ชลิตา ส่วนเสน่ห์ & อัจฉรี บัวเขียว 2 สาวสวยจับมือชิงมงกุฎนางงาม

  • วันที่ 08 ต.ค. 2559 เวลา 15:02 น.

ชลิตา ส่วนเสน่ห์ & อัจฉรี บัวเขียว 2 สาวสวยจับมือชิงมงกุฎนางงาม

โดย...วราภรณ์ ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์

ทั้ง น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 และ เทียน-อัจฉรี บัวเขียว รองอันดับ 1 จากเวทีเดียวกัน คือ 2 ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยเพื่อไปประกวดนางงามบนเวทีระดับโลก ฟากชลิตามีกำหนดไปประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์สราวต้นปีหน้า ส่วนอัจฉรีมีกำหนดไปประกวดบนเวทีมิสเอิร์ธ 2016 รอบตัดสินวันที่ 29 ต.ค.นี้ จัดประกวด ณ ประเทศฟิลิปปินส์ทั้งสองเวที ยามนี้ทั้งคู่จึงขะมักเขม้นกับการเตรียมความพร้อม ทั้งเรียนแต่งหน้า ทำผม ฝึกพูด การสร้างความมั่นใจในตัวเอง ฟิตติ้งชุดราตรี เรียนภาษาอังกฤษ พัฒนาบุคลิกภาพ และฟิตร่างกายเพื่อเตรียมตัวทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มที่ ซึ่งสถานที่เรียนของทั้งคู่คือที่เดียวกัน คือสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพ จอห์น โรเบิร์ต เพาเวอร์ส ยิ่งทำให้ทั้งคู่ต้องพบปะกันเป็นประจำเพราะเรียนร่วมคลาสกันหลายวิชา ไม่นับรวมตอนเก็บตัวช่วงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และช่วงเดินสายขอบคุณสื่อมวลชนและสปอนเซอร์หลังประกวดเสร็จสิ้น ยิ่งทำให้ทั้งคู่สนิทกันและนับถือกันเหมือนพี่กับน้อง

 

ชลิตา เล่าถึงการเตรียมความพร้อมของตนเองพัฒนาไปมาก จากเดิมไม่ค่อยกล้าพูด ไม่ชินกับการเข้าสู่วงการบันเทิง แต่พอได้มาฝึกฝนตนเองเรื่อยๆ ทำให้เธอเป็นมืออาชีพมากขึ้น รู้ว่าควรพูดและพัฒนาตนเองอย่างไรให้มีความงดงาม ติวเข้มโดยเฉพาะท่วงท่าการเดิน เดินอย่างไรให้มีจริต และใส่คาแรกเตอร์ของตนเองเข้าไป พรีเซนต์ตัวเองให้ดูน่าสนใจ อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การออกกำลังกายเพื่อฟิตหุ่นซึ่งตอนนี้รุดหน้าไปได้มากจากน้ำหนัก 57 ลดลงเหลือ 54 กิโลกรัม และน้ำตาลมีเป้าหมายสร้างซิกซ์แพ็กด้วยการเข้าฟิตเนสและเรียนต่อยมวยเพื่อกระชับกล้ามเนื้อมากขึ้น หากถามความพร้อมของน้ำตาลก็มีแล้วกว่า 70% แล้ว ด้านน้องเทียนก็มีหน้าที่ไม่ยิ่งหย่อนกว่า ขณะนี้ทีมงานของน้องเทียนเตรียมเรื่องเสื้อผ้าชุดราตรีเสร็จสมบูรณ์กว่า 80% แล้ว ส่วนการเตรียมพร้อมอื่นๆ เช่น การเรียนจิตวิทยาเพื่อหาจุดเด่นของตัวเองให้เจอ เพื่อเธอจะได้ไม่กลืนไปกับคนอื่น ซึ่งบุคลิกโดยรวมของเทียนเป็นหญิงสาวร่าเริง สนุกสนาน ก็น่าจะเป็นที่เอ็นดูของเพื่อนๆ ได้ไม่ยาก ด้านน้ำหนักตัวน้องเทียนกลับต้องเพิ่มน้ำหนักและออกกำลังกายกระชับกล้ามเนื้อให้มากขึ้น ยิ่งใกล้วันต้องไปเป็นตัวแทนประเทศไทยน้องเทียนยิ่งรู้สึกตื่นเต้นเพราะต้องแต่งหน้าทำผมเอง แต่เทียนก็คาดหวังว่าเธอจะทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยให้ดีที่สุด

