มิกค์ ทองระย้า สุขเสมอ เมื่อเข้าครัวทำอาหาร

วันที่ 29 ก.ค. 2559 เวลา 11:02 น.
มิกค์ ทองระย้า  สุขเสมอ เมื่อเข้าครัวทำอาหาร
โดย...แมงโก้หวาน ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล 

ใครจะคิดว่า มิกค์ ทองระย้า พระเอกลูกครึ่งไทยเดนมาร์ก แห่งช่อง 7 สี จะเก่งแต่เรื่องการแสดงอย่างเดียว เพิ่งรู้ว่าฝีมือในการทำอาหารก็ไม่ใช่เล่น การันตีว่าขายได้และขายดีด้วย แม้จะไม่ใช่เชฟมือโปร แต่ถ้าลองได้เข้าครัวเมื่อใดอาหารทุกจานจากฝีมือเขาก็อร่อยน่ากินไม่แพ้หน้าตาอันหล่อเหลาของเขาแน่นอน (ดูซิดู)

พูดถึงความสามารถในการทำอาหารของมิกค์ บอกตรงนี้เลยว่าเขาไม่ได้เรียนจากโรงเรียนหรือสถาบันสอนทำอาหารที่ไหน แต่ลงมือและเรียนรู้ด้วยตัวเองจากตำราและครูของเขาในการฝึกฝนช่วงแรกๆ ก็คือ ยูทูบต่อมาก็จะไปสอบถามหาความรู้จากเชฟ หรือพ่อครัวในร้านอาหารต่างๆ ที่เขาได้ไปรับประทานอาหาร จากนั้นหาโอกาสฝึกปรือมาเรื่อยๆ จนรู้สึกว่าการทำอาหารเป็นกิจกรรมที่สนุกและมีความสุข

“จริงแล้วที่ผมชอบทำอาหารก็ต้องบอกว่ามันเกิดจากการที่เราชอบรับประทานอาหารที่อร่อยๆ มักจะเสาะหาร้านอร่อยขึ้นชื่อในที่ต่างๆ ที่เราไป เช่น เวลาไปต่างจังหวัด หรือไปถ่ายละครแถวไหนก็ตาม เป็นต้องถามคนละแวกนั้นๆ เสมอ มีร้านอาหารที่ไหนอร่อยๆ ถ้ามีผมก็จะไปชิม เมนูไหนอร่อยก็ถามเชฟของร้าน ทำยังไง มีเคล็ดลับอะไรบ้าง ด้วยความที่เขารู้เราว่าเป็นดาราก็จะบอกเคล็ดลับนิดๆ หน่อยๆ แล้วเรามาลองทำที่บ้าน

 

ถ้าเชฟที่คุ้นเคยกันก็ถามได้เลย ทำอยู่อย่างนี้ แต่ว่าช่วงแรกๆ จะฝึกจากยูทูบก่อน ทำทั้งขนม อาหารก็ทำ อร่อยบ้าง ไม่อร่อยบ้าง เสียบ้าง ได้บ้าง ก็ไม่เป็นไร เพราะถ้าไม่ลองก็ไม่รู้และคงทำไม่เป็น สุดท้ายก็ทำได้พัฒนามาเรื่อยๆ จนมาเปิดร้านอาหารของตัวเองร่วมกับหุ้นส่วนชื่อว่า WHAT MONDAY ถนนเส้นเข้าไปมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี) โดยร้านจะอยู่ใกล้กับโดมิโนพิซซ่า” พระเอกเรื่องทะเลไฟ เล่าถึงการฝึกทำอาหาร

สำหรับการตัดสินใจเปิดร้านอาหาร มิกค์ บอกว่า ก็สืบเนื่องจากการที่ตัวเองชอบเสาะหาอาหารอร่อยๆ รับประทาน และขณะเดียวกันก็ชอบทำอาหารด้วย จึงคิดว่าถ้าจะทำอาชีพหรือธุรกิจอะไรสักอย่างนอกเหนือจากการเป็นนักแสดงก็ควรจะหาสิ่งที่ตัวเองชอบทำน่าจะดีที่สุด จึงเป็นที่มาของการเปิดร้าน WHAT MONDAY

