มุกดา นรินทร์รักษ์ จากลูกเป็ดขี้เหร่สู่นางเอก

วันที่ 07 ก.ค. 2559 เวลา 11:37 น.
มุกดา นรินทร์รักษ์ จากลูกเป็ดขี้เหร่สู่นางเอก
โดย...นกขุนทอง ภาพ... วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เธอ...ถูกวางตัวเป็น “นางเอก” เลือดใหม่ของช่อง 7 สี

เธอ...ถูกเปรียบจะมาแทน ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่

แต่เธอบอกกับตัวเองว่า “เธอเป็นลูกเป็ดขี้เหร่”

มุกดา นรินทร์รักษ์ มิสทีน ไทยแลนด์ 2011 ในครานั้นอายุเพียง 15 ปี หลังจากรับตำแหน่งเธอแทบจะเลือนหายไปจากวงการบันเทิง ชื่อชั้น หน้าตาแทบจะไม่เป็นที่จดจำของใครๆ เมื่อเวลาผ่านไป 5 ปี เธอถูกกล่าวถึงและได้รับความสนใจยิ่งกว่ามีมงกุฎใดสวมศีรษะ นั่นเพราะรูปลักษณ์ที่โดดเด่น สวยหวานก็เป็น เปรี้ยวซ่าก็ได้ เซ็กซี่ชวนมองก็ดี เรียกได้ว่า กลับมาอีกครั้งครบเครื่อง

ปรับ เปลี่ยน เป็น นางแบบ

การก้าวเขาสู่วงการบันเทิงในอายุ 15 สำหรับมุกดา ยังจัดระดับเป็นเด็กอ่อนหัดทั้งรูปร่าง หน้าตา เรียกว่ารูปลักษณ์ยังดูเป็นเด็กกะโปโล ส่วนทัศนคตินั้นยังไม่พร้อมที่จะลุยงาน ไม่มีทักษะเพียงพอที่จะก้าวมาสู้นางเอกแถวหน้าได้ สิ่งเหล่านี้เธอรู้ตัวเอง และจากเสียงคนรอบข้างที่แว่วมากระหน่ำให้รู้สึกไม่มั่นใจเข้าไปอีก ต้องมีบ้างละที่คิดท้อ น้อยใจ

 

 

ในระหว่างปี 2012 มุกดา ได้รับเลือกเป็นตัวแทนนางเเบบไทย ร่วมงานในฐานะนางแบบประจำนิตยสาร Ray ประเทศญี่ปุ่น 1 ปี จุดนี้ละที่เปลี่ยนหลายๆ สิ่ง จนมาเป็นมุกดาในวันนี้ มุกดาเล่าย้อนไปถึงประสบการณ์ที่ญี่ปุ่น ที่สอนการโพส อย่างนางแบบอาชีพจนเธอติดนิสัยโพสจิกเป็นนางแบบประจำแม้กระทั่งท่านั่ง

“ตอนนั้นคิดว่าตัวเองไม่สวยไม่เหมาะที่จะทำงานในวงการบันเทิง แต่พอไปญี่ปุ่นได้เห็นโลกมากขึ้นกว่าคนอื่นจะมาอยู่จุดนี้ได้เขาต้องพยายามอะไรบ้าง เขาต้องแก้ไขอะไร กลับมาที่เราอายุ 15 เอง แล้วก็นั่งนอยด์ๆ คนเดียว ไม่ได้ลุกขึ้นทำอะไรเลย เมื่อก่อนแต่งตัวไม่เป็น ชอบใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ไม่แต่งหน้า ทั้งอวบ ผิวไม่ได้ขาวมาก เหมือนเด็กบ้านนอก ก็ได้เรียนรู้แฟชั่น แต่งหน้า ม้วนผม ค่อยๆ ปรับให้ตัวเองดูดีขึ้น แต่งหน้าเอง จิ้มหน้าทุกวันจนชิน จนแต่งหน้าได้หลายแบบ

ที่ชอบที่สุดคือแต่งลุคเฉี่ยว ดูเป็นคนมั่นใจ เวลาคนดูจากหนูเดินกับคุยกันจะคนละคนเลย เวลาเดินเชิดมั่นใจแน่ๆ แต่เวลาคุยไม่ใช่ มีความขี้อายสูงมาก (หัวเราะ) สร้างลุคไว้ป้องกันตัวเอง ที่นั่นสอนโพสยังไง ยิ้มยังไง สื่อสายตายังไง นางแบบญี่ปุ่นไม่ถึงนาทีเขาโพสได้ 20-30 ท่า หนูก็อึ้ง เหมือนเขาไม่คิดอะไรเป็นท่าในชีวิตประจำวันของเขา เขาสอนให้โพสเป็นธรรมชาติ ท่ายืนท่านั่งเป็นท่าโพสได้หมด ตอนนี้ขนาดเล่นละครขาหนูจะพอยต์ไปเองซึ่งหนูไม่รู้ตัว เขาให้ยืนปกติขาก็พอยต์อยู่นิ่ง เท้าจะจิกอัตโนมัติ

 

เรียน ซ้อม เป็น นางเอก

แสดงละคร เป็นอีกหนึ่งงานที่มุกดาอยากทำ แม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่มีมาให้ชิมลางเลย แต่เธอก็ยังไม่หยุดเตรียมความพร้อมเพื่อรอโอกาส จนในที่สุดช่อง 7 สี ก็ส่งละคร ขมิ้นกับปูน มาให้ “ลงเรียนแอ็กติ้งสองสามที่ ค่าใช้จ่ายออกเองหมด เพราะช่วง 2-3 ปีหลังจากประกวดไม่มีงานเลย ช่วงนั้นเก็บกดมาก ก็พิจารณาตัวเอง ไม่สวย แอ็กติ้งไม่ได้ ที่ผ่านมาแคสละครมาสองสามครั้ง ตอนนั้นยังเด็กมากยังไม่ใช่ลุคที่จะทำงานได้ขนาดนี้ ตอนนั้นการตอบคำถามหนูก็ตอบไม่ได้เลย ไม่กล้าแสดงออก ความพร้อม ความมั่นใจก็ไม่ดี เลยคิดว่าต้องทำอะไรเพิ่ม

มีเรียนเฉพาะจุดด้วย อย่างเรียนการพูด เพราะหนูพูดไม่ชัด ติดสำเนียงเหน่อใต้ ที่ผ่านมาโดนแซวก็มีนอยด์จนไม่อยากทำงานในวงการบันเทิง อาจารย์ให้อ่านหนังสือให้ฟัง เน้นเป็นคำๆ คำนี้ต้องใช้ลิ้นแบบนี้ เรียนอยู่ 5 เดือนค่ะ จากนั้นก็ค่อยๆ ฝึกเอง ฝึกพูดกับคนอื่น ตอนแรกประกวดยืนอยู่บนเวทีตัวสั่นมาก คิดว่าตัวเองไม่เหมาะ ไม่อยากคุยกับใคร อยู่โลกตัวเอง หลังๆ พี่ๆ ก็บอกข้อเสียว่าควรปรับ ควรแก้อะไร พูดกับตัวเองในกระจก พูดกับคนเยอะๆ ตอนนี้ให้คะแนนตัวเอง พูดชัดขึ้น แต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ จนได้งานละครโล่งใจมากค่ะ ความรู้สึกคือ ได้สักที รอมาสามสี่ปีแล้วนะในที่สุดก็ได้แล้วนะที่หวังมาทั้งหมด โล่งใจมากกว่าดีใจ เพราะคิดว่าชาตินี้หนูจะไม่ได้เล่นละคร พอมาตอนนี้มั่นใจขึ้นเยอะ รู้สึกเรียนมาเยอะแล้วขอลองใช้บ้างเถอะ พยายามปรับตัวเองทุกอย่างอยากมีโอกาสได้ทำงาน”

 

สวย เก๋ เป็น ตัวเอง

ตอนนี้มุกดากลายเป็นนางเอกป้ายแดงที่หลายคนจับตา ซึ่งเป็นแรงกดดันเธอบางส่วน เพราะมักถูกมองว่าเป็นตัวตายตัวแทน ใหม่ ดาวิกา ที่ไม่ต่อสัญญากับช่อง 7 สี แต่อย่างไรก็ตาม มุกดาบอกว่า ที่เธอพัฒนาดูแลตัวเองให้ดูดีขึ้นก็เพราะต้องการทำงานในวงการบันเทิงต่อไป และต้องการใช้ฝีมือพิสูจน์คุณภาพของตัวเอง ไม่อยากถูกมองว่าจะมาแทนที่ใคร เพราะแต่ละคนก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง

“ที่เรียนแอ็กติ้งมาเป็นไกด์ไลน์ได้ระดับหนึ่ง พอมาเล่นจริงๆ ได้เห็นข้อผิดพลาด แก้ไขหน้างาน และทักษะการแสดงของเรามันไปได้ไวกว่าที่เรียนในห้อง ยิ่งเล่นยิ่งชอบมาก เป็นงานที่รอคอยมานาน แต่หนูชอบกดดันตัวเอง จะทำได้ไหมๆ อยากทำได้ดี ต้องทำได้ พอผู้กำกับสังเทกก็เริ่มเครียดๆ กลัว ชอบนอยด์ไปเองคนเดียว

ตอนนี้หนูยังแค่เด็กนักแสดงเล่นเรื่องแรก แค่คำว่านักแสดงดาวรุ่งช่อง 7 หนูยังไม่กล้ารู้สึกจะขึ้นไปจุดนั้นด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เพิ่งเริ่มต้น ยังค่อยๆ ไต่ไปเรื่อยๆ ยังมองภาพตัวเองไม่เห็นด้วยซ้ำ ยังมีข้อบกพร่องที่ยังพัฒนาอีกเยอะเหมือนกัน ยิ่งมาแทนพี่ใหม่ เอาจริงๆ นะคะหนูก็กดดันเพราะพี่เขาสวยมาก และหนูก็มองว่าไม่เหมือนกันเลย มีหลายคนบอกว่าตาเหมือนกันแต่หนูก็ว่าไม่เหมือนนะ หนูก็มาสไตล์หนู อย่างเวลาถ่ายรูปชอบโพสอะไรที่ดูเท่ ดูสตรอง เปรี้ยวบ้าง ไม่อยากให้มองว่าใครพยายามเหมือนใคร”

แม้จะได้เล่นละครสมใจ แถมยังถูกวางตัวเป็นนางเอก หากแต่มุกดาก็ยืนยันว่า เรื่องการเรียนก็ไม่ทิ้งจะทำหน้าที่ทั้ง 2 อย่าง ควบคู่กันไปให้ดีที่สุด ส่วนอนาคตในการแสดงอยู่ที่ผู้ใหญ่จะหยิบยื่นให้ เพราะเพิ่งเซ็นสัญญาเข้าช่อง 7 สี ไป 5 ปี โดยไม่ได้ระบุว่าจะต้องมีผลงานกี่เรื่องต่อปี ดังนั้นงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตขึ้นอยู่ที่ความสามารถของมุกดาว่าจะพัฒนาไปได้ถึงขนาดไหน จะสามารถขึ้นเป็นนางเอกแถวหน้าของช่องได้หรือไม่