‘ทอมมี่ เตชะอุบล’ ผู้สืบทอดอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป

  • วันที่ 04 มี.ค. 2560 เวลา 16:03 น.

‘ทอมมี่ เตชะอุบล’ ผู้สืบทอดอาณาจักรคันทรี่ กรุ๊ป

โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์

การเกิดมาในครอบครัวในตระกูลนักธุรกิจ สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจจะหลีกหนี หลีกเลี่ยงได้เลย คือการเข้ามาเป็นทายาท นำพา สืบทอดให้กิจการของพ่อ ของตระกูล เติบโตต่อไปข้างหน้าอย่างมั่นคงไม่ล่มสลายไปตามกาลเวลา

เฉกเช่นเดียวกับ “ทอมมี่ เตชะอุบล" หนุ่มในวัย 33 ปี ทายาทคนสุดท้องของ สดาวุธ เตชะอุบล หรือเสี่ยไมค์ ประธานกรรมการและผู้ก่อตั้งบริษัท คันทรี่ (ประเทศไทย) โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่โด่งดังก่อนยุควิกฤต แล้วก็ต้องเจอกับวิกฤตเมื่อปี 2540 เช่นกัน ทว่าวันนี้อาณาจักรธุรกิจของเสี่ยไมค์ ที่ถูกวางในมือของทอมมี่กำลังโลดเล่นและไปได้ดี

การเข้ามารับหน้าที่ในการนำพากิจการของตระกูล ด้วยวัย 33 ปี ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ ในบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (CGH) ซึ่งเป็นบริษัทที่ลงทุนในธุรกิจอื่นที่มีมูลค่ารวมอยู่กว่า 5,621 ล้านบาท ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) ถือหุ้น 99.3% บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี (MFC) ถือหุ้น 24.9% บริษัท ผาแดงอินดัสทรี (PDI) ถือหุ้น 24.9% และบริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) ถือหุ้น 9.03%

ดูแล้วไม่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่เกินวัย เพราะหากดูจากประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงานแล้ว ก็จะเห็นว่า ”ทอมมี่” ทำได้และน่าจะทำให้ผู้เป็นพ่อมีความสุขในวันที่กำลังเข้าสู่วัยที่ต้องพักและมองอยู่ห่างๆ

ทอมมี่ บอกว่า การเข้ามารับหน้าที่ในการสืบทอดกิจการให้กับครอบครัว ไม่ได้เหนือความคาดหมายเพราะเป็นความตั้งใจอยู่แล้วซึ่งในช่วงของการเรียนนั้นก็เลือกเรียนในสาขาที่คิดว่าจะนำมาใช้ในการทำงานอยู่แล้ว

โดยผมสำเร็จการศึกษาพาณิชยศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยม) และนิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย และยังได้รับปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (เกียรตินิยม) จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อจบกลับมาผมก็เข้ามาช่วยคุณแม่ในการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้เข้าไปอบรมหลักสูตร หลักสูตรกลยุทธ์การบริหารธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ รุ่นที่ 40 ด้วย และยังเข้าอบรบหลักสูตรของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) หลักสูตร DAP Program

การเข้ามาทำงานของผม ไม่ใช่อยู่ๆ แล้วขึ้นมาเป็นซีอีโอเลย แต่ทำในส่วนงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องโดยประสบการทำงานช่วง 2558 ถึงปัจจุบัน กรรมการ บริษัท ผาแดงอินดัสทรี ประเภทธุรกิจ ทรัพยากร, 2557 ถึงปัจจุบัน กรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการการลงทุน บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นการจัดโครงสร้างกิจการขึ้นมาเป็นลงทุนในธุรกิจ

ขณะที่ในส่วนของธุรกิจการเงิน 2553-2557 ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ หลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี ที่ฝ่ายอสังหาริมทรัพย์ ก่อนย้ายไปดูแลสายพัฒนาธุรกิจในปี 2555 โดยดูแลฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน และ Private Equity ตลอดเวลาที่ทำงานอยู่ MFC ทอมมี่ รับผิดชอบการก่อตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งหมด 6 กองทุน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนรวมทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านบาท นอกจากนี้ยังดูแลกองทุนอื่นๆ ทั้งหมด 26 กองทุน มูลค่าสินทรัพย์ที่อยู่ในความดูแลมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 3.2 หมื่นล้านบาท โดย มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านกองทุนอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน

“การเข้ามาทำงานถือว่าผมได้ทำในสิ่งที่ชอบและสามารถนำประสบการณ์นำความรู้มาใช้ในการทำงานเต็มที่ รวมถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงานในด้านต่างๆ ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพากิจการให้เติบโตต่อไปข้างหน้าได้” ทอมมี่ กล่าว

