ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์ เพชรไม่ใช่แค่เครื่องประดับ

  • วันที่ 12 ธ.ค. 2560 เวลา 14:00 น.

ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์ เพชรไม่ใช่แค่เครื่องประดับ

 

สาวสวยหุ่นดีมีดีกรีเป็นเจ้าของร้านเพชร แม้จะเรียนจบมาด้านหนึ่ง แต่ต้องมาทำงานอีกด้านหนึ่ง ซึ่งแรกๆ เธอคิดว่าไม่ชอบสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเธอก็ทำมันได้ดีไม่แพ้สิ่งที่เธออยากทำ ปรียสุดา อัครศรีสวัสดิ์ เจ้าของร้านเพชร  PRYYA ซึ่งแปลว่าที่รัก ที่เธอเปิดได้เมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

ทางด้านการศึกษานั้นเธอจบมัธยมต้นที่ โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ มัธยมปลายที่ โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย แล้วไปจบปริญญาตรีที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาศิลปการละคร ด้วยเกียรตินิยมอันดับ 1 เหรียญทอง ก่อนจะบินไปต่อปริญญาโททางด้านเธียเตอร์ อาร์ตส ที่ แคลิฟอร์เนีย สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ 

หลังจากเรียนจบปริญญาตรีเธอก็ทำงานเป็นแอ็กติ้งโค้ช โดยทำงานในสิ่งที่ร่ำเรียนมาอยู่พักใหญ่แถมยังมีความสุขและสนุกกับการทำงานอย่างมาก แล้วก็ไปต่อปริญญาโทกลับมาก็มาเป็นอาจารย์พิเศษที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ อยู่ 3 ปีกว่า

คุณแม่ก็บอกว่ามาช่วยทำงานที่บ้านดีกว่า เพราะเป็นลูกสาวคนเดียว คุณแม่ก็ทำธุรกิจด้านเพชรมานานแล้ว ควรจะมาช่วยพัฒนาธุรกิจที่คุณแม่ทำไว้ “คือคุณแม่ก็ทราบดีว่าเราชอบทำในสิ่งที่เรียนมา ท่านก็ให้อิสระในการเลือกเรียนให้ลองทำงานมาพักใหญ่นะคะเกือบ 5 ปี ท่านถึงขอร้องให้มาช่วยงาน”

“จริงๆ ไม่ชอบค้าขาย ไม่ได้อยากมาทำร้านเพชรเลย ชอบทำงานสายการละคร เราชอบมีความสุขกับงานตรงนั้นมากกว่า แต่ก็เกรงใจคุณแม่ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ ที่ท่านสร้างไว้ 30 กว่าปีก็ต้องล้มหายไป ท่านก็เหนื่อยมาเยอะอยากให้ลูกมาช่วย เราก็คิดว่าทำงานข้างนอกมามากเกือบ 5 ปีละถึงเวลาต้องเลือกแล้ว ก็เลือกกลับมาทำร้านสร้างแบรนด์ใหม่เพิ่มขึ้น ต่อยอดงานที่คุณแม่ท่านสร้างเอาไว้” เธอเล่าอย่างตั้งใจ

เนื่องจากแบรนด์ที่คุณแม่ทำตอนนั้น เธอไม่เคยเข้าไปมีส่วนใดๆ เลย กลุ่มลูกค้าก็จะเป็นผู้ใหญ่ การออกแบบก็เป็นแนวผู้ใหญ่ ของจะชิ้นใหญ่ระดับราคาเกือบแสนขึ้นไป เธอจึงขอสร้างแบรนด์ใหม่รองรับตลาดวัย 25-39 ปี สินค้าราคาหลักหมื่นงานชิ้นเล็กลง รูปแบบดีไซน์จะทันสมัยมากขึ้น ตัวเรือนจะเป็นทองคำขาว หรือ พิงก์โกลด์ แทนที่จะเป็นทองคำ

จุดเด่นในการออกแบบสินค้าของเธอก็คือ มีความเก๋ ทันสมัย ไม่หวานเกินไป จะมีดีไซน์ที่มีรูปทรงเลขาคณิต เก๋ๆ เท่ๆ เรียบแต่โก้ มีความเป็นกลางๆ ใส่ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย เป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกรสนิยม สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่

ส่วนเทรนด์ของเครื่องประดับเพชรปีหน้านั้น จะเป็นแนวเพชรเหลี่ยมมากขึ้น หรือนำเพชรรูปทรงเหลี่ยมมาประกบให้ดูเป็นเพชรเม็ดเดียวและชิ้นใหญ่ขึ้นในราคาถูกกว่าเพชรกลมเดี่ยวๆ แล้วพยายามทำราคาให้ใกล้เคียงกับต้นทุนคือไม่แพงมาก ไม่บอกผ่านเพื่อให้ลดราคาได้เยอะๆ แล้วลูกค้าเสียความรู้สึก จะตั้งราคาให้สมเหตุสมผล ที่สำคัญเพชรยังถือว่าเป็นสินทรัพย์และเป็นการลงทุนที่ดี

