ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หัวใจเปี่ยมด้วยภักดี

วันที่ 17 ต.ค. 2560 เวลา 14:00 น.
ศิริลักษณ์ ผ่องโชค หัวใจเปี่ยมด้วยภักดี

 

นับแต่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2559 มาจนถึงวันนี้และจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค. 2560 ถือเป็นห้วงเวลาที่กลิ่นอายความจงรักภักดีของคนไทยที่มีต่อพระองค์อบอวลไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ

หัวใจทุกดวงของคนไทยได้น้อมอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ด้วยการทำความดีต่างๆ ถวายเป็นพระราชกุศลทุกครั้งที่มีโอกาส

 

 

 

ทำความดีถวายพ่อหลวง

จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค นักแสดงผู้มีหัวใจเปี่ยมด้วยความจงรักภักดีก็เป็นหนึ่งในคนไทยที่ได้ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของแผ่นดินมาเป็นระยะ เริ่มตั้งแต่การบวชชีรักษาศีลปฏิบัติธรรมหลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคตได้ไม่นานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเป็นเวลา 7 วัน ณ วัดกระโจมทอง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี

จอย เล่าว่า บรรยากาศในห้วงเวลาเสด็จสวรรคตใหม่ๆ ยังช็อกความรู้สึกคนไทยทั้งประเทศหลายคนจึงทำอะไรไม่ถูก ณ ตอนนั้นใครคิดอะไรออกก็ทำถวาย บางคนไปเป็นจิตอาสาที่สนามหลวง ขณะที่ความรู้สึกของเธอในห้วงเวลานั้นไม่ต่างจากคนทั่วไป คือคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรที่เหมาะสมถวาย แต่สิ่งเดียวที่คิดได้ในตอนนั้นคือการทำจิตให้สงบถวายเป็นพระราชกุศล

“ความรู้สึกแรกที่ตัดสินใจบวชเพื่อตั้งใจปฏิบัติธรรม สวดมนต์ รักษาศีลถวายเป็นพระราชกุศลนั้น เพราะเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำแล้วจะส่งถึงพระองค์ได้ดีที่สุด ขณะเดียวกันเป็นการตั้งสติของตัวเองกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากก่อนนั้นจิตใจยังทุกข์ยังเสียใจกับการเสด็จสวรรคตอยู่” ดาราสาวกล่าว

ด้วยความที่ชีวิตไม่ได้ห่างศาสนามากนัก หลังบวชแล้วจอยเริ่มมีสติและรู้ว่าการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นสัจธรรมที่ทุกคนต้องเจอไม่วันใดก็วันหนึ่ง

จากนั้นทำให้มีเวลาคิดว่าจะทำอะไรหรือมีกิจกรรมอะไรที่สามารถเข้าไปช่วยได้ และช่วงที่เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ก็ได้ไปเป็นจิตอาสาบรรจุห่อถุงข้าวพอเพียงห่อเล็กๆ ในถุงพลาสติกห่อด้วยถุงทองอีกชั้น ผูกโบติดสติ๊กเกอร์สวยงาม ที่ทำเนียบรัฐบาล สำหรับนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดินทางเข้ากราบพระบรมศพเพื่อเป็นที่ระลึกและสิริมงคล

นอกจากนี้ นิทรรศการเย็นศิระ เพราะพระบริบาล นิทรรศการของพ่อที่ท้องสนามหลวง เธอก็เป็นจิตอาสาให้ความรู้เรื่องราวต่างๆ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงทำให้กับประชาชนคนไทย เช่น เรื่องฝนเทียม หญ้าแฝก เรื่องป่า ความสำคัญของป่า เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ได้ร่วมกับกลุ่มจิตอาสาจากภาพยนตร์โทรทัศน์เทิดพระเกียรติละครเรื่อง คนบนฟ้า ที่มี ตุ๊ก-เดือนเต็ม สาลิตุลย์ เป็นผู้จัดสร้างร่วมกับอ้วน รีเทิร์น โดยจอยร่วมสนับสนุนปัจจัยบางส่วนในการสร้างและเป็นหนึ่งนักแสดงในเรื่อง ได้นำอาหารไปเลี้ยงและเป็นกำลังใจให้ทหารที่กองพลาธิการ สนามบินน้ำ ที่กำลังฝึกซ้อมเตรียมพร้อมในริ้วขบวนพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 หลายครั้ง และเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ก็นำอาหารไปแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพในช่วงสุดท้าย

