วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ‘แชร์แรงบันดาลใจ’ สู่การพัฒนาเมือง

วันที่ 27 ธ.ค. 2559 เวลา 08:55 น.
วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ‘แชร์แรงบันดาลใจ’ สู่การพัฒนาเมือง
โดย... ปอย  ภาพ... ภัทรชัย ปรีชาพานิช

การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการใหญ่ วันนี้ต้องก้าวให้ทันควบคู่ไปกับพัฒนาเมือง วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ซีอีโอ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์เปอเรชั่น ซึ่งจัดเป็นเจ้าใหญ่ของวงการ และในปี 2561 แมกโนเลียฯ กำลังจะเผยโฉมโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ “โครงการวิสซ์ดอม 101” เกาะติดสถานีรถไฟฟ้าปุณณวิถี ริมถนนสุขุมวิท 101 บนพื้นที่กว้างขวางถึง 43 ไร่ โครงการในรูปแบบ “มิกซ์ยูส” ที่ว่านี้ มีทั้งที่พักอาศัย สำนักงานแหล่งรวมออฟฟิศทันสมัย คอมมูนิตี้ มอลล์ และสปอร์ตคลับ ผู้บริหารคร่ำหวอดอยู่ในโครงการอสังหาฯ มากว่า 20 ปี กล่าวอย่างมั่นใจ คาดว่าภาวะตลาดซื้อขายคอนโดในปีหน้ายังเติบโตได้ แมกโนเลียฯ ทุ่มการลงทุนครั้งนี้ถึง 3 หมื่นล้านบาท จัดเป็นโครงการระดับยักษ์ใหญ่ริมรถไฟฟ้าเตรียมเผยโฉมโชว์ความยิ่งใหญ่ได้สมบูรณ์แบบในเร็ววัน

การพัฒนาโครงการคุณภาพ แน่นอนต้องพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภคต้องรองรับเทรนด์ในการใช้ชีวิตของคน Gen Y ซึ่งจัดเป็นคนวัยทำงานกลุ่มขับเคลื่อนเศรษฐกิจแข็งแกร่งของโลกอนาคต โลกของคนกลุ่มนี้ คือ โลกที่ไม่มีเส้นแบ่งเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวอีกต่อไป

วิสิษฐ์ กล่าวอธิบายว่า สิ่งนี้คือจุดเริ่มต้นของโมเดลใหม่ ทั้งในด้านการทำธุรกิจ การทำงาน การใช้ชีวิต และส่งผลต่อการบริการ สินค้า หรือแม้กระทั่งแนวคิดในการพัฒนาเมืองและสาธารณูปโภคอย่างน่าจับตามอง

ชีวิตมิกซ์ยูส

“จะเห็นได้นะครับ ว่าภาครัฐเองก็พยายามเร่งผลักดันการก่อสร้าง ตั้งแต่โครงการสาธารณูปโภค การขนส่งทางราง รถไฟฟ้าสายต่างๆ มากขึ้น เพื่อรองรับการใช้งาน เพราะคนรุ่นใหม่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว ในส่วนของโครงการพัฒนาอสังหาฯ เริ่มเน้นการผสมผสานระหว่างที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน ที่พักผ่อน และทำกิจกรรมทางสังคมไว้ด้วยกัน วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน จัดไว้เป็นโซน Social Lounge สำหรับธุรกิจที่จะมานั่งทำงาน ใช้อินเทอร์เน็ตไร้สาย มีร้านค้า ร้านอาหาร ทุกอย่างรวมอยู่ในที่เดียวกันได้เลยนะครับ

แล้วสิ่งสำคัญสามารถตอบโจทย์คนกลุ่มนี้ได้ดีที่สุด คือ การบริการด้านเทคโนโลยี การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา รวมทั้งดีไซน์ทันสมัย ให้ความสะดวก และปลอดภัยพร้อมช่วยสร้างแรงบันดาลใจในทุกวินาทีของการใช้ชีวิต เป็นการสร้างเมืองของคนรุ่นใหม่จริงๆ ครับ การออกแบบโครงการวันนี้ก็มาจากโจทย์ที่ตั้งคำถามว่า คนรุ่นใหม่อยากมีชีวิตความเป็นอยู่ในแบบไหน คำตอบก็คือความทันสมัยสะดวกสบายต้องมาพร้อมกัน” 

วิสิษฐ์ ซีอีโอแมกโนเลียฯ เริ่มต้นสนทนาอธิบายเรื่องยากให้เข้าใจง่าย และนี่คือหัวใจหลักของการครีเอทโครงการใหม่ๆ อีกด้วย คือ การคิดสิ่งที่คนยังไม่เคยทำให้คนเข้าใจ และสัมผัสได้เข้าถึงได้

โครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ “วิสซ์ดอม วัน-โอ-วัน” ดีไซน์เพื่อรองรับการใช้ชีวิต มีทั้งคอนโด ออฟฟิศสำนักงาน และแหล่งช็อปปิ้งคอมมูนิตี้ มอลล์ เป็นโครงการอสังหาฯ ในยุคที่เจ้าของโครงการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมรอบๆ มากขึ้น จากแต่ก่อนทำแค่อาคารสำนักงาน คอนโด แต่ในยุคนี้แต่ละโครงการต้องมีความพร้อมในตัว เป็นคอมเพล็กซ์ที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง

“ผมเดินทางไปดูงานหลายๆ ประเทศ ในดูไบ สิงคโปร์ นี่คือเทรนด์ที่พักอาศัยในรูปแบบคอนโด รวมทั้งการสร้างตึกออฟฟิศยุคใหม่อีกด้วย ไม่มีแค่การสร้างคอนโดเดี่ยวๆ หรือออฟฟิศเดี่ยวๆ นั่นเป็นเพราะว่ารูปแบบการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร และการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก สาธารณูปโภคจะต้องรองรับวิถีชีวิตของกลุ่มคนรุ่นใหม่ 25-30 ปี คนกลุ่มนี้เลือกใช้ชีวิตไม่มีเส้นแบ่งเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัวอีกต่อไปแล้วนะครับ

การครีเอทพื้นที่ Coworking Space โครงการเน้นรองรับชาวฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ หรือเอสเอ็มอี เลยนะครับ คนกลุ่มนี้พวกเขาต้องการออกแบบชีวิตของตัวเองให้ยืดหยุ่นมากขึ้น จะทำงานที่ไหนเมื่อไรก็ได้ หรือทำงานไปพร้อมกับการดูแลครอบครัว โดยการเชื่อมโยงของโลกออนไลน์ ยังสามารถเลือกสนุกสนานกับเพื่อนฝูงไปพร้อมๆ กันก็ได้อีกด้วย ในวันที่เรามีอินเทอร์เน็ตอยู่ในสมาร์ทโฟน พกอยู่ในกระเป๋าของเราแทบทุกๆ คน การติดตามข่าวสาร ติดต่อผู้คนจึงทำได้ไม่จำกัดสถานที่หรือเวลา

เทรนด์ในการใช้ชีวิตของคน Gen Y จึงเปลี่ยนรูปแบบไปเป็น Work Life Integration คือชีวิตการทำงานกับส่วนตัวเริ่มเบลนด์เข้าหากันได้อย่างไม่มีข้อจำกัดเลยครับ คน Gen Y เลือกจะออกแบบวิถีชีวิตเอง สามารถค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้ทุกวินาทีของการใช้ชีวิต คิดหาไอเดียใหม่ๆ ที่ไหนก็ได้ จะนั่งอยู่ในสวนพร้อมกับคุยกับที่ปรึกษาในอีกซีกหนึ่งของโลก หรือเสิร์ชอินเทอร์เน็ตหาแรงบันดาลใจจากในสมาร์ทโฟนของตัวเองก็ได้”

โลกการใช้ชีวิตไร้รอยต่อ

การใช้ชีวิตรูปแบบ Work Life Integration กำลังเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มคนมิลเลนเนียลในเอเชีย การเปลี่ยนแปลงจากการสร้างสมดุลระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว หรือ Work Life Balance คือ ชีวิตการทำงานกับส่วนตัวเริ่มเบลนด์เข้าหากันบนการใช้ชีวิตในรูปแบบไร้ข้อจำกัด

“การออกแบบและพัฒนาโครงการใหม่ๆ ก็คำนึงถึงวิถีชีวิตของผู้บริโภคมากขึ้นด้วยครับ ในฐานะนักพัฒนาอสังหาฯ ก็ต้องครีเอทการสร้างบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยให้ผู้บริโภคใช้ชีวิตในแบบที่เรียกว่า ไร้รอยต่อ คือ ให้ผู้อาศัยสามารถทำงานและใช้ชีวิตส่วนตัวไปพร้อมกันได้อย่างราบรื่น และนี่จะเป็นการพลิกโฉมรูปแบบการพัฒนาเมือง และโครงการอสังหาฯ ของไทยในยุคนี้ ผมการันตีเลยครับว่าโครงการเมื่อสร้างเสร็จ ปี 2561 เราจะเป็น Coworking Space ในรูปแบบทันสมัยที่สุดในเมืองไทยเลยก็ว่าได้”