“เราต้องการแยกตลาดให้ชัดเจน คุณแม่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้ว เราก็มาสร้างฐานลูกค้าใหม่จับคนวัยเริ่มต้นทำงาน แบบทันสมัย เพชรเล็กลงมานิด ราคาเริ่มแต่ 2-3 หมื่นบาทขึ้นไป จนถึงหลักแสน คือทำแหวน ต่างหู เพื่อใส่ในชีวิตประจำวันทั่วไปได้ ใส่ไปทำงาน ใส่เล่นวันหยุดใส่กับยีนส์ หรือชิ้นใหญ่ขึ้นเพื่อไปงานพิเศษ เพราะเพชรเป็นเพื่อนของผู้หญิง ใส่ได้ตลอดเวลาทุกโอกาส เป็นสินค้าอมตะคู่กับผู้หญิงมาทุกยุคทุกสมัย ลูกค้าของเรากับของคุณแม่แบ่งกันชัดมาก”

นอกจากนี้เธอยังไปเรียนการดูเพชร ดูพลอย และการออกแบบเพิ่มเติม เพื่อให้มีพื้นฐานความรู้ที่แน่นมีหลักวิชาการมากยิ่งขึ้น นอกจากมาทำเรื่องเพชรแล้วเธอยังเพิ่มเติมงานพลอยเข้ามามากขึ้น เพราะชอบที่พลอยมีเสน่ห์มีเอกลักษณ์และหายากกว่าเพชร

หลังจากเปลี่ยนสายงานจากการเป็นอาจารย์ เป็นแอ็กติ้งโค้ช  แล้วมาเปิดร้านเพชรนั้นถือว่ามีการปรับตัวมาก จากคนที่ไม่เคยทำการค้าเลย ไม่มีความรู้เรื่องเพชร พลอยเลย ปรับชีวิตใหม่หมด ต้องมาคิดเรื่องต้นทุน กำไร เรื่องตัวเลข แต่ก็มีบ้างที่มีความเชื่อมโยงกันอยู่ นั่นก็คือความมีศิลปะ งานละครคือศิลปะ การมาออกแบบ เครื่องประดับต่างๆ คือศิลปะเช่นกัน การออกแบบตกแต่งร้าน  ส่วนการพูดคุยสื่อสารกับลูกค้าก็นำเรื่องแอ็กติ้งโค้ชมาใช้ได้ระดับหนึ่ง

 

 

สำหรับหลักการในการทำงานนั้น ก็คือ การใส่ใจในลูกค้า พยายามเป็นแม่ค้าที่ดีมีความซื่อสัตย์ มีจรรยาบรรณกับลูกค้า อะไรที่เราเคยโดนแม่ค้าทำกับเราแล้วไม่ประทับใจก็อย่าทำแบบนั้นกับลูกค้าของเรา ที่สำคัญต้องสื่อสารให้ชัดเจน เพราะเพชรเป็นสินค้าราคาแพงอย่าทำให้ลูกค้าเข้าใจผิดต้องพูดจาให้ชัดเจน เพราะความพึงพอใจของลูกค้าสำคัญที่สุด ถ้าเราแคร์ลูกค้ามากกว่าตัวเรา งานจะออกมาดีลูกค้าก็จะพึงพอใจสูงสุดและจะนึกถึงเราเสมอเมื่อต้องการเครื่องประดับเพชร

การทำงานไม่มีอะไรที่จะราบรื่นตลอดเวลา แม้เจอปัญหาอุปสรรคก็ค่อยๆ ตั้งสติและแก้ไขไปทีละเรื่อง คิดเสียว่าทุกปัญหามีทางออกเสมอ อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ เพราะปัญหาจะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น “เรื่องนี้มีคุณแม่เป็นต้นแบบในการทำงาน เพราะท่านเริ่มธุรกิจมาด้วยตัวเอง ก่อร่างสร้างตัวมาจากเงินก้อนเล็กๆ ต่อยอดทำงานมาเรื่อยๆ หนักเอาเบาสู้ ไม่ยอมแพ้กับอุปสรรคปัญหาอะไรเลย เราเห็นคุณแม่ทำงานหนักมาตั้งแต่เด็กๆ เลย ท่านเป็นนักสู้ตัวยง ไม่เคยบ่นไม่เคยท้อสร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยตัวเอง ท่านเริ่มจากศูนย์จนมาถึงวันนี้ที่มีความมั่นคงให้กับลูกๆ เราก็จะพยายามทำให้ได้อย่างที่คุณแม่เคยทำมาและรักษา ต่อยอดสิ่งที่ท่านสร้างไว้ให้เจริญเติบโตขึ้นไปในยุคของเรา” เธอกล่าวอย่างมุ่งมั่น

ส่วนเป้าหมายในชีวิตของเธอนั้นเรียบง่ายมาก นั่นก็คือการมีครอบครัวที่อบอุ่น มีคู่ชีวิตที่พร้อมจะสู้ไปด้วยกัน ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ต้องหวือหวา และสร้างธุรกิจให้เติบโตไปได้ด้วยตัวเอง

ยามว่างเธอจะชอบอ่านหนังสือแนวสอบสวนสืบสวน และย้อนอดีตข้ามภพข้ามชาติ รวมทั้งประวัติชีวิตและเกร็ดประวัติศาสตร์ ทั้งยังสะสมหนังสือ และพลอยหายากเป็นงานอดิเรก หากมีเวลาเธอจะเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ ในการทำงาน

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