วสุธีร์ เปลี่ยนเชาว์ ถูๆ ไถๆ สู่ดีเจอาชีพ

  • วันที่ 19 ม.ค. 2561 เวลา 15:32 น.

วสุธีร์ เปลี่ยนเชาว์ ถูๆ ไถๆ สู่ดีเจอาชีพ

เรื่อง: มัลลิกา นามสง่า, จีรวัฒน์ กล้ากะชีวิต  ภาพ: ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ดีเจวอทแดทฟร็อก (DJ. Whatdatfrog) แชมป์เรด บูล ทรี สไตล์ ประเทศไทย 2017 (Red Bull Thre3Style Thailand ปี 2018) ผู้ที่จะไปประชันฝีมือกับดีเจระดับนานาชาติ บนเวที Red Bull 3Style World DJ Championships ที่เมืองคราเคา ประเทศโปแลนด์ ในช่วงต้นเดือน ก.พ. 2018

ดีเจวอทแดทฟร็อก คือฉายาของ กบ-วสุธีร์ เปลี่ยนเชาว์

จุดเริ่มต้นการเป็นดีเจของเขามาจากการดูโชว์ของ ดีเจ SpydaMonkee "ส่วนตัวผมเริ่มมาจากการสแครชแผ่น ได้รับแรงบันดาลใจจากพี่เต้ง SpydaMonkee ตอนนั้นเตะบอลอยู่เพื่อนก็วิ่งมาชวน วันนี้มีดีเจมาสแครช แผ่น เราก็งงว่ามันคืออะไรก็ขึ้นไปดูเท่านั้นละ มันคือสิ่งที่เราอยากทำ"

เครื่องใหญ่ๆ มีแผ่นเสียงวงกลมขนาดเล็กกว่าที่ดีเจใช้นิ้วมือถูๆ ไถๆ สร้างเสียงแปลกใหม่ขึ้นมา เปิดตาเปิดใจและเปิดโลกของเขาทันที ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเครื่อง ที่สะกดเขาไว้ดั่งต้องมนตร์เรียกว่าเครื่องเทิร์นเทเบิล (Turntable) และเสียงในวันนั้นได้ลิขิตเขา

"เป็นอะไรที่ใหม่มาก ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคืออะไร เพราะเมื่อก่อนจะมีแค่ดีเจที่เปิดเพลง พอไปดูแล้วก็เลยอยากเล่น เพราะมันเป็นเสียงที่ผมไม่เคยได้ยิน รู้แต่เสียงเบส กีตาร์ กลอง เห็นเขาถูๆ เราไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่เสียงมันโดนมาก พูดแล้วยังขนลุก จำได้ว่าตอนนั้นเรียนอยู่มัธยมปีที่ 3

จากนั้นก็เก็บตังค์ไปเรียน แต่ยังไม่ได้เรียนมิกซ์ซิ่งคือเรียนสแครช เรียนเพื่อสนองนีดอย่างเดียวเลย เพราะก่อนหน้านั้นเราก็ฟังเพลงฮาร์ดคอร์ เพลงร็อกปกติ มันคนละแนวเลย จากนั้นก็เริ่มฟังเพลงหลากหลายแนวมากขึ้น"

กว่าจะขึ้นสู่อันดับ 1 เรด บูล ทรี สไตล์ ประเทศไทย เขาผ่านการแข่งขันเวทีนี้มาแล้ว 3 ครั้ง

"ยิ่งแพ้ยิ่งพัฒนา" คำของดีเจวอทแดทฟร็อก

 

"ก่อนประกวดเวทีนี้ประกวดมาหลายเวทีครับ มีแพ้มีชนะ บางทีก็ประมาทอ่อนซ้อม บางทีก็คิดว่าเราเก่งมาก แต่เวลาแพ้กลับมาแต่ละครั้ง ก็ยิ่งซ้อมหนักครับ พยายามฝึกอะไรที่เราไม่แม่นให้เราแม่น อย่างเช่นจังหวะแปลกๆ"

อีโก้ ประมาท คิดว่าตัวเองเก่ง บทเรียนที่สอนให้เขาพัฒนา "ปีแรกไม่ติดเลยครับ รู้ตัวครับว่าไม่พร้อมและเซตเพลงไม่ตรงกับกติกา ผมยังตีโจทย์ไม่แตกยังติดอีโก้ตัวเอง เพราะรายการนี้คนก็ต้องสนุกด้วย เพลงต้องเป็นตัวเราด้วย รายการนี้ต้องต่อคำให้เกิดเนื้อหาและความหมาย เอาเมโลดี้อีกเพลงมากดให้เป็นอีกเพลง

ตอนนั้นผมมีความเป็นตัวเองเยอะ ซึ่งการติดตัวเองเยอะมีทั้งดีและไม่ดี เพราะแนวผมฮิปฮอปแบบว่าโอลด์สกูลยุค 90 จะเล่นเยอะหน่อย ปล่อยให้คนเต้น

สำหรับปีที่ 2 ผมตั้งใจมากขึ้นครับ แต่ก็ยังไม่ดีพอเพราะตื่นเวที เล่นหลุด ซ้อมมาไม่ดีเลยครับ ถ้ามีวินัยกับตัวเองก็น่าจะดีกว่านี้ มันคือข้อบกพร่องที่เรารู้เอง

มาปีที่ 3 คราวนี้ผมตีโจทย์แตกแล้ว ทำตามโจทย์ทุกอย่าง แต่ก็ยังมีความเป็นตัวของตัวเองอยู่ ครั้งนี้ค่อนข้างเต็มที่ครับ มีเซอร์ไพรส์มีเสียงกบตอนขึ้นอินโทร ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรา

เล่นเวิร์ดเพลย์ คือ เป็นการเอาความหมายเอาคำมาต่อกันแบบว่า ยู กอต ยัวร์ เลิฟ เราก็ ไอ วอน นา บี ยัวร์ เลิฟ ก็เอามาต่อกัน ต้องคิดเองซ้อมเยอะมาก เพราะบางทีมันคิดไม่ออก ไอเดียบางทีเค้นมันเกินไปมันก็ไม่มา มีโชว์สแครช มีใช้เพลงที่หลากหลายหนักเบา ที่สำคัญเราต้องแก้ไขสถานการณ์"

ดีเจวอทแดทฟร็อกเป็นตัวแทนดีเจจากประเทศไทย ประจำปี 2017 ผลแพ้ชนะนั้นสำคัญก็จริง หากกว่าจะถึงวันตัดสิน ประสบการณ์ที่เขาจะได้พบปะกับดีเจระดับ หัวกะทิจากประเทศต่างๆ นั้นนับเป็นห้วงเวลาอันมีค่า

"ได้เจอดีเจที่เราชอบ กรรมการ เพื่อนกรรมการที่มาดู ได้เจอเพื่อนดีเจทั่วโลก ได้แลกเปลี่ยนได้คอนเนกชั่น แม้จะไม่ได้รางวัลก็โอเคแล้ว แต่อยากเข้ารอบ (หัวเราะ)

ตอนนี้ก็ซ้อมอย่างเดียวเลย ลดงานโชว์บ้างเพื่อมาซ้อม เพราะการซ้อมสำคัญมาก มันต้องแม่นจนหลับตาเล่นแล้วสบาย หรือถ้าหลุด สติก็ต้องทันทำไงให้คนไม่รู้ว่าหลุด ยิ่งผมค่อนข้างขี้ตื่นเต้น ต้องหายใจลึกๆ พยายามไม่เล่นอะไรยากๆ ในตอนแรก"

 

ด้านการเตรียมโชว์คืบหน้าไปมาก "มี 20 ประเทศ แบ่งเป็น 4 สาย แล้วเอาที่หนึ่งของแต่ละสายมาชิงกัน ผมคาดว่าเข้ารอบก็พอใจแล้ว เพราะปีนี้เก่งครับทั่วโลก อย่างดีเจจากอเมริกามาแบบเทิร์นเทบิชเลยครับ มาสายเดียวกับผมเลย แต่เขาเล่นเพลงกว้างมาก เก่งมาก เอาเพลงเก่ามาเข้ากับเพลงใหม่

สำหรับโปแลนด์เจ้าภาพก็จะกดแผ่นเก่งมากรู้เลยว่าสู้ไม่ไหว เพราะผมไม่ถนัดกด ผมถนัดถูมากกว่า ผมก็พยายามเป็นตัวเองก็คือจะใส่เสียงกบครับ เอาไปให้เป็นคาแรกเตอร์ของเรา

ช่วงนี้ก็ซ้อมเรื่อยๆ ครับ เพลงก็มีหลายเซตมาก แต่ยังไม่ได้ประกอบร่าง ไอเดียเต็มไปหมด แต่พอมาเชื่อมแล้วลำบาก แนวเพลงส่วนมากที่เตรียมไปเป็นฮิปฮอป เรกเก้ สกา ซึ่งระยะเวลาที่กำหนดแข่งขันคือ 15 นาที บางเพลงเอามาแค่ท่อนเดียว มีหลายร้อยเพลงมาก ตัดใจไม่ได้ เพราะอยากเล่นหมด"

นอกจากนี้ดีเจตัวแทนประเทศไทยของเราก็ยังไม่ลืมที่จะนำความเป็นไทยในรูปแบบการเล่นที่นำมามิกซ์ให้เกิดจังหวะอย่างเสียง "แคน"

"วางแผนธีมเรื่องเล่าไว้เป็นช่วงๆ อินโทรขึ้นด้วยเสียงกบ โชว์ความเป็นตัวเองก่อนจะดันบีทขึ้นมาและบิ้วไปเรื่อยๆ ก่อนจะผ่อนลงมาให้ภาพรวมมีความลงตัวที่สุด

ในส่วนของเนื้อหายังไม่ชัวร์ แต่ที่คิดไว้ส่วนมากจะเป็นบทเพลงที่มีคำว่า เลิฟ เพราะมีหลายเพลง อย่าง แวร์ กอต เดอะ เลิฟ เพราะเวิร์ดมันเยอะ แล้วค่อยต่อไปหลายๆ แนว ยากมากกว่าจะได้เพลง ตอนนี้ก็ซ้อมแยกก่อนเพราะยังเลือกเพลงไม่ได้ ค่อยมิกซ์เพลงรวมกัน พยายามเต็มที่ครับ อยากเข้ารอบชิง"

จากเด็กนักเรียนกางเกงขาสั้น ถูๆ ไถๆ โต๊ะ ได้ยินเสียงจังหวะดนตรีในหัว(ใจ)เพียงคนเดียว วันนี้เขาสามารถสร้างเสียงแปลกใหม่ที่ส่งต่อความรู้สึกสนุกสนานแก่ ผู้รับฟัง

ดีเจวอทแดทฟร็อก จะคว้าแชมป์กลับมาได้หรือไม่ ต้องส่งใจตามไปเชียร์

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