สุกิจ ชูศรี ศิลปะเปลี่ยนชีวิต

วันที่ 04 ก.พ. 2561 เวลา 09:57 น.
สุกิจ ชูศรี ศิลปะเปลี่ยนชีวิต
โดย ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์

สุกิจ ชูศรี วัย 39 ปี อาจารย์ประจำวิทยาลัยช่างศิลป์ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ จ.นครศรีธรรมราช เป็นศิลปินนักวาดอีกผู้หนึ่งที่ใช้ความรักที่มีต่องานศิลปะของเขาเปลี่ยนชีวิตให้ก้าวไปสู่ความมีชื่อเสียงในระดับภูมิภาคเอเชีย จนเชื่อได้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้ เขาจะต้องกลายเป็นศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะ ซึ่งชาวต่างชาติจากหลายประเทศทั่วโลกให้ความสนใจแน่นอน

“ผมเกิดและเติบโตที่ จ.พัทลุง ในครอบครัวเกษตรกรชาวสวนยาง โดยพื้นเพแล้วถือว่าฐานะทางบ้านพอมีพอกิน ไม่ได้ร่ำรวย เท่าที่จำความได้ผมชอบศิลปะมาตั้งแต่เด็กๆ และมักชอบวาดรูปด้วยดินสอหรือสีไม้อยู่เสมอ โดยวาดลงบนเศษไม้กระดานหรือเศษกระดาษขาวๆ พอขึ้นชั้นประถมก็เริ่มมีสมุดวาดเขียน ผมจึงฝึกวาดโลโก้ยี่ห้อตามกระสอบปุ๋ยบ้าง ตามป้ายโฆษณาบ้าง โดยใช้วิธีลอกตามรูปที่เห็นไปก่อน

สิ่งที่ผมแตกต่างจากเด็กวัยเดียวกันก็คือ พอมีเวลาว่างปุ๊บ ผมมักจะฝึกวาดรูปอยู่เสมอ โดยวาดรูปการ์ตูนแล้วแต่งเนื้อเรื่องขึ้นมา พอขึ้นชั้นมัธยมต้นก็เริ่มหากระดาษ 100 ปอนด์อย่างที่นักเรียนเพาะช่างใช้มาเริ่มวาดรูปบ้าง จากนั้นก็ให้แม่ซื้อสีเมจิกและสีน้ำมาให้ แถมยังคิดการใหญ่โดยอยากจะวาดรูปด้วยสีน้ำมัน แต่ด้วยความเป็นเด็กจึงเข้าใจว่าสีน้ำมันสำหรับวาดรูปคือสีชนิดเดียวกับที่ใช้ในการทาสีบ้าน พอแม่ซื้อสีมาให้ ผมก็ดันใช้น้ำมันหมูผสมลงไปในสีอีกแน่ะ เพราะได้ยินมาว่าต้องผสมด้วยน้ำมัน พอวาดรูปบนไม้กระดานเสร็จ ผ่านไป 1 สัปดาห์ สีก็ยังไม่แห้งสักที นี่จึงเป็นเรื่องเซ่อๆ ของผมที่นึกถึงทีไรก็อดขำไม่ได้ทุกที”

 

เมื่อชนะการประกวดจากเมืองไทยแล้ว ยูโอบีก็ได้ส่งสุกิจให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการเข้าร่วมประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาคประจำปี 2560 (UOB Southeast Asian Painting of the Year) ซึ่งจะคัดภาพของศิลปินที่ชนะเลิศอันดับ 1 จากแต่ละประเทศมาเข้าร่วมประกวดในครั้งนี้ โดยมีผู้เข้ารอบ 4 ประเทศ คือ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย

ด้วยความโดดเด่นของภาพ “หนึ่งชีวิต” ซึ่งเป็นภาพของเด็กหญิงที่แลดูสงบนิ่ง แต่สามารถสะกดสายตากรรมการได้ ด้วยความประทับใจในความละเอียดของผลงาน ที่สะท้อนให้เห็นแนวความคิดของศิลปินจากทุกองค์ประกอบของภาพวาด เงาของต้นโพธิ์พาดบนตัวอันแสดงถึงชีวิต ความตาย การเสื่อมสลาย และในดวงตามีรูปเงาพระพุทธรูป ซึ่งสื่อให้เห็นถึงการมองเห็นและเข้าใจความจริงของชีวิต ว่าทุกสิ่งย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอันเป็นเรื่องปกติของชีวิต บวกกับเทคนิคการใช้สีฝุ่นและสีอะครีลิก ซึ่งเป็นเทคนิคที่ต้องใช้ความละเอียดเป็นอย่างมาก ทำให้ภาพ “หนึ่งชีวิต” สามารถเอาชนะสายตาคณะกรรมการตัดสินที่เป็นศิลปิน นักวิจารณ์ศิลปะ ภัณฑารักษ์ และผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะระดับภูมิภาค จึงนับเป็นครั้งแรกที่ศิลปินไทยสามารถคว้ารางวัลใหญ่ระดับภูมิภาคที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 นี้มาได้

