารจัดการ สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้

ผมทำงานมาแล้วในหลายๆ ประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย ต่างมีเสน่ห์และจุดแข็งของตัวเองอย่างน่าชื่นชม ความสำเร็จที่เคยทำได้ในประเทศหนึ่งจะไม่สามารถนำไปใช้กับอีกประเทศได้ เพราะวัฒนธรรมในการทำงานแตกต่างกัน นิสัยใจคอของคนก็ไม่เหมือนกัน อาจจะมีบางจุดที่เราเก็บเป็นประสบการณ์ในการทำงานที่พอปรับใช้ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเราจะเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่เพื่อทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายในประเทศที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันออกไป

ผมมาที่ประเทศไทยก็ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่เหมือนกัน สิ่งที่ผมเห็นว่าเป็นข้อดีของคนไทยจากที่ทำงานร่วมกันมาคือพวกเขามีความกระตือรือร้น มีความพยายามในการพัฒนา พร้อมรับคำติชมเพื่อพัฒนาการทำงานให้ดีขึ้น มีความตั้งใจทำงาน และที่สำคัญคือค่อนข้างจะเป็นกันเอง จึงไม่เป็นปัญหาสำหรับผมที่มีสไตล์การทำงานแบบเน้นการรับฟังความคิด ให้คำแนะนำกับทุกคนในทีม เพื่อพัฒนาความสามารถของพนักงานทุกคน และโน้มน้าวให้พนักงานรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับองค์กร เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทั้งหมดที่วางไว้

ไม่ว่าจะทำงานในประเทศไหนก็ตาม ปัญหาสำคัญในการบริหารบริษัทข้ามชาติก็คือ กลยุทธ์ในการบริหารงานเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุด และสิ่งที่ผมเจอตลอดก็คือ การปรับตัวให้เข้ากับผู้คนในแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเชิงการทำงานกับพนักงานและการติดต่องานกับลูกค้า ก็ต้องเรียนรู้ทำความเข้าใจเพื่อหาจุดที่ลงตัวให้มากที่สุด ยิ่งการทำตลาดในประเทศไทย ผมยอมรับว่าเป็นตลาดที่มีความท้าทายความสามารถของผมมาก เพราะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันในธุรกิจสุขภัณฑ์ค่อนข้างสูง

ถ้าเทียบกับประเทศอื่นที่เคยผ่านมาอย่างเม็กซิโกและออสเตรเลีย สุขภัณฑ์ประเทศไทยมีการพัฒนาสินค้าสูงกว่าประเทศอื่นๆ แต่ผมก็เชื่อว่าคนไทยจะยอมรับแบรนด์ของเราในฐานะสินค้าคุณภาพจากยุโรปที่มีคุณภาพระดับโลก มีเทคโนโลยีในการออกแบบสินค้าที่มีความสวยงาม ปลอดภัยและแข็งแรง ให้ประสบการณ์และความรู้สึกใหม่ ตอบโจทย์ให้กับบ้านระดับลักซ์ชัวรี่ในประเทศไทย”

 

 

ผู้บริหารหนุ่มยังแนะนำแนวทางในการทำงานกับบริษัทข้ามชาติจากประสบการณ์ของเขาเองด้วยว่า “เราต้องไม่หยุดที่จะเรียนรู้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือด้านการบริหารธุรกิจ การทำการตลาดด้วยเทคโนโลยีและแนวทางใหม่ๆ โดยเฉพาะเทรนด์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง เพื่อให้คนไทยได้รู้จัก เราจึงต้องอัพเดทสิ่งเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา และที่ขาดไม่ได้ก็คือการรับฟังความคิดเห็นจากรายงานของพนักงาน เพราะพวกเขาเป็นคนที่อยู่หน้างาน ได้เห็นสินค้าของคู่แข่ง และความเคลื่อนไหวในตลาด ซึ่งเราจะต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาคิดวางแผนการตลาดใหม่ๆ เพื่อให้มียอดขายเพิ่มขึ้น

ที่สำคัญกว่านั้นคือการใช้ชีวิตอย่างถูกต้อง ผมชอบตื่นแต่เช้าเพื่อจะได้มีเวลาให้กับตัวเองในการออกกำลังกายและการอ่านข่าวหนังสือพิมพ์อย่างบางกอกโพสต์ เป็นสิ่งแรกในตารางเวลาประจำวันของผม จากนั้นผมจะตั้งเป้าหมายในการทำงานของวันว่าวันนี้จะต้องทำอะไรให้สำเร็จบ้าง เพื่อให้เรารู้สึกว่าเรามีเป้าหมายในการทำงาน มีพลัง มีแรงบันดาลใจที่จะทำให้สำเร็จ และใช้เวลาทำงานตั้งแต่เช้าจนถึงเวลาเลิกงานอย่างเต็มที่

หลังจากเลิกงาน สิ่งที่ผมทำเป็นประจำก็คือการแบ่งเวลาในการอ่านหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพวกการบริหารจัดการ การตลาด นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ การอ่านหนังสือเป็นทางหนึ่งเพื่อพัฒนาให้ตัวเรามีความสามารถที่สูงขึ้น และยังเป็นการอัพเดทความรู้ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา และคิดวางแผนก่อนนอนว่าวันพรุ่งนี้เราจะต้องทำอะไรบ้าง

ส่วนวันหยุดสุดสัปดาห์ถ้าไม่ได้มีแผนงานที่ต้องทำ ผมจะใช้เวลาว่างเหล่านี้ในการเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด เพราะเวลาที่เราทำงานในประเทศต่างๆ สิ่งที่เราควรทำคือปรับตัวและเรียนรู้วิถีชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ ผ่านการเดินทาง การรับประทานอาหาร เรียนรู้นิสัยใจคอของคนแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ยอดเยี่ยมมาก มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทุกครั้งที่มีโอกาสจะไม่พลาดการออกเดินทางไปทั่วประเทศ เพื่อพบเจอสถานที่ใหม่ พบปะผู้คนและประเพณีใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบมากที่สุด” 

เมื่อเราถามถึงเป้าหมายในการทำงานและการใช้ชีวิตของเขา ดิเอโก้ ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมพยายามมองไปอีก 20 ปี เพื่อพัฒนาตัวเองให้อยู่ในจุดที่สูงที่สุด ให้ชีวิตมีความมั่นคงพอกับการเกษียณอายุ แต่ในระหว่างทางก่อนไปถึงจุดนั้นผมจะพยายามเดินทางไปทำงานในหลายประเทศ เพื่อให้เรียนรู้การทำงานในหลายๆ วัฒนธรรมและเก็บประสบการณ์ทำงานเหล่านี้ไว้ให้ได้มากที่สุด ผมเชื่อว่าคนเราควรเน้นไปการพัฒนาชีวิตให้ตัวเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม

ส่วนหนึ่งในชีวิตผมนอกจากการทำงานและการเดินทางแล้ว ผมยังมีส่วนร่วมกับ มูลนิธิ วี อาร์ วอเตอร์ ฟาวน์เดชั่น ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแหล่งน้ำให้กับโครงการ 49 แห่ง และนำน้ำดื่มที่สะอาดให้กับผู้คนจำนวน 5.4 แสนคนทั่วโลก รวมถึงโรงเรียนอนุบาล 10 แห่งในประเทศไทย เป็นงานเพื่อสังคมที่ผมรู้สึกภูมิใจอย่างมาก 

สำหรับคนที่เริ่มต้นทำงาน ผมอยากแนะนำกับพวกเขาว่า เราต้องคิดถึงชีวิตที่เราอยากอยู่ว่าเป็นอย่างไร จากนั้นค่อยหาอาชีพที่เหมาะสมกับเราตอบโจทย์กับสิ่งที่เราอยากเป็น ทั้งการทำงานและตอบโจทย์เรื่องการเงินด้วย แต่อย่างไรก็ดี ชีวิตจะมีแค่เรื่องการทำงานอย่างเดียวไม่ได้ การดูแลสุขภาพก็เป็นสิ่งที่ควรมาก่อนเสมอ เราควรที่จะออกกำลังกายให้แข็งแรงเพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ชีวิต เพราะสิ่งเดียวที่เงินซื้อไม่ได้คือสุขภาพที่ดี และการมีร่างกายที่แข็งแรงก็ทำให้เราใช้ชีวิตได้ตามความฝันด้วยเช่นกัน”

ข่าวอื่นๆ