“ตอนแรกเราทำร้านอาหารทะเลครับ แต่ต่อมาได้เปลี่ยนแนวใหม่สไตล์อาหารไทยและอิตาเลียนฟิวชั่น แต่ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอยู่นิดหน่อย คือมีความเป็นทะเลอยู่บ้าง เพราะเรามีลูกค้าเก่ายังเหนียวแน่นและชื่นชอบเมนูของเราได้ ส่วนร้านบรรยากาศดีมาก นั่งชิลๆ อยู่ริมสระ มีพื้นที่อินดอร์เป็นห้องแอร์ และเอาต์ดอร์ มีดนตรีสดประเภทโพล์กซอง มีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ให้ลูกค้าได้ชมกีฬาและอื่นๆ เครื่องดื่มหลากหลาย เปิดตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึงเที่ยงคืน”

 

จะเห็นได้ว่ามิกค์ไม่ได้เก่งแค่บทบาทการเป็นนักแสดงอย่างเดียว แต่ฝีมือการทำอาหารของเขาก็ถือว่าพอตัวทีเดียว ว่าแล้วมิกค์ไม่รอรีขอเข้าครัวพิสูจน์ฝีมือให้เห็น จัดมาสองเมนูเด็ดๆ ที่คิดขึ้นมาเองและขายในร้าน คือ ทะเลขลุกขลิกกับซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิว สีสันน่ารับประทานมาก แต่มีสูตรเมนูทะเลขลุกขลิกมาฝากแฟนๆ โพสต์ทูเดย์ไปลองทำ

“ทะเลขลุกขลิกออกแนวอาหารไทยครับ ผมใช้กุ้ง หมึก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ มีน้ำราดนิดหน่อยเพิ่มความแซ่บ เสิร์ฟจานใหญ่กินได้หลายคน ส่วนซี่โครงหมูอบซอสบาบีคิว เป็นแนวอิตาเลียน ผมเลือกซี่โครงหมูเพราะต้องการเพิ่มโปรตีนให้ร่างกาย เนื้อหมูนุ่มอร่อยไม่ติดกระดูก เชิญไปชิมที่ร้านได้ครับ สอบถามได้ที่เบอร์ 06-2369-4462” มิกค์เชิญชวนชิมที่ร้าน

ทว่าโอกาสที่ลูกค้าจะได้ชิมฝีมือการทำอาหารของเขาค่อนข้างหาโอกาสยาก เนื่องจากงานละครมีเวลาที่ไม่ค่อยแน่นอนเขา จึงฝากขอโทษลูกค้าที่อยากชิมฝีมือของเขาไว้ ณ ที่นี้ด้วย พร้อมฝากแฟนๆ ติดตามผลงานละครของเขาหลังจากทะเลไฟจบไปตอนนี้ก็มี “กาลครั้งหนึ่งในหัวใจ” เพิ่งออนแอร์เมื่อวาน (พฤหัสบดีที่ 28 ก.ค.) ซึ่งเขารับบทเป็น แดเนียล หว่อง พระเอกของเรื่องในบทบาทหัวหน้าแก๊งมาเฟีย อีกเรื่อง “เพชรตัดเพชร” ถ่ายทำเสร็จแล้วรอออนแอร์และนักบุญทรงกลด อยู่ในช่วงของการกำลังถ่ายทำ

ทะเลขลุกขลิก

วัตถุดิบ

กุ้งแม่น้ำ 200 กรัม

หมึก 150 กรัม

หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ 150 กรัม

มาม่า 1 ห่อ

ข่า 50 กรัม

ตะไคร้ 50 กรัม

ใบมะกรูด 5 ใบ

ผักชีฝรั่ง 2 ต้น

แมงกะพรุน 150 กรัม

วิธีทำ

ตั้งน้ำลวกเส้นมาม่าทิ้งไว้ตั้งกระทะใส่น้ำมันพืช 3 ช้อนนำเนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงผัดให้สุกใส่ผักที่เตรียมไว้ลงผัดให้สุก

ปรุงรส

น้ำปลา 1 ช้อนตวง

น้ำมะนาว 2 ช้อนตวง

น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนตวง

น้ำพริกเผา 2 ช้อนตวง

นมคาร์เนชั่น 2 ช้อนตวง

ผัดทั้งหมดให้เข้ากันแล้วจัดเรียงใส่จานเสิร์ฟเคียงกับเส้นมาม่า โรยหน้าด้วยผักชีฝรั่ง พริกทอด พร้อมเสิร์ฟ