จิรัชญา เกตุคง พิชิตฝันเส้นทางแฟชั่น-รันเวย์

  • วันที่ 06 ก.ค. 2559 เวลา 10:37 น.

จิรัชญา เกตุคง พิชิตฝันเส้นทางแฟชั่น-รันเวย์

โดย...กองทรัพย์ ภาพ... ทวีชัย ธวัชปกรณ์

หลังผลประกาศอย่างเป็นทางการ ชื่อของ ตะวัน-จิรัชญา เกตุคง เจ้าของตำแหน่ง The Winner จากเวทีประกวดนางแบบระดับเอเชีย Asia’s Next Top Model ซีซั่นที่ 4 ก็เป็นที่กล่าวถึงในแวดวงแฟชั่นมากขึ้น สื่อรุมตอม นิตยสารจ่อคิวขึ้นหน้าปก ในช่วงเดือนที่ผ่านมาเธอมีงานเดินแบบไม่เว้นแต่ละวัน และตอนนี้ก็บินลัดฟ้าเพื่อไปทำงานให้กับโมเดลลิ่งชื่อดังในลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใด เธอบอกว่าสิ่งที่ได้รับคือโอกาสในการทำงาน ได้เจอเพื่อนที่ดีที่สุด และได้เรียนรู้โลกกว้าง

“ก่อนหน้านี้เขาห้ามรับงาน เพราะว่ารายการยังออนแอร์ไม่จบ พอผลประกาศออกมