พรพิมล ปฐมศักดิ์ เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต

  • วันที่ 22 ส.ค. 2560 เวลา 16:30 น.

พรพิมล ปฐมศักดิ์ เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต

เรื่อง อณุสรา ทองอุไรภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

ในยุคที่เทคโนโลยีเบ่งบาน หลายอย่างเปลี่ยนไป เพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์ หลายธุรกิจต้องพังพาบ อีกหลายธุรกิจกำลังจะสูญหาย แต่ก็มีอีกหลายธุรกิจที่เกิดขึ้นและกำลังเบ่งบานในยุคที่เทคโนโลยีเฟื่องฟู โลกออนไลน์ทำให้บางธุรกิจเกิดขึ้นและไปได้ดี เช่น งานของเธอคนนี้ พรพิมล ปฐมศักดิ์ Chief Executive officer บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอทคอม

ธุรกิจของรีฟินน์ ก็คือ เว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์บ้าน โดยจะให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริงของทุกธนาคารว่ามีรูปแบบอย่างไร เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจจะรีไฟแนนซ์บ้านได้ทราบข้อมูลเบื้องต้น เพื่อทำการเลือกเปรียบเทียบ และมีการช่วยประเมินหรือวิเคราะห์เบื้องต้นให้ว่า ลูกค้าควรจะเหมาะกับการไฟแนนซ์กับธนาคารใด โดยการมีบทวิเคราะห์เบื้องต้นเพื่อจับคู่คร่าวๆ

กลุ่มลูกค้า คือ อายุระหว่าง 35-45 ปี ซึ่งลูกค้าก็มีความหลากหลายทั้งอาชีพอิสระและพนักงานเอกชน ทางเว็บก็จะพยายามตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าให้ได้มากที่สุดในทุกๆ กลุ่ม เป็นการบริการแบบให้เปล่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ถือว่าเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า ไม่ต้องไปเดินหาหรือสอบถามจากหลายๆ ธนาคารด้วยตนเองให้เสียเวลา ขณะเดียวกันก็เหมือนกับทางเว็บช่วยสกรีนลูกค้าให้กับธนาคารได้ระดับหนึ่ง โดยที่ธนาคารเห็นแนวโน้มของลูกค้าได้ชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าที่เข้ามาดูในเว็บไซต์ก็จะกลายเป็นลูกค้าของธนาคารใดธนาคารหนึ่งในอนาคต

 

พรพิมล กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่เปิดเว็บไซต์ให้บริการด้านข้อมูลเรื่องรีไฟแนนซ์บ้านไม่ถึงปี ผลตอบรับเป็นที่น่าพอใจมาก มีลูกค้าสนใจเข้ามาดูข้อมูลเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เชื่อว่าตั้งเป้าการเติบโตไว้ในระยะ 1-2 ปีแรก ถึงปีละ 40%

"คิดว่าโลกมันเปลี่ยนไป คนอายุ 40 ปีลงไปก็เริ่มหันมาสนใจการทำธุรกรรมต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์หมดแล้ว ทุกอย่างในโลกนี้รวมอยู่ในอินเทอร์เน็ตไม่ต้องไปเดินหาข้อมูลเองเหมือนสมัยก่อน เทคโนโลยีถ้ารู้จักใช้ คุณจะได้ประโยชน์สูงสุด เป็นข้อมูลดีๆ ที่ให้ฟรีสำหรับทุกคน ในต่างประเทศเขาทำกันมาหลายปีแล้ว มีธนาคารเล็กๆ ทางอินเทอร์เน็ตมากมายไม่มีเคาน์เตอร์ ไม่มีออฟฟิศ ทุกอย่างผ่านออนไลน์ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าด้วย เพราะต้นทุนต่ำกว่า ธนาคารใหญ่ๆ ในอเมริกาก็เริ่มทำแบบนี้ เคาน์เตอร์น้อยลง ตัดให้เป็นเอาต์ซอสให้หมด ลดค่าใช้จ่าย ธนาคารก็ได้กำไรมากขึ้นด้วย ถือว่าการให้บริการในลักษณะนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในหลายๆ ธุรกิจ ในประเทศไทยเราก็เริ่มมีมากขึ้นแล้ว" เธอ เล่าให้ฟัง