วิสิษฐ์ อธิบายรายละเอียดแนวคิดหลักของโครงการ วิสซ์ดอม 101 หรือเรียกให้คุ้นติดปาก วัน-โอ วัน พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตแบบ Work Life Integrationทุกมิติในการใช้ชีวิตผสานกลมกลืนเข้าด้วยกัน ออกแบบในคอนเซ็ปต์ไฮบริด (Hybrid) เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอกอาคารเข้าด้วยกัน ในขนาดใหญ่ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย โดยจัด 65% ของที่ดินทั้งหมดให้เป็นพื้นที่เปิดโล่ง และ 30% ของที่ดินทั้งหมดเป็นพื้นที่สำหรับต้นไม้ใบหญ้าที่เชียวชะอุ่ม ผู้อยู่อาศัยและทำงานในโครงการจึงใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ตลอดเวลา มีเลนจักรยานและลู่วิ่งลอยฟ้าแบบหลายระดับภายในอาคารที่แรกในประเทศไทยระยะทาง 1.3 กม. วิ่งผ่านทั้งพื้นที่ในอาคารและนอกอาคาร

สะท้อนความไร้พรมแดนระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว และเน้นการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี โดยมีระบบ Smart Home Automation System ให้ผู้พักอาศัยสั่งการทำงานในบ้านได้จากระยะไกล รวมทั้งใช้แอพพลิเคชั่นพิเศษจองเวลาใช้บริการฟิตเนส ร้านอาหาร หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในโครงการได้

ซีอีโอโครงการใหญ่อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า เป็นการออกแบบโครงการโดยยึดข้อมูลผลการศึกษาของพีดับบลิวซี ล่าสุดระบุว่า ในอีก 3 ปีข้างหน้า แรงงานที่เป็น Gen Y หรือมิลเลนเนียลอายุต่ำกว่า 35 ปี จะมีสัดส่วนมากถึง 80% ของแรงงานทั้งหมด คนทำงานประจำ 60% ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงานแบบทำที่ไหน ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ ส่วนอีก 70% ของ Gen Y ก็ให้ความสนใจในเรื่องของสมดุลชีวิตงานและส่วนตัวมากกว่าค่าตอบแทน

“เทรนด์การสร้างที่พักก็จะต้องรองรับคุณภาพชีวิตของเขา ซึ่งเป็นปัจจัยส่งผลกระทบต่อการพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณูปโภค และอสังหาฯ โดยตรงเลยนะครับ การสร้างคอนโดหรือออฟฟิศ ก็ตัองคิดเพื่อเป็นการตอบสนองต่อวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญต่อความยืดหยุ่นในการทำงานแบบทำที่ไหน ตอนไหน ใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ แต่คนกลุ่มนี้ยังมีความต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสร้างแรงบันดาลใจในทุกๆ นาทีของชีวิต อีกหนึ่งเทรนด์ที่มากับวิถีชีวิตคนรักอิสระอย่างคนรุ่นนี้นะครับ ที่เริ่มเรียนรู้วิธีทำงานที่ไร้กำแพง หมายถึงว่าที่ไหนก็เป็นที่ทำงานของชาว Gen Y ได้ทั้งสิ้น ขอเพียงมีสมาร์ทโฟนกับแล็ปท็อป หรือแท็บเล็ต กับสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือโทรศัพท์ที่ดี เก้าอี้ในสวน บ่อปลา ร้านกาแฟ ในรถ ก็ทำงานได้ แถมยังได้บรรยากาศที่ไม่จำเจ ช่วยเพิ่มพลังสมอง กระตุ้นความสร้างสรรค์ได้ จึงเห็นได้ว่า ธุรกิจ Coworking Space โตเร็วมากจาก 4 แห่ง ในปี 2555 มาเป็น กว่า 60 แห่ง ในปี 2558

ถึงอายุไม่ได้อยู่ช่วงเจน Y แต่ชีวิตมิกซ์ยูสก็เป็นไลฟ์สไตล์ส่วนหนึ่งของผมนะครับ (หัวเราะ) ถ้าวันไหนประชุมเครียดเกินไป ผมก็ชอบหาเวลาไปนั่งทำงานในร้านกาแฟถ้าต้องการรีแลกซ์ ร้านกาแฟให้อารมณ์ผ่อนคลายนี้ได้ดีครับ รูปแบบการสร้างที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ จึงเป็นสิ่งสำคัญ โครงการ วัน โอ วัน จึงให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว มีสวนทั้งรอบๆ ตึก และบนตึกของทุกๆ อาคาร”

นับเป็นจุดเริ่มต้นของโมเดลใหม่ๆ ทั้งในด้านการทำธุรกิจ การทำงาน เป็นเทรนด์การใช้ชีวิตคนมิลเลนเนียลพลิกโฉมแนวคิดการพัฒนาเมืองอย่างแท้จริง