 

ในหลวงในดวงใจ

จอยเล่าว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงอยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งประเทศรวมทั้งเธอด้วย โดยภาพทรงงานของพระองค์เธอเห็นตั้งแต่ยังเล็ก เพราะเคยอยู่สโมสรผึ้งน้อยที่ก่อตั้งโดย นิต-ภัทรจารีย์ อัยศิริ มาก่อน ซึ่งสโมสรแห่งนี้นอกจากเป็นพื้นที่ให้เด็กได้แสดงออกอย่างถูกต้องแล้วยังปลูกฝังขัดเกลาจิตใจเด็กๆ ให้ระลึกถึงบุญคุณของชาติ ของศาสนา และของสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสำคัญ 

“สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จอยได้รับการซึมซับตั้งแต่เด็ก รู้อีกทีสิ่งเหล่านี้ได้ซึมซับไปแล้ว ไม่ใช่แค่ฟังหรือพยักหน้า แต่กิจกรรมต่างๆ ที่น้านิตพาไปทำล้วนมีประโยชน์ต่อสังคม เช่น ตาวิเศษเก็บขยะก็ไป วัดก็ไป แต่ละเพลงของสโมสรผึ้งน้อยที่น้านิตแต่งล้วนให้ระลึกถึงบุญคุณของแผ่นดิน บุญคุณของพระมหากษัตริย์ บุญคุณพระศาสนา ปลูกฝังเด็กให้เห็นแก่ส่วนรวม ต้องขอบคุณน้านิตและคุณแม่ที่พาจอยไปสมัครเข้าสโมสรแห่งนี้และทำให้เป็นจอยอย่างที่เห็นในทุกวันนี้ค่ะ”

ขณะที่ความเป็นพระเจ้าแผ่นดินของในหลวงรัชกาลที่ 9 จอยเชื่อว่าทุกคนคงเห็นเหมือนเธอว่าพระองค์ทรงงานทุกวันไม่มีวันหยุด ทั้งที่ทรงเลือกที่จะอยู่สบายไม่ต้องลำบากพระวรกายก็ได้ แต่พระองค์ก็ไม่ทรงเลือกที่จะอยู่สบาย กลับเลือกความลำบากเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับปวงประชา

“พระองค์มิได้ทรงดูแลครอบครัวพระองค์เพียงอย่างเดียว แต่ทรงดูแลทุกครอบครัวในแผ่นดินนี้ให้อยู่อย่างมีความสุขถ้วนหน้า ถ้าจะให้พรรณนาพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์คงไม่สามารถพรรณนาได้หมด แต่ถ้าใครได้ศึกษาบทเพลงพระราชนิพนธ์ ‘ความฝันอันสูงสุด’ ที่พระองค์พระราชนิพนธ์ไว้จะรู้เลยว่า เนื้อหาในเพลงพระราชนิพนธ์นี้ได้ตอบหมดทุกอย่างเกี่ยวกับพระองค์ ตัวตน และสิ่งที่ทรงทำทั้งหมดทั้งปวง”

พร้อมกันนี้ นักร้องและนักแสดงสาวได้อัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุดทุกตัวอักษรในขณะให้สัมภาษณ์เพื่อถ่ายทอดให้คนไทยได้เห็นในพระราชปณิธานอันทรงพลังของพระองค์ในการเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมตลอดที่ทรงครองราชย์ 70 ปี

“ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ขอสู้ศึกทุกเมื่อไม่หวั่นไหว ขอทนทุกข์รุกโรมโหมกายใจ ขอฝ่าฟันผองภัยด้วยใจทะนง จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์ พระปฏิมา ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งที่ควร ไม่เรรวนพะว้าพะวังคิดกังขา ไม่เคืองแค้นน้อยใจในโชคชะตา ไม่เสียดายชีวาถ้าสิ้นไป นี่คือปณิธานที่หาญมุ่ง หมายผดุงยุติธรรมอันสดใส ถึงทนทุกข์ทรมานนานเท่าใด ยังมั่นใจรักชาติองอาจครัน โลกมนุษย์ย่อมจะดีกว่านี้แน่ เพราะมีผู้ไม่ยอมแพ้แม้ถูกหยัน คงยืนหยัดสู้ไปใฝ่ประจัญ ยอมอาสัญก็เพราะปองเทิดผองไทย”

จอยย้ำว่า อยากให้คนไทยได้ศึกษาบทเพลงพระราชนิพนธ์นี้พร้อมๆ ไปกับการพิจารณาระลึกถึงพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่พระองค์ทรงทำมาทั้งหมด ตลอดจนพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชสมบัติจะรู้ว่าพระองค์ทรงทำเพื่อคนไทยอย่างแท้จริงและไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนใดๆ เลยแล้วอย่างนี้จะไม่ให้ชาวไทยรักพระองค์ท่านมากที่สุดในชีวิตได้อย่างไร

 

พร้อมเจริญรอยตาม

นักแสดงสาวกล่าวว่า พระองค์ได้สอนในเรื่องของการให้โดยได้ทรงให้สิ่งดีๆ กับประชาชนมาตลอดที่ทรงครองราชย์ 70 ปี เชื่อว่า ลูกทุกคน (คนไทย) ได้ทำตามแล้วก็คือการทำความดีด้วยการรู้จักเสียสละ รู้จักแบ่งปัน เธอเองก็เหมือนกัน แต่ต้องฝึกฝนทำให้มากขึ้นไปอีก สิ่งต่างๆ ที่พระองค์สอนหรือพระราชปณิธานของพระองค์ก็จะนำมาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจและนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต

จอยบอกว่า การทำความดีควรบอกต่อให้คนอื่นรู้ มิใช่เพื่อโฆษณาความดีของตัวเอง แต่ต้องการแชร์ให้คนอื่นได้ทำความดีขยายออกไป จนกลายเป็นพลังของการทำความดีที่ยิ่งใหญ่ ถ้าพูดว่าทำดีไม่ต้องบอกใครอันนั้นก็ถูก แต่ในมุมของเธอถ้าได้ทำประโยชน์หรือความดีแล้วแชร์ออกไป จะเป็นการต่อยอดหรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่นได้ลุกขึ้นมาทำความดีมากขึ้นๆ

“จอยเชื่อว่าถ้าแชร์เราจะเห็นพลังของจิตอาสาทั่วแผ่นดิน เพราะทุกคนทำ ทุกคนต่อยอด คนที่ยังไม่ทำ หรือไม่กล้า เขาจะเริ่มมีความมั่นใจในตนเองแล้วจะลุกขึ้นมาทำ การที่ทำความดีแล้วบอกต่อก็เป็นการเพิ่มพลังจิตอาสาให้กับแผ่นดินนี้ จอยจึงเชื่อว่าทำความดีบอกต่อก็ได้นะ เหมือนในเพลงพระราชนิพนธ์ท่อนหนึ่งที่มีความหมายว่า ไม่ต้องกังวลหรอกว่าใครจะพูดอะไร ไม่ต้องไปหวั่นมากเรารู้ว่าเราทำอะไรก็พอแล้ว” นักแสดงผู้เปี่ยมด้วยความภักดี กล่าวทิ้งท้าย