หลังจากให้บริการมาไม่ถึงปี เธอเล่าถึงแผนการในอนาคตของเว็บไซต์รีฟินน์ ว่า ปีหน้าจะเพิ่มบริการ Home for cash คือ นำบ้านมาแลกเงินสด ยังไม่มีเว็บไหนทำมาก่อน ที่มีอยู่คือเอารถมาแลกเงินสด เวลาที่เจอเรื่องเร่งด่วนต้องใช้เงินแล้วอยากจะเอาบ้านมาเปลี่ยนเป็นเงินสดได้อย่างไร แบบไหน ซึ่งเป็นตลาดที่น่าสนใจ คงเริ่มได้ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า

 

ด้านการศึกษานั้น พรพิมล จบมัธยมศึกษาจากซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จบปริญาตรีด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยบอสตัน ปริญญาโทด้านการบริหารจากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐ และเคยไปเรียนภาษาจีนที่ประเทศจีนอยู่ครึ่งปี

ด้านการทำงานนั้นเธอคร่ำหวอดอยู่ในแวดวง สายการเงินอยู่กับธนาคารหลายแห่ง ทั้งธนาคารไทยและธนาคารต่างประเทศเป็นเวลากว่า 20 ปี จนกระทั่งได้มาร่วมงานกับเว็บไซต์รีฟินน์ ก็ถือว่าเป็นสายงาน ที่คุ้นเคย

เธอ บอกว่า ลักษณะการทำงานเปลี่ยนไปบ้าง จากที่เคยอยู่ในองค์กรขนาดใหญ่มีสายงานแบ่งส่วนงานชัดเจน แต่พอมาอยู่องค์กรเล็ก รวมทุกอย่างไว้ใน จุดเดียวกัน เธอต้องดูแลแบบครบวงจร แต่สายงานก็สั้นและมีความรวดเร็วในการทำงาน ถือว่าเหนื่อยแต่ก็สนุก มีความคล่องตัวสูงถือเป็นความท้าทายใหม่ๆ เป็นธุรกิจแห่งอนาคต

สำหรับหลักการทำงานนั้น เธอ คิดว่า ต้องมีเป้าหมายในการทำงานอย่างชัดเจนว่าทิศทาง หรือเป้าหมายขององค์กรไปทางไหน ติดตามทำตามเป้าหมายให้บรรลุผล มุ่งมั่นให้ถึงเป้าหมายโดยไม่หลงทาง ในการทำงานของเธอแต่ละวัน เธอจะมีสมุดเล็กๆ คอยจด Things to do ไว้ทุกวันว่า วันนี้ต้องทำอะไร ก่อนหลัง เมื่อทำได้เธอจะขีดฆ่าออกทีละข้อ จะได้รู้ว่าแต่ละวันทำอะไรเสร็จไปแล้วบ้าง เพื่อไม่ให้หลงลืมพลาดเป้าหมาย และจะมี Year Plan ในแต่ละปีว่าภาพรวมของชีวิตปีนี้ควรจะเป็นแบบไหน อยากทำอะไร เพื่อกำหนดเป้าหมายกว้างๆ กับตัวเองไว้

 

"ทุกวันนี้เรามีข้อมูลเข้ามามากมาย แต่ละวันเราต้องอ่านเมล เข้ามาเป็น 100 เมล บางอันสำคัญ บางอันก็ไม่ ไหนจะไลน์อีก ถ้าอ่านทุกวันต้องใช้เวลาวันละ 1-2 ชั่วโมง ดังนั้นเธอจะจัดกลุ่มของเมลเป็นไฟล์ไว้ อันไหนส่งตรงถึงเรา อันไหนแค่ก๊อบปี้ถึงเราแค่ควรทราบ บางอันเป็นเมลที่ไม่จำเป็นต้องอ่านก็ได้ จัดเป็นไฟล์แยกไว้ เลือกอ่านที่สำคัญส่งตรงถึงเรา อันไหนแค่แจ้งเพื่อนทราบค่อยอ่านตอนว่าง อะไรแบบนี้ เทคโนโลยีถ้าเราจัดระบบให้ดี ก็เป็นประโยชน์และไม่ดึงเวลาจากเรามากนัก อยู่ที่เราลือกใช้และจัดการได้" เธอ เล่าอย่างเป็นระบบ

