กล้า ตั้งสุวรรณ จากเด็กติดเกมสู่ผู้กุมขุมทรัพย์โลกไอที

  • วันที่ 25 พ.ค. 2560 เวลา 15:54 น.

กล้า ตั้งสุวรรณ จากเด็กติดเกมสู่ผู้กุมขุมทรัพย์โลกไอที

โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล

ในยุคที่การแข่งขันในสนามการค้าดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่เข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคได้มากที่สุดเท่านั้น จึงมีหวังได้เป็นผู้กำชัยชนะในสนามการค้า ด้วยความที่ กล้า ตั้งสุวรรณ เฝ้ามองการเปลี่ยนผ่านของโลกเทคโนโลยีมายาวนาน จากในฐานะผู้ใช้มาสู่การเป็นผู้ที่รวบรวม และประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคบนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์เพื่อส่งต่อให้แบรนด์สินค้าต่างๆ นำไปต่อยอดในการทำกลยุทธ์การตลาดออกมาเจาะใจผู้บริโภคต่อไป

ปัจจุบัน กล้า ดำรงตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหารบริษัท โธธ โซเชียล นิยามธุรกิจของเขา ถ้าพูดกันแบบบ้านๆ อาจเรียกว่า เป็นบริษัทขายข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมของประชากรบนโลกออนไลน์ แต่ถ้าจะนิยามให้ลึกลงไป เขาคือบริษัทที่รวบรวมพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้คนต่อสถานการณ์ เหตุการณ์ หรือแบรนด์สินค้าใดสินค้าหนึ่งที่แสดงออกผ่านทางโลกออนไลน์มาไว้ในถังข้อมูลใหญ่ (Big Data) จากนั้นจึงนำข้อมูลมหาศาลเหล่านี้มากลั่นกรอง และวิเคราะห์จนกลายเป็นข้อมูลวิจัยตลาดชั้นดี

“ข้อมูลบนโซเชียลมีเดีย จริงๆ แล้วมีค่าไม่ต่างกับทอง สมัยนี้ใครที่นำข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้บนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์ให้เกิดประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้ หรือมีข้อมูลมากกว่า ถือว่าได้ครอบครองทรัพย์สินรูปแบบใหม่ สมัยนี้โซเชียลมีเดียกลายเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการจะเข้าใจพฤติกรรมของคนทั้งประเทศ เพราะสมัยก่อนเวลาแบรนด์อยากรู้ความคิดเห็นของลูกค้า ต้องออกไปทำสำรวจ นอกจากต้องใช้เวลานาน บางครั้งยังสำรวจกลุ่มเป้าหมายได้ไม่มากพอ ไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ ซึ่งไม่ทันกับความต้องการของแบรนด์โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภค บริโภค หรือสมาร์ทโฟน ที่มีสินค้าใหม่ออกมาตลอดเวลา”

ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงยังฉายภาพของธุรกิจให้เข้าใจมากขึ้น... “ถามว่าเราเก็บรวบรวมข้อมูลแบบไหนบนโลกออนไลน์ เราเก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่เผยแพร่อย่างสาธารณะ เช่น หน้าเพจเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เว็บบอร์ดของ Pantip Kapook Sanook ข้อดีของการเก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ คือ สามารถรู้ว่าฟีดแบ็กของผู้คนบนโลกออนไลน์ได้ทันที ที่สำคัญเป็นความคิดเห็นที่ไม่มีอคติ เพราะเราไม่ได้ไปตั้งคำถาม แต่ทุกคนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ”

จากก้าวแรกมาจนถึงขวบปีที่ 4 กล้าบอกว่า ธุรกิจนี้จะเติบโตตามเทรนด์โลกออนไลน์ ยิ่งเราเก็บข้อมูลบนโลกออนไลน์ไว้ในถังข้อมูลได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้เราวิเคราะห์ข้อมูลได้ลึกและหลากหลายมากขึ้น