ทั้งนี้ ในวันที่ CGH มีการปรับโครงสร้างและจัดทัพเป็นโฮลดิ้งคัมปานี ผมได้เข้าไปมีส่วนหนุนและกำหนดทิศทางด้วย เพราะการเป็นโฮลดิ้งจะทำให้เกิดความคล่องตัวในการลงทุนและการดำเนินงาน จากเดิม คือ ธุรกิจหลักทรัพย์รายได้หดตัวลงและมีการแข่งขันสูงมาก ดังนั้นการผันมาเป็นโฮลดิ้ง จะทำให้เรามีความหลากหลายมีการกระจายธุรกิจออกไปและสร้างรายได้ให้กิจการมั่นคง

ผมคาดหวังให้ CGH เป็นโฮลดิ้งที่มีธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยวางแผนไว้ว่าในอีก 12 เดือนข้างหน้า จะมีการออกไปซื้อและลงทุนในกิจการโรงแรมในต่างประเทศ เพื่อให้ CGH มีโรงแรมเป็นธุรกิจหลัก นอกจากรับรายได้และกำไรจากเงินลงทุนที่เข้าไปถือในธุรกิจต่างๆ

ทอมมี่ บอกว่า การที่เขามีโอกาสและไปใช้ชีวิตรวมถึงเล่าเรียนในต่างประเทศโดยอยู่ที่ออสเตรเลียนานกว่า 23 ปี ทำให้โลกกว้าง เห็นโอกาสและเข้าใจว่าธุรกิจเป็นอย่างไร การลงทุน การบริหารเงินทุนเป็นอย่างไร ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นคนที่ชอบในเรื่องของการบริหารเงินและการลงทุน

ในมุมมองของ ทอมมี่ การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาวจะได้รับความนิยมมากขึ้นและได้ผลตอบแทนที่ดี "ยิ่งนาน-ยิ่งใช้-ยิ่งรวย" เอาชนะเงินเฟ้อได้สบาย ดูจากเทรนด์ความต้องการเทียบกับซัพพลายที่มีแนวโน้มระยะยาวราคาอสังหาริมทรัพย์สามารถขึ้นได้อีกเยอะ และมองว่าสินทรัพย์ที่มีอนาคตน่าจะเป็น "ออฟฟิศให้เช่า" ในทำเลที่ดี ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นมีบ้างและไม่เคลื่อนไหวเพราะทุ่มเวลาในการทำธุรกิจ

ดังนั้นเมื่อเข้ามาทำหน้าที่นำพากิจการก็มั่นใจว่าจะหาโอกาสและธุรกิจที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนที่ไว้วางใจในการเข้ามาร่วมลงทุนหรือถือหุ้นในกิจการของกลุ่ม

“ผมเชื่อว่าในทุกครั้งที่มีวิกฤตก็จะมีโอกาสเกิดขึ้น อยู่ที่เรามองเห็นและเข้าใจแค่ไหน เช่นกันในยุคนี้โลกผันผวน การที่สหรัฐได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่มีนโยบายในทางกีดกันการค้า ซึ่งทำให้มีกองทุนที่ติดเรื่องการกีดกันก็จะต้องขายพอร์ตออกมา ซึ่งก็จะเป็นโอกาสที่เราจะเข้าไปซื้อเช่นกัน กรณีอังกฤษออกจากยูโร ก็คือโอกาส  ” 

ทอมมี่ บอกว่า หากดูวิธีการทำงานระหว่างพ่อกับผม อาจจะเห็นความแตกต่าง พ่อจะเป็นนักพัฒนาแบบอนุรักษ์ แต่ผมถือว่าโชคดีที่มีการพัฒนาตัวเองผมเห็นในหลายๆ อย่างและได้เข้าไปเรียนรู้ทั้งกองทุน อสังหาริมทรัพย์ ทำให้มีความยืดหยุ่นและปรับตัวไปตาม แต่พ่อคือผู้มีประสบการณ์และคอยดูผมห่างๆ ซึ่งบางเรื่องสำคัญๆ ประสบการณ์ของพ่อก็ช่วยได้ ความท้าทายในยุคผมคือการบริหารงานท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านธุรกิจเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการเป็นบริษัทลงทุน ที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีการลงทุนที่หลากหลาย  จึงตัดสินใจเปลี่ยนมาเป็นโฮลดิ้ง นอกจากเพื่อความคล่องตัวแล้ว