เมื่อเจอปัญหาอุปสรรคต้องตั้งสติให้ดีแล้วเริ่มต้นใหม่ หากเกิดผิดพลาดพยายามแก้ไขและรู้จักให้อภัยตัวเอง เรียนรู้เริ่มใหม่ อย่าให้สิ่งที่ผิดพลาดไปนั้นไม่ให้ประสบการณ์อะไรกับตัวเองเลย

ผู้บริหารที่ดีต้องทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สนองความต้องการขององค์กรและลูกค้า ให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับทุกฝ่าย มีความประนีประนอม ขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาตัวเองควบคู่ไปด้วย เปิดรับข่าวสารอยู่เสมอ เรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อย่างไม่หยุดนิ่ง เพราะโลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน

การเป็นผู้บริหารผู้หญิงมาถึงจุดนี้ได้ แม้จะไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย เวลาทำงานก็คือต้องทุ่มเทให้เต็มที่ โชว์พลังความตั้งใจออกมา ความเป็นผู้หญิงไม่ใช่อุปสรรค ถ้าเรามีความสามารถพอ สำหรับประเทศไทยโอกาสก็มีอยู่เสมอ แน่นอนว่าผู้ชายอาจมีข้อได้เปรียบในบางเรื่อง แต่ผู้หญิงก็มีข้อดีในเรื่องความสุภาพอ่อนโยนและใส่ใจ เข้าถึงลูกน้องได้ดีกว่า

เธอมองภาพตัวเองในอนาคตอันใกล้ 2-3 ปีข้างหน้า ว่าคงมองธุรกิจที่เกี่ยวข้องในเรื่องสตาร์ทอัพมากขึ้น และพยายามจะเชื่อมโยงธุรกิจกับคนกลุ่มนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

"หากเราหยุด โลกก็จะแซงหน้าจนเราอาจจะตามไม่ทัน เพราะปัจจุบันนี้เราไม่ได้แข่งขันกับคนในประเทศเราเองเท่านั้น แต่เรายังแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งใกล้และไกล เพราะโลกแคบลงทุกวัน ที่สำคัญต้องพยายามยกระดับบุคลากร ส่งเสริมทีมงานให้สามารถแข่งขันในระดับโลกให้มากขึ้น"

นอกจากทุ่มเทกับงานใหม่ที่เธอเพิ่งเข้ามาเป็นแม่ทัพแล้ว เธอก็ยังบริหารเวลาให้กับเรื่องส่วนตัวด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายทุกวัน นอกจากนี้ เธอยังมีงานอดิเรกเป็นการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะเดินทางไปให้ครบในสถานที่ที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกทั้ง 7 แห่ง เธอตามเก็บได้หลายสถานที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นมาชูปิกชู ที่เปรู พระราชวังเภตรา ประเทศจอร์แดน โคลอสเซียม ประเทศอิตาลี ทัชมาฮาล ประเทศอินเดีย โดยปลายปีนี้เธอตั้งเป้าจะไปไครสต์ ออฟ รีดีมเมอร์ ประเทศบราซิล

"การเดินทางสำหรับเรามันเป็นของขวัญของชีวิต เป็นของหวานแบบหนึ่งที่เราควรได้รับแล้วทำให้เราสดชื่นมีพลังยิ่งขึ้น การเดินทางมันได้เรียนรู้โลกในมุมที่แตกต่างออกไปจากชีวิตประจำวันเดิมๆ ได้เห็นบ้านเมืองตึกราม สถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมที่แตกต่าง การเดินทางทำให้เราเปิดกว้างมากขึ้น ยอมรับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น

แล้วเราชอบถ่ายภาพ ด้วยตอนเด็กๆ เป็นช่างภาพของโรงเรียนเวลามีกิจกรรมต่างๆ เวลาไปเที่ยวก็ชอบถ่ายรูปเอง แอบฝันไว้ว่า ถ้าเดินทางไปดู 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นที่ประกาศขึ้นมาใหม่ครบ จะเขียนหนังสือถึงสถานที่เหล่านั้นเป็นแนวคู่มือท่องเที่ยว ให้ทั้งความรู้และความบันเทิงเกี่ยวกับสถานที่นั้น มีภาพประกอบที่เราตั้งใจถ่ายเองอย่างสวยงาม (หัวเราะ) คิดว่าจะทำออกมาเป็นหนังสือให้ได้คงสักปีหน้า หวังไว้นะน่าจะทำได้" เธอ กล่าวอย่างมุ่งมั่น n

ข่าวอื่นๆ