“มีคำกล่าวที่ว่า วันที่ดีที่สุดที่จะเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลคือ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราเองก็โชคดีที่เริ่มเก็บข้อมูลมาได้ 4 ปีแล้ว จากนี้เราก็ตั้งเป้าจะขยายธุรกิจต่อไปทั้งในเชิงกว้าง คือ ขยายการเก็บข้อมูลครอบคลุมไปถึงประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเริ่มจากเวียดนามและมาเลเซียก่อน ส่วนในเชิงลึก เราตั้งเป้าจะพัฒนาระบบ AI มาเสริมกำลังคนเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล”

ก่อนจะพาตัวเองมาลงตัวกับธุรกิจที่เรียกว่ามาได้ตอบรับการตลาด และเทรนด์โลกในปัจจุบัน เชื่อหรือไม่ว่า ความสนใจในคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี เริ่มขึ้นจากการเป็นเด็กติดเกม ทำให้คลุกคลีกับคอมพิวเตอร์ไม่เคยห่าง แต่โชคดีที่คุณแม่ยื่นคำขาดว่า จะเล่นเกมไม่ว่าแต่ต้องเอาผลการเรียนที่ดีมาแลก ดังนั้นเด็กชายกล้าจึงแตกต่างจากเด็กติดเกมทั่วไป เพราะเป็นเด็กเรียนที่บ้าเกม

จากความชอบในการเล่นเกมออนไลน์นี้เอง ทำให้กล้าค่อยๆ ดำดิ่งสู่โลกแห่งเทคโนโลยีทีละน้อย เมื่อเติบใหญ่เขาตัดสินใจเรียนต่อด้านไอที ที่สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และเรียนต่อปริญญาโท สาขา Internet System Development ที่ University of Portsmouth ประเทศอังกฤษ

“หลังจากเรียนจบ ผมเริ่มงานแรกในตำแหน่ง Software Engineering ที่ Reuters Software Thailand การทำงานที่นี่ ทำให้ผมรู้ว่า ข้อมูลเป็นทรัพย์สินชนิดหนึ่ง เราอาจคิดว่า สำนักข่าวรอยเตอร์สขายข่าว จริงๆ แล้วไม่ใช่ สิ่งที่รอยเตอร์สขาย คือ ข้อมูลและข้อเท็จจริง หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่รอยเตอร์ส 2 ปี ผมตัดสินใจลาออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดธุรกิจรับทำซอฟต์แวร์ ด้วยความที่ประสบการณ์ยังน้อย เราผลิตซอฟต์แวร์ได้ แต่ทำธุรกิจไม่เป็น ไม่รู้ว่าธุรกิจต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง สุดท้ายหลังจากดื้ออยู่ปีกว่า ก็จำต้องปิดธุรกิจลง ต่างคนต่างแยกย้ายกลับไปทำงานประจำ”

ในเวลานั้น ผู้บริหารหนุ่มตัดสินใจเข้ามาเพิ่มความรู้ด้านการตลาดในบริษัทการตลาดแห่งหนึ่ง ในระหว่างนั้นเอง เขาได้เริ่มต้นอีกหนึ่งโปรเจกต์ที่กลายเป็นประตูสู่โอกาสครั้งสำคัญในชีวิต

“ในยุคนั้น บ้านเราไอทีเริ่มมีการพูดถึงบ้าง แต่สิ่งที่ผมสังเกตเห็น คือรายการไอทีในบ้านเราส่วนใหญ่ยังเน้นไปที่รายการแนะนำสินค้า ไม่มีรายการที่ได้คนไอทีมาพูดเรื่องไอทีจริงๆ ผมเลยคันไม้คันมือ ตัดสินใจทำรายการอินเทอร์เน็ตทีวีชื่อว่า ‘Duocore.tv’ โดยหยิบเอาเรื่องไอทีมาเล่าให้เข้าใจง่าย จนตอนหลังไปเข้าตาทางผู้บริหารช่องโทรทัศน์แห่งหนึ่ง ก็ได้กลายเป็นรายการทีวีด้วย หลังจากทำรายการได้สักพัก ผมเริ่มเห็นช่องทาง จึงตัดสินใจตั้งบริษัทอีกครั้ง