“วินาทีที่ประกาศผล ผมไม่ได้คิดเลยว่าตัวเองจะชนะเลิศอันดับ 1 ตอนที่พิธีกรประกาศผลการตัดสิน ผมไม่ได้ยินแม้แต่ชื่อของตัวเอง จนเพื่อนศิลปินจากประเทศอื่นเริ่มหันมาแสดงความยินดีด้วย ผมถึงได้รู้ตัวว่าได้รางวัล ตอนนั้นบอกเลยว่าดีใจสุดๆ จนพูดคำว่า ‘แตงกิ้ว’ ไม่ออกเลยละ หลังจากคว้ารางวัล ‘ยูโอบี เซาท์อีสต์ เอเชีย เพนติ้ง ออฟ เดอะ เยียร์’ พร้อมเงินรางวัลถึง 1 หมื่นดอลลาร์สหรัฐ (3 แสนกว่าบาท) มาครองได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด การได้รางวัลเป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผมก็คือ การได้มีที่ยืนในวงการศิลปะและการสร้างชื่อเสียงให้ชาวต่างชาติได้รู้ว่า ศิลปินนักวาดภาพชาวไทยก็มีฝีมือไม่แพ้ชาติใดเช่นกัน

เวทีอื่นๆ ที่ผมเคยประกวดมาจะมีแค่การนำภาพไปให้คณะกรรมการดูและตัดสินเท่านั้น แต่เวทีนี้สิ่งที่ผมชอบก็คือ คณะกรรมการจะพูดคุยกับศิลปินว่า มีความคิดเห็นหรือมีไอเดียอย่างไรกับภาพที่ส่งเข้าประกวด รวมทั้งถามมุมมองและให้พรีเซนต์ผลงานแต่ละช่วงที่เคยทำออกมาด้วย เรียกว่าเป็นการตัดสินจากทุกมิติในตัวเรา ไม่ได้ตัดสินเฉพาะผลงานที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น การประกวดแล้วได้รับรางวัลก็เหมือนเป็นการร่นระยะทางของศิลปินให้ไปถึงจุดหมายได้เร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การประกวดยังทำให้เป้าหมายของผมชัดเจนขึ้น ผมว่าการทำงานศิลปะมันต้องเรียนรู้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีวันสิ้นสุด ดังนั้นเมื่อกลับมาเมืองไทยผมจึงทำผลงานต่อและพัฒนาตัวเองต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เหมือนเป็นการเติมไฟในการวาดภาพให้ตัวเองอยู่เสมอก็ว่าได้”

สุกิจ บอกว่า การที่เขาทำงานศิลปะ ทำให้ได้รับโอกาสดีๆ ในชีวิตมากมาย และครั้งนี้ก็เช่นกัน หลังจากได้รางวัลจากการประกวดจิตรกรรมยูโอบีระดับภูมิภาคประจำปี 2560 มาแล้ว ล่าสุดเขาได้รับเชิญให้ไปร่วมแสดงผลงานที่ “UOB Art Space At Art Stage Singapore 2018” พร้อมศิลปินชาวไทยอีก 2 ท่าน คือ สุวรรณี สารคณา (ชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2011) และอิมรอน ยูนุ (ชนะเลิศการประกวดจิตรกรรมยูโอบี ปี 2012) จึงได้รับประสบการณ์มากมายจากการเข้าร่วมกิจกรรมนี้ ซึ่งเป็นเวทีทางศิลปะระดับนานาชาติ โดยมีแกลเลอรี่มากกว่า 150 แกลเลอรี่จากทั่วโลกเข้าร่วมในงานนี้ด้วย

“ผมมีโอกาสได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะกับนักสะสมงานศิลปะ ภัณฑารักษ์ ผู้จัดการแกลเลอรี่ และคนทั่วไปที่สนใจงานศิลปะจากทั่วโลก ซึ่งเป็นคนต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม ที่ให้การชื่นชมยกย่องและยอมรับความคิดสร้างสรรค์และวิธีการทำงานของผม ผมจึงรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมากที่ได้เปิดโลกทัศน์ทางศิลปะ และสามารถนำกลับมาสร้างสรรค์พัฒนาและบริหารจัดการผลงานของตัวเองด้วยความมุ่งมั่นต่อไป ทั้งยังสามารถนำประสบการณ์ที่ได้รับมาถ่ายทอดแก่ลูกศิษย์ของผมได้อีกด้วย

ล่าสุดผมได้รับการติดต่อพูดคุยจากแกลเลอรี่ทั้งในประเทศจีน สิงคโปร์ และไทย ให้นำภาพไปจัดแสดง ฉะนั้นเวทีแห่งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นให้ผมได้ก้าวเดินไปสู่ความฝันที่มุ่งหวังไว้ในอนาคต ต้องขอบคุณธนาคารยูโอบีอีกครั้งที่ได้สร้างโอกาสให้กับผมและศิลปินไทยคนอื่นๆ ทั้งที่ผ่านมา และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยครับ”