ทรงยศ สุขมากอนันต์ คนทำงานสำคัญที่ทัศนคติ

วันที่ 26 ก.ย. 2560 เวลา 14:00 น.
ทรงยศ สุขมากอนันต์ คนทำงานสำคัญที่ทัศนคติ

 

ย้ง-ทรงยศ สุขมากอนันต์ ขึ้นชื่อเป็นผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ ที่ทำผลงานเกี่ยวกับวัยรุ่น และได้รับการตอบรับที่ดี

จากจุดแจ้งเกิด เป็น 1 ใน 6 ผู้กำกับภาพยนตร์แฟนฉัน หากเวลาก็เดินมา 10 กว่าปีแล้ว ทั้ง 6 คนต่างมีเส้นทางของตัวเอง

ปัจจุบัน ทรงยศ เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ โปรดิวเซอร์ และผู้บริหารบริษัท นาดาว บางกอก มีผลงานหลายอย่าง ตั้งแต่ซีรี่ส์ Stay ซากะฉันจะคิดถึงเธอ Hormones วัยว้าวุ่น ภาพยนตร์ คอนเสิร์ต Bodyslam นั่งเล่น ภาพยนตร์ Top Secret วัยรุ่นพันล้าน ห้าแพร่ง ตอน Backpacker ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น และเด็กหอ 

“ผมพยายามเลือกทำสิ่งที่ไม่เคยทำ อาจเพราะขี้เบื่อ พอเบื่อจะไม่มีแพสชั่น ยิ่งทำงานโปรดักชั่นมันเหนื่อย ถ้าไม่มีแพสชั่นมันจะยิ่งยาก ต้องให้มีสิ่งใหม่ๆ กับชีวิต จะได้มีแรงบันดาลใจ แต่พอเราไม่เคยทำเราก็จะกลัวแล้วไม่มั่นใจ คือมันมีเส้นบางๆ อยู่ระหว่างความกลัวกับความมั่นใจ เพราะพอผมกลัวจะยิ่งทำเยอะขึ้น ทำการบ้านหนัก ให้เวลากับมันเยอะขึ้น ไม่ชอบทำอะไรที่มั่นใจมากๆ เมื่อเรามั่นใจมาก ทำงานชิลได้ ก็จะเกิดความรู้สึกเบื่อ”

 

ละครสะท้อนสังคม (ดีๆ) ก็มี

เป็นกระแสขึ้นมาว่า ซีรี่ส์จากค่ายนาดาว บางกอก เปลี่ยนแปลงวงการละครโทรทัศน์ไทย ซึ่ง ทรงยศ ชี้แจงว่า “ตอนเราทำซีรี่ส์ไม่ได้คิดว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการ เรายังเด็กน้อยมาก แต่เราทำงานอะไรก็ตาม เราจะใส่ทัศนคติของเราลงไป

เรามีแอดติจูดเรื่องนี้ยังไง อย่างฮอร์โมน กว่าจะผ่านปัญหาวัยรุ่นเราจะต้องเข้าใจกันก่อน ดูตั้งแต่ปัญหาของครอบครัว ด้วยแอดติจูดของเราแบบนี้ เราเลยทำฮอร์โมนออกมา ซึ่งเราก็คิดว่าผู้ใหญ่จะเข้าใจเราไหม แต่จริงๆ ผู้ใหญ่ในสังคมไทยเปิดกว้างกว่าที่เราคิด เขาเข้าใจเราว่าทำสิ่งนี้ ดังนั้นเวลาเราทำงานจะให้ผู้กำกับ คนเขียนบท ใส่แอดติจูดของเขาอย่างเต็มที่”

สำหรับคำว่าละครสะท้อนสังคม ทรงยศ มีมุมมองที่ห่วงการใช้คำนี้ “ละครสะท้อนสังคม พอเล่าเรื่องแรงๆ ก็ใช้คำว่าละครสะท้อนสังคม ซึ่งจริงๆ แล้วคำว่าละครสะท้อนสังคมเหมือนคำแซะ เพราะละครที่เล่าเรื่องดีๆ ตรงๆ สะท้อนดีๆ ก็มีจริง ไม่อยากให้เอาไปบิดเบือนเข้าใจผิด 

สุดท้ายผมยังเชื่อว่าแอดติจูดของคนทำงาน ที่เรามีทัศนคติ เราพูดผ่านงานของเรา เชื่อว่าถ้าคนทำงานมีทัศนคติอะไรจะออกมาในงานของเขา ละครสามารถทำให้คนดูได้เรียนรู้และเติบโตไปกับมันได้

ผมทำฮอร์โมนเราก็ทำจากเจตนาที่ดี อยากทำให้ผู้ใหญ่เข้าใจวัยรุ่น ซึ่งตรงนี้เราก็ได้เรียนรู้ผิดถูกไปกับมัน คือในพาร์ตหนึ่งเราให้ไผ่ต่อยตี สไปรท์มีอะไรกับผู้ชายหลายคน เราได้เรียนรู้มันเป็นดาบสองคม ที่เด็กวัยรุ่นเอาไปเป็นตัวอย่างเลียนแบบพอทำฮอร์โมน ซีซั่น 2 เราระวังมากขึ้น อย่างการสูบบุหรี่ เราพูดถึงแค่ตอนพ่อหมอกเสียชีวิตจากการสูบบุหรี่ ทำให้หมอกเลิกสูบบุหรี่ พอมาถึงฮอร์โมน ซีซั่น 3 ไม่มีตัวละครสูบบุหรี่

ในฐานะคนทำสื่อเราก็เรียนรู้ไปด้วย ไม่ใช่การทำงานของเราจะไม่มีผิดพลาด แต่เมื่อพลาดเรายอมรับและแก้ไข”

เมื่อมีทัศนคติและแรงบันดาลใจในการทำงานแบบนี้ ผลงานที่จะได้เห็นทางหน้าจอโทรทัศน์หรือผลงานภาพยนตร์จากฝีมือ ทรงยศ สุขมากอนันต์ จึงมั่นใจได้อย่างหนึ่งว่า เราจะได้เห็นมิติใหม่ๆ ของคน โดยเฉพาะวัยรุ่น ที่ผู้กำกับคนนี้ให้ความสนใจ

เพราะวัยรุ่นเชื่อมโยงกับคนทุกวัย โยงใยถึงรากฐานครอบครัว และสังคมที่หล่อหลอม ผลักดันเข้าอย่างซึมลึกไปสู่จุดหนึ่ง และเราในบทบาทผู้ชมก็จะได้เรียนรู้เติบโตไปกับตัวละครที่เขานำมาสื่อสาร ตามแต่สิ่งที่เขาเลือกอยากจะบอก และคิดเห็นกับเรื่องเหล่านั้นเยี่ยงไร