“ถามว่าตอนนั้นกลัวจะล้มอีกมั้ย ผมเองนึกถึงประโยคที่ว่า ถ้าเป็นผู้บริหาร เวลาจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่าง ต่อให้มีอุปสรรค 100 อย่าง แต่ถ้าเห็นความสำเร็จ 1 อย่าง เขาจะไม่ลังเลที่จะกระโดดเข้าหา แต่ถ้าคิดแบบผู้จัดการ ต่อให้มีความสำเร็จ 100 อย่าง แต่มีอุปสรรคแค่ 1 อย่าง เขาก็จะไม่ลงมือทำ สำหรับผมมองว่าทุกอย่างรอบตัวเป็นเรื่องท้าทาย ความล้มเหลวเป็นเพียงเครื่องเตือนใจว่าอย่าทำซ้ำแบบเดิม”

หลังจากเริ่มต้นสร้างธุรกิจอีกครั้ง ครั้งนี้กล้าใช้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีมาใช้ หลังจากทำรายการบนอินเทอร์เนตสักพัก เขาเริ่มจับกระแสโลกออนไลน์ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง จึงเบนเข็มจากผู้ผลิตรายการ มาเป็นดิจิทัล เอเยนซี ช่วยวางแผนกลยุทธ์ออนไลน์ให้กับแบรนด์ต่างๆ ซึ่งธุรกิจนี้ในเวลานั้นถือว่ายังใหม่มาก ต่างจากปัจจุบันที่มีมากมาย

“หลังจากวางตัวเป็นดิจิทัล เอเยนซี ผมเริ่มเห็นช่องทางอีกครั้ง เมื่อมีลูกค้ารายใหญ่ ยื่นข้อเสนอว่าจะขอรับเพียงข้อมูลการวิเคราะห์ของเราไปใช้เท่านั้น โดยไม่ต้องการการวางแผนกลยุทธ์การตลาดได้หรือไม่ ตอนนั้นทำให้ผมเก็ตไอเดียเลยว่า ความจริงแล้ว สิ่งที่มีค่าที่สุดคือ ข้อมูล เราจึงผันตัวมาเป็นผู้ให้บริการข้อมูลจากโซเชียลมีเดียให้แก่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ในหลากหลายธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจต่างๆ สามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ วางแผนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น สามารถวางแผนกลยุทธ์โดยมีข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่การมโนเองจากรูปแบบการทำธุรกิจแบบเดิมๆ”

มาถึงวันนี้ กล้ายอมรับว่า พอใจกับความสำเร็จของตัวเองในระดับหนึ่ง แต่หนทางข้างหน้าก็ยังอีกยาวไกล ทุกวันนี้นอกจากภาระหน้าที่การงาน เขายังแบ่งเวลาส่วนหนึ่งให้กับการออกกำลังกาย และการสวมบทคุณพ่อมือใหม่ กล้าบอกว่า สุขภาพเป็นสิ่งที่ซื้อหาไม่ได้ ต้องใช้เวลาเข้าแลกเท่านั้น เพราะฉะนั้น เขาจึงแบ่งเวลาสำหรับกีฬาโปรดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล หรือวิ่งมาราธอน

“หลักการในการใช้ชีวิตของผม คือ ทุกอย่างต้องสมดุล เราไม่จำเป็นต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุดในโลก แต่ทำทุกอย่างให้สมดุลทั้งการใช้ชีวิตและการทำงาน และผมเชื่อว่า สุดท้ายพลังแห่งความสมดุลจะทำให้เกิดบางสิ่งบางอย่างที่พิเศษขึ้นในอนาคต” กล้า กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