PDI  คือหนึ่งการลงทุนที่ตัดสินใจถูก

การตัดสินใจเข้าซื้อหุ้นใน ผาแดงอินดัสทรี ก็ถือว่าเป็นหนึ่งเรื่องที่สำคัญ ซึ่งขณะนั้นด้วยการมองว่า PDI มีทรัพย์ซ่อนอยู่ที่น่าสนใจและการขยับเข้าสู่การทำพลังงานทดแทนก็เป็นเทรนด์และโอกาส สุดท้ายการเข้าลงทุนก็เกิดขึ้นและมาถึงตอนนี้ ผาแดงถือว่ากลับมาเป็นธุรกิจที่กำไร ปี 2559 มีกำไรสุทธิ 478 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 216% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีผลกำไรสุทธิ 151 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 5 ปี บอร์ดจึงปันผลหุ้นละ 1 บาท ส่วนปีนี้สังกะสียังเป็นรายได้หลัก แต่เตรียมรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ด้านพลังงานทดแทนเข้ามาเสริม จากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกที่บริษัทร่วมทุนเพื่อพัฒนาธุรกิจการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมกับบริษัท โดวา อีโค ซิสเต็ม อยู่ในขั้นตอนดำเนินการขอใบอนุญาตเพื่อดำเนินโครงการจัดการกากอุตสาหกรรมอย่างครบวงจรในพื้นที่โรงถลุงแร่ของบริษัทใน จ.ตาก

โครงการพีดีไอ แมททีเรียล ซึ่งเกี่ยวข้องกับธุรกิจรีไซเคิลวัสดุ ที่ระยองจะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ได้ในต้นปี 2562

เป้าหมายเข้า SET50

การทำอะไรต้องมีเป้าหมายและเดินเข้าไปซึ่ง ทอมมี่ ก็เช่นกันเขาคาดหวังไว้ชัดเจนว่า ในระยะ 5 ปีข้างหน้า CGH จะเป็นบริษัจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยที่จะเข้าไปอยู่ใน SET50 ให้ได้เพราะการก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับนี้จะทำให้โฮลดิ้งที่เข้าเป็นผู้บริหารและเป็นอาณาจักรธุรกิจของตระกูลจะเป็นที่รู้จักและอยู่ในสายตา

ทั้งนี้ หมดนี้คือภารกิจของ ทอมมี่ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป

ชีวิตไม่โสด ชอบเล่นสกี

ทอมมี่ในวันนี้ไม่โสด เพราะตัดสินใจแต่งงานแล้ว กับ นักการเงินสาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น และแม้ว่าหากดูการทำงานแล้วจะหนัก แต่ชีวิตเขาก็มีความสุขทุกครั้งที่ได้ออกไปท่องเที่ยวและพักผ่อน ซึ่งเขาบอกว่า เขาและภรรยาชื่นชอบในการเล่นสกีและเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็ได้ไปญี่ปุ่นโดยไปทริปสกีด้วยกัน หลังจากมีทริปสกีก่อนหน้าที่ทำให้เขาและภรรยามีโอกาสได้ใกล้ชิดมากขึ้นได้เรียนรู้ซึ่งกันและทริป สกีคือบ่อเกิดของชีวิตครอบครัว

หากพูดถึง สดาวุธ เตชะอุบล หรือเสี่ยไมค์ เชื่อแน่ว่าเป็นที่รู้จักเพราะยุคก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤตปี 2540 คันทรี่กรุ๊ป คือหนึ่งในบริษัทที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ เช่น โครงการในมือมากมาย อาทิ คันทรี่ มารีนา ซิตี้ (บางปะกง) ริเวอร์โฮมวิว ริเวอร์คอนโดวิว, คอมเมอร์เชียล คอมเพล็กซ์ โรงแรม 5 ดาว และเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โครงการ คันทรี่ วิลล่า สุวินทวงศ์ มูลค่า 6,000 ล้านบาท และคันทรี่ วิลล่า อ่อนนุช และเขายังเป็นนักการเงินด้วยการตัดสินใจเข้าซื้อกิจการ บริษัทเงินลงทุนหลักทรัพย์ (บงล.) มิดแลนด์ ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น บงล.คันทรี่ แต่ด้วยวิกฤตที่เกิดขึ้นทำให้ อาณาจักรธุรกิจของ เสี่ยไมค์ ต้องเจอชะตากรรมแห่งหนี้เหมือนๆ กับธุรกิจอื่นๆ ทั่วไป และมีหนี้สินที่จะต้องปรับโครงสร้างหนี้ กับสถาบันการเงินเช่นกัน วันนี้ เสี่ยไมค์ สดาวุธ กลับมาผงาด ทุกๆ ธุรกิจที่เข้าไปล้วนออกดอกผลได้ดี และมีทายาทที่เข้ามาสานต่อให้เติบใหญ่

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