เทียน น้องสาวแสนซน

หากให้ชลิตาพูดถึงนางงามรุ่นน้องอย่างน้องเทียน ที่ถึงแม้น้องเทียนจะอายุน้อยกว่ากัน 1 ปี แต่ก็เรียนอยู่ชั้นปี 3 เหมือนๆ กัน น้องเทียนจึงเรียกน้ำตาลว่าพี่ “ตอนเก็บตัวเราสนิทกัน เนื่องจากเราเบอร์ใกล้ๆ กัน น้ำตาลหมายเลข 14 น้องเทียนหมายเลข 18 เวลานั่งรถบัสจึงนั่งด้วยกันบ่อย เวลานั่งรถน้องจะช่างพูดช่างคุย แต่หนูชอบนอน แต่น้องจะชวนคุยชวนเมาท์ตลอด พอหนูหลับน้องเทียนก็ถ่ายภาพหนูตอนนอนหลับบนรถแล้วเอามาแกล้งหนู แต่น้องเทียนเป็นเด็กที่มีนิสัยทำอะไรแล้วเขาทำเต็มที่ เป็นคนมองโลกในแง่ดี ติดนิดเดียวเป็นคนคิดมาก จึงชอบนอยด์กับบางเรื่องมากเกินไป หนูก็จะแนะนำน้องว่า ถ้าคิดว่าเราทำดีที่สุดแล้ว หากใครว่าอะไรแล้วมันไม่เป็นจริงเราก็ไม่ต้องเดือดร้อน ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ก็ดีที่สุดแล้ว ฉะนั้นอย่ากังวล

 

สิ่งที่หนูประทับใจน้องเทียนมากๆ คือช่วงขอบคุณสื่อมวลชนหลังประกวดเสร็จก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์ติเรื่องสีผิวเรื่องความสูงของหนูเยอะมาก สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องที่ทำให้หนูรู้สึกไม่สบายใจเลย น้องเทียนคงรู้สึกถึงความไม่สบายใจของหนู ตอนเย็นน้องพิมพ์ไลน์ส่วนตัวมาปลอบใจยาวมาก ทำให้หนูรู้ถึงความห่วงใยที่น้องมีต่อหนูและทำให้หนูมีกำลังใจมากทีเดียวค่ะ ซึ่งตัวหนูเองก็อยากขอให้พี่ๆ ให้โอกาสหนู หนูไม่เคยประกวดเวทีไหนเลย หนูทำได้ขนาดนี้ก็รู้สึกภูมิใจในตัวเองนะคะ อย่างที่บอกว่าหนูสนิทกับน้องเทียนเราจึงไลน์กรุ๊ปของเรากับเพื่อนๆ ชื่อ แก๊งคุณนาย พอได้มาทำงานร่วมกันหลังได้ตำแหน่งเราจึงไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย ส่วนเรื่องความโก๊ะๆ ของเทียน คือเขาเป็นคนซุ่มซ่าม (ยิ้ม) เทียนไม่ค่อยระวังตัวซึ่งขัดกับความเป็นสาวเหนือหวานๆ ของเขามาก นอกจากโก๊ะแล้วยังกวนๆ ช่างพูด หนูกับเทียนจะตีกันประจำ ชอบพูดแซวกันสนุกสนาน”

 

