บนเส้นทางตัวโน้ตแห่งฝัน วรเศรษฐ์ อภิญญาวัชรกุล

  • วันที่ 27 มี.ค. 2560 เวลา 10:59 น.

บนเส้นทางตัวโน้ตแห่งฝัน วรเศรษฐ์ อภิญญาวัชรกุล

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

ระหว่างที่กลับมาเยือนเมืองไทยในระยะเวลาสั้นๆ วรเศรษฐ์ อภิญญาวัชรกุล หรือ ต๊ะ มีงานดนตรีให้ทำไม่น้อย ในค่ำวันที่เราไปสัมภาษณ์นั้น เขาต้องไปเล่นกีตาร์ให้กับ อะตอม-ชนกันต์ รัตนอุดม ก่อนหน้านั้นก็เพิ่งไปร่วมวงกับ หนึ่ง-จักรวาล เสาธงยุติธรรม ที่รายการ The Mask Singer ในวันถัดไปเขาก็มีคิวทำเวิร์กช็อปและมินิคอนเสิร์ตกับ แจ็ค-ธรรมรัตน์ ดวงศิริ ที่ลาว รวมทั้งยังมีเล่นให้กับ บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ อีกด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่า ในแวดวงนักดนตรีไทยแล้ว ต๊ะได้รับการยอมรับในฝีมือไม่น้อย ไม่เพียงเท่านั้น เขายังเป็นมือกีตาร์ชาวไทยซึ่งกำลังโลดแล่นสร้างชื่อสร้างงานอยู่ในอเมริกาด้วย

นักกีตาร์หนุ่มวัย 30 ปีคนนี้ จบการศึกษาสาขา Guitar Institute of Technology (GIT) จาก Musician Institute (MI) สหรัฐอเมริกา เคยทำงานเป็นครูผู้ช่วยสอนที่สถาบันนี้ ก่อนจะกลายเป็นนักดนตรีอิสระ ซึ่งมีงานแสดงตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะในลอสแองเจลิส รวมถึงการบันทึกเสียงให้ห้องอัดให้กับศิลปินมีชื่อ และสอนกีตาร์ให้กับคนที่สนใจ

8 ปีที่อเมริกา ทำให้ต๊ะกลายเป็นมือกีตาร์ผู้ช่ำชองในหลากหลายแนวทางดนตรี ทั้งแจ๊ซ อาร์แอนด์บี กอสเพล ฯลฯ แต่ถ้าย้อนไปยังจุดเริ่มต้น หนุ่มเชียงใหม่คนนี้เริ่มมาจากเปียโนคลาสสิก ก่อนจะมาหลงรักกีตาร์ และดนตรีเมทัล “พ่อส่งไปเรียนออร์แกนตั้งแต่ 5 ขวบ แล้วก็เรียนเปียโนคลาสสิกมาจนถึงอายุ 15 ปี พอตอนเรียนมัธยมผมก็มาเจอเพื่อนกลุ่มหนึ่ง เขาก็เอาเอ็กซ์เจแปนมาให้ฟัง” นั่นกลายเป็นจุดเปลี่ยน บวกกับการได้รู้จักกับงานของ ไมเคิล แจ็กสัน ทำให้เขาเลิกเรียนเปียโนหันไปสนใจกีตาร์อย่างจริงจัง และในปีท้ายๆ ของการเรียนระดับมัธยม ต๊ะก็ตัดสินใจลาออกมาศึกษานอกโรงเรียนและฝึกกีตาร์คลาสสิก เขาใช้เวลา 1 ปี จากที่เล่นไม่เป็นเลยจนสามารถสอบเข้าเรียนภาควิชาดนตรีในมหาวิทยาลัยพายัพได้ ระหว่างนั้นเขากับเพื่อนก็ตั้งวงเมทัล และมีผลงานอัลบั้มออกมาหนึ่งชุด

ไม่นานต่อมาก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้ต๊ะต้องออกจากมหาวิทยาลัยและเดินทางไปออสเตรเลีย เขาตั้งใจจะไปเรียนที่นั่น แต่ทิศทางชีวิตก็หันเหอีกครั้ง เมื่อนักดนตรีรุ่นพี่แนะนำให้ไปเรียนกีตาร์ที่อเมริกาแทน “พี่เขาบอกว่า ถึงแม้ว่ายูจะเก่งที่สุดในออสเตรเลีย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จหรือจะดังได้ ที่อเมริกาน่าจะมีโอกาสมากกว่า แล้วพอดีช่วงนั้นดอลลาร์อเมริกากำลังลงด้วย ก็เลยไป”

พอไปถึงอเมริกาได้ 6 เดือน ด้วยความจำเป็นของทางบ้านทำให้ต๊ะต้องดูแลค่าใช้จ่ายของตัวเอง นอกเหนือไปจากค่าเล่าเรียนซึ่งพ่อแม่จ่ายให้ “ตอนนั้นอายุประมาณ 22 รู้สึกเคว้งคว้างมาก ตอนแรกว่า เราจะเน้นไปเรียนอย่างเดียว” หนุ่มน้อยจึงต้องหางานทำ ซึ่งก็รวมถึงเล่นดนตรีที่ร้านอาหารไทยด้วย

