ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง

วันที่ 11 ก.ค. 2559 เวลา 10:52 น.
ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์

“ผมผ่านงานด้านซอฟต์แวร์มาจนประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่อีกฝันผมอยากจะทำฮาร์ดแวร์ของตัวเองขึ้นมาสักชิ้น แม้ไม่รู้ว่าอนาคตจะประสบความสำเร็จ ผมใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดที่มีถ้าล้มก็คงเจ็บมาก แต่คงดีกว่าไปทำความฝันตอนอายุ 50 แล้วถ้าเราล้มเราคงจะเจ็บหนักกว่านี้”

ฉัตรชัย ตั้งจิตตรง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โพโมะ เฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์)  คือคนที่ทำให้ โพโมะ นาฬิกาข้อมือช่วยเหลือเด็กและผู้สูงอายุ เป็นหนึ่งในสินค้าไอทีแบรนด์ไทยที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกจนได้รับเชิญเข้าร่วมงาน อินโนวเฟส อันบาวด์ งานแสดงผลงานนวัตกรรม ทุกแขนงที่เกี่ยวกับ เทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี และรวบรวมสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ ทั่วทั้งเอเชียมาไว้ในงานนี้งานเดียว

“การสร้างผลิตภัณฑ์นี้ขึ้นมาผมได้แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์แอนิเมชั่น 2 เรี่อง เรื่องแรกคือเรื่อง Up เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมเลือกที่จะทำตามความฝัน ตัวเอกของเรื่องเป็นคนแก่อายุ 78 ชีวิตทำตามทุกอย่างในสิ่งที่สังคมให้ทำจนไม่ได้ทำตามความฝันที่จะไปเที่ยวกับภรรยาจนกระทั่งเธอเสียชีวิต ทำให้ผมรู้สึกว่าถ้าเรามีความฝันเราก็ควรจะทำสิ่งนั้น

ต่อมาคือเรื่อง Big Hero หุ่นยนต์ตัวเอกของเรื่องถูกออกแบบมาเพื่อดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของคนในครอบครัว ทำให้ผมนึกถึงคนที่ต้องการเทคโนโลยีที่จะเข้ามาช่วยดูแลลูกๆ และผู้สูงอายุในบ้าน ผมจึงเริ่มตั้งทีมทำงานออกแบบนาฬิกาข้อมือช่วยดูแลเด็กและผู้สูงอายุ เริ่มตั้งแต่ออกแบบ ทดลอง ทดสอบ แก้ไขดูว่าออกแบบแล้วสามารถทำได้อย่างที่ต้องการได้ไหม หน้าจอที่ออกแบบมาใส่ได้ไหม เสาอากาศจะอยู่ตรงไหนปรับเปลี่ยนให้ได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ แล้วก็ต้องออกแบบซอฟต์แวร์เพื่อให้ใช้งานร่วมกันได้ตามต้องการ

ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนที่มาจากสายซอฟต์แวร์แล้วมาจับฮาร์ดแวร์ ทำให้เราใช้เวลานานกว่าจะได้ผลิตภัณฑ์ที่เราต้องการ ยังไม่นับรวมเรื่องการติดต่อกับโรงงานรับผลิตให้เราเกิดความผิดพลาดในการผลิต เราบอกไปแล้ว แต่เขาทำออกมาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาไม่ได้โกงเราหรอก เป็นปัญหาในเรื่องของการสื่อสารให้เข้าใจตรงกัน

ตอนนี้เราก็ต้องหาวิธีสื่อสารให้เข้าใจตรงกันลองหลายๆ วิธีเพื่อให้ผลออกมาดีที่สุด แต่ยังดีกว่าไม่ได้เริ่มเรียนรู้ลองผิดลองถูกอะไรเลย ถึงวันนี้จะยังไม่มีสูตรสำเร็จต้องปรับปรุงแก้ไขแต่เราก็รู้สึกสนุกกับมันเหมือนเวลาเราปั่นจักรยานแรกๆ ต้องมีล้ม แต่ล้มแล้วเราต้องลุกขึ้นมาปั่นใหม่จนกว่าเราจะปั่นได้ ซึ่งเราใช้เวลาไปกับสินค้าตัวนี้กว่า 2 ปีกว่าจะประสบความสำเร็จได้นาฬิกาข้อมือที่สามารถระบุตำแหน่งผู้สวมใส่ส่งเข้าสมาร์ทโฟน และยังสามารถกดปุ่มติดต่อเพื่อนฟังเสียงว่าอยู่ที่ไหนและพูดคุยได้ทันที”

 

ฉัตรชัย เล่าด้วยความภูมิใจต่อว่า แม้ว่าเวลานี้จะมีคู่แข่งเข้ามาทำตลาดเดียวกัน แต่ก็มั่นใจว่ามีดีกว่าเจ้าอื่นคือตรงที่มีประสบการณ์กับลูกค้ามากกว่า รู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร โรงเรียน ผู้ปกครองต้องการอะไร และเด็กๆ ต้องการอะไร ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะชอบเพียงอย่างเดียวเด็กในฐานะผู้ใส่เขาก็ต้องชอบด้วย และที่สำคัญคือต้องมีความยืดหยุ่นเพื่อให้สามารถใช้ได้จริง

นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จสินค้าขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศได้เร็วเพราะมีเพื่อนมีพาร์ตเนอร์ที่ดีในช่วงที่กำลังทดลองสินค้าลองผิดลองถูกเราก็โพสต์เฟซบุ๊กไปเรื่อยๆ ทำให้เพื่อนๆ ก็รู้สึกสนใจสินค้าอยากเข้ามาร่วมธุรกิจด้วยกัน หรือบางคนก็เดินทางมาเที่ยวไทยซื้อกลับไปให้ลูกใช้ก็ถูกใจติดต่อเข้ามาขอเป็นพาร์ตเนอร์ก็มีจนตอนนี้มีวางจำหน่ายใน รัสเซีย มาเลเซีย สหรัฐ สิงคโปร์ ซึ่งออฟฟิศหลักอยู่ที่สิงคโปร์เป็นทั้งศูนย์วิจัยและฮับกระจายสินค้าที่นั่น

ล่าสุดได้ไปจัดแสดงสินค้าที่งานอินโนวเฟส อันบาวด์ ที่สิงคโปร์ ซึ่งงานนี้จะจัดทุกๆ 2 ปีสลับระหว่างอังกฤษและสิงคโปร์ เป็นงานจัดแสดงนวัตกรรมใหม่ๆ ที่น่าสนใจซึ่งผู้จัดงานจะทำการคัดเลือกสินค้านวัตกรรม ที่มีความโดดเด่น ไปร่วมแสดงในงาน ซึ่งครั้งนี้เราได้รับเกียรติไปร่วมจัดแสดง เพราะงานนี้จะรวบรวบเฉพาะผลงานที่น่าสนใจจริงๆ เท่านั้น

 

“สิ่งที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จ ผมเชื่อว่า อย่างแรกคือต้องเลือกทำงานในสิ่งที่เรารัก เพราะทุกธุรกิจต้องมีอุปสรรค มีล้ม มีสูญเงิน แต่ถ้าเรารักที่จะทำในสิ่งนั้นเราจะสู้ต่อ ต่อมาในการเลือกทีมงานเราต้องเลือกทีมงานที่มีวิสัยทัศน์เดียวกับเรา เราไม่ได้ต้องการคนเก่งไปมากกว่าการมีวิสัยทัศน์ที่ตรงกัน งานทุกอย่างเราสอนได้หมดแต่การมีวิสัยทัศน์ร่วมกันต่างหากที่น่าสนใจ และทำให้ทีมเราประสบความสำเร็จได้ แม้จะมีอุปสรรคมากแค่ไหนก็ตาม”