น้ำตาล พี่ที่น่ารักและจริงใจ

ขณะที่ เทียน ก็เห็น น้ำตาล เป็นพี่ที่น่ารักและจริงใจ “พี่น้ำตาลน่ารัก บางครั้งจะมีมุขตลกมาทำให้เทียนขำ บางครั้งก็ชอบแกล้งหนู หยอกเล่นอารมณ์เหมือนได้แกล้งน้อง พี่น้ำตาลมีนิสัยร่าเริง แต่บางครั้งก็นิ่งๆ ด้วยความที่หนูค่อนข้างสนิทกับพี่น้ำตาล เวลาหนูลงมาจากเชียงใหม่หนูจะโทรหรือไลน์ถามว่า อยากกินอะไรหนูจะซื้อมาฝาก พี่น้ำตาลชอบกินน้ำพริกหนุ่มหนูก็ซื้อมาฝาก หนูก็รู้สึกเป็นห่วงพี่น้ำตาลเพราะงานเยอะ ไม่ค่อยได้พัก สังเกตถ้าตาพี่คล้ำหนูรู้เลยว่า เขางานเยอะแล้วพักผ่อนน้อย แต่พี่น้ำตาลก็มีให้กำลังใจหนูเหมือนกัน เช่น ตอนที่สอบก่อนปิดเทอมเมื่อเร็วๆ นี้ พี่น้ำตาลก็ไลน์ไปอวยพร สู้ๆ นะ เป็นกำลังใจให้ เวลาหนูอยู่กับพี่น้ำตาลก็รู้สึกสบายใจ ตอนเรียนแต่งหน้าด้วยกันก็ชอบเมาท์กัน แต่หนูเสร็จช้าเพราะมัวคุย ที่หนูรู้สึกชอบพี่น้ำตาลเพราะตอนประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ หนูเห็นใบหน้าพี่น้ำตาลแล้วชอบมาก บุคลิกรวมทั้งใบหน้าสวยน่าค้นหา หนูอยากรู้จักพี่เขาหนูก็เข้าไปหาพี่เขาเลย หนูเลยสนิทกับพี่น้ำตาล ชอบแกล้งกันตั้งแต่อยู่ในกองประกวดแล้วค่ะ

สิ่งที่หนูรู้สึกประทับใจในตัวพี่น้ำตาลคือ ตอนอยู่ในกองประกวดทุกวันเวลาซ้อมเดิน หนูจะเดินให้พี่น้ำตาลดูว่า ใช้ได้หรือยัง พี่จะแนะนำหนูว่า เดินแบบนี้โพสแบบนี้ไหม เหมือนเป็นพี่สาวคนหนึ่งที่คอยให้คำปรึกษา ซึ่งปกติเวลาแข่งขันกันจะไม่มีใครคอยบอกกัน แต่พี่น้ำตาลแนะนำด้วยความจริงใจ เป็นสิ่งที่หนูประทับใจที่สุด ยิ่งหนูเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่สาว หนูก็คิดว่าพี่น้ำตาลคือพี่สาวของหนูคนหนึ่ง

ถามเรื่องความโก๊ะ พี่น้ำตาลดูไม่เหมือนนางงามเลย ปกตินางงามจะต้องวางตัวนิ่งๆ เฉิดๆ แต่พี่น้ำตาลก็เล่นกับหนู แกล้งหนู ซึ่งพี่น้ำตาลดูเป็นธรรมชาติมากๆ ในมุมมองเราคือนางงาม แต่เวลาอยู่ด้วยกันเราเหมือนพี่เหมือนเพื่อนกันมากกว่า 

 

พี่น้ำตาลเป็นพี่ที่หนูสามารถปรับทุกข์ได้ดีที่สุด เพราะความที่หนูนอยด์ง่าย เพราะหนูรอบคอบเกิน วางแผนมากเกินไป บางครั้งไม่ได้เป็นอย่างที่คิดก็เคว้ง เวลามีเรื่องคิดมากหนูชอบเล่าให้พี่น้ำตาลฟัง พี่ก็ปลอบใจว่า ไม่ต้องคิดมาก พี่คอยดึงเราออกจากเรื่องเครียดๆ ยิ่งอยู่หลังเวทีตอนเราติด 2 ใน 5 ถึงช่วงตอบคำถาม พี่น้ำตาลถามว่า พี่ตอบคำถามแบบนี้ดีไหม พี่ก็ตอบให้เราฟัง เราก็แนะนำว่า เติมแบบนี้เข้าไปซิ แล้วเราก็ช่วยกันคิดคำถาม แนะนำกันว่า อย่ากังวล ตอนเหลือ 2 คนแล้วจะประกาศผลว่าใครได้ชนะเลิศวินาทีนั้น เราจับมือกัน เพราะรู้สึกตื่นเต้น แต่หนูเชียร์พี่น้ำตาล พี่ต้องได้แน่ๆ เวลาหนูอยู่เชียงใหม่แล้วพี่น้ำตาลทำงานอยู่กรุงเทพฯ หนูจะเข้าไปดูไอจีของพี่น้ำตาลตลอด ดูว่าเขาทำอะไร เป็นไงบ้าง ถ้าเขางานเยอะหนูจะไม่เข้าไปทัก แต่ถ้าวันไหนส่องไอจีแล้วเขาดูชิลๆ หนูจะทักเขา เพราะไม่อยากกวน ถามเขาว่าสบายดีไหม แม้เราอยู่ไกลกันแต่ไลน์ก็ทำให้เราใกล้กันค่ะ”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