ที่เอ็มไอ ต๊ะมีโอกาสได้ฝึกวิชากับอาจารย์ ซึ่งเป็นนักดนตรีระดับโลก หลังเรียนจบเขาถูกเลือกให้เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน เขาทำงานนี้อยู่หนึ่งปี ก่อนออกมาเป็นนักดนตรีอิสระทำงานในสตูดิโอและสถานที่ต่างๆ ซึ่งเปิดโอกาสให้ต๊ะได้เรียนรู้นอกห้องเรียนผ่านการทำงานกับนักดนตรีต่างเชื้อชาติ วัฒนธรรม และแบ็กกราวด์ มือกีตาร์หนุ่มเชื้อสายเอเชียคนหนึ่งต้องดิ้นรนต่อสู้ไม่น้อย แรกๆ เขาหางานตามประกาศ ต่อมาเมื่อมี “คอนเนกชั่น” มากขึ้น ก็ทำให้โอกาสและประสบการณ์ถูกหยิบยื่นมามากขึ้น “งานตอนนี้ก็อาทิตย์หนึ่งก็น่าจะประมาณ 4 งาน ก็ไม่ถึงกับสบายมาก แต่ก็ไม่ได้แร้นแค้น พอมีเก็บนิดหน่อย ไม่ถึงกับว่าสามารถจับจ่ายใช้สอยได้เต็มที่”

เป้าหมายในอนาคตของต๊ะ คือ “ทำอัลบั้มของตัวเองให้เสร็จภายในปีนี้ เป็นเพลงบรรเลงแนวทางดนตรีน่าจะรวมแนวทางที่ผมชอบ ทั้งแจ๊ซ อาร์แอนด์บี ทั้งหมดให้ผสมอยู่ด้วยกันได้ ปกติผมเล่นกีตาร์หลากหลายแนวอยู่แล้ว มันเกิดจากการเรียนรู้จากคนที่ถนัดในแนวทางนั้น ทำให้เราได้เรียนรู้ว่าของจริงมันเป็นยังไง เวลาเราไปทำงานที่ไหน เราก็ต้องดูด้วยว่า งานนี้คนนี้เขาต้องการยังไง ผมไม่ได้เป็นคนที่ต้องยึดกับสิ่งที่เคยเรียนมา หรือเคยฟัง หรือเคยทำ แต่ละคนซึ่งผมไปร่วมงานด้วยเขาก็ไม่เหมือนกัน ถ้าเขาเลือกผมไปทำงานด้วย ผมก็จะทำสุดความสามารถให้ได้อย่างที่เขาต้องการ แต่เราก็ไม่ลืมใส่ความเป็นตัวเราเข้าไปด้วย เพราะนี่คือเหตุผลที่เขาเลือกเรามา”

อีกหนึ่งความตั้งใจของต๊ะ คือ การออกทัวร์กับศิลปินที่มีชื่อเสียง ซึ่งน่าจะเป็นประสบการณ์สนุกและท้าทาย เพราะการใช้ชีวิตในรถบัสกับวงยาวนานหลายๆ เดือนเพื่อไปเล่นตามที่ต่างๆ นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องปรับตัวทุกอย่าง แม้จะยาก แต่ต๊ะคิดว่าโอกาสกำลังจะมาถึงไม่นานนี้ งานชิ้นล่าสุดของต๊ะ คือสร้างสรรค์แอมป์กีตาร์รุ่นซิกเนเจอร์ให้กับบริษัทผู้ผลิตแอมป์กีตาร์ในไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันออกจำหน่ายแล้ว

ประสบการณ์เกือบ 10 ปี ทำให้ต๊ะเชื่อว่านักดนตรีไทยมีความสามารถ และน่าจะมีโอกาสในการทำงานระดับอินเตอร์มากกว่านี้ อีกทั้งวงการดนตรีไทยน่าจะพัฒนาไปได้อีกไกล หากรัฐบาลหรือเอกชนให้ความสำคัญและสนับสนุนด้วย “เหมือนเกาหลีที่เขาลงทุนไปมาก ทุกวันนี้เขาก็ได้กลับคืนมาเพราะอุตสาหกรรมบันเทิง ถ้าลองฟังเทียบดูระหว่างเคป๊อปกับเพลงฝรั่ง ผมว่าปัจจุบันคุณภาพมันใกล้กันมาก เพราะเขาเอาโปรดิวเซอร์ระดับโลกเข้าไปทำงานเพลง ทำให้เกิดการพัฒนาในวงการเพลงของเขา จริงๆ แล้วไทยเราควรจะทำได้มากกว่านี้ เรามีนักดนตรีและโปรดิวเซอร์เก่งเยอะแยะ"

บนเส้นทางสายดนตรี ยังคงมีฝันที่ วรเศรษฐ์ อภิญญาวัชรกุล ต้องการไปให้ถึงและทำให้ได้ “ตอนนี้งานที่อเมริกาก็ยังมีให้ทำเรื่อยๆ ที่เมืองไทยก็มีบ้าง ก็ไม่อยากทิ้ง ถ้ามีโอกาสก็คงต้องไปๆ มาๆ แบบนี้ก่อน” อาจจะไม่ได้สวมเสื้อทีมชาติไทยเหมือนนักกีฬา แต่หลายคนที่ได้รับรู้เรื่องราวของเขาต่างก็ส่งกำลังใจไปให้ และเชียร์ให้มือกีตาร์คนนี้ประสบความสำเร็จที่อเมริกา

ข่าวอื่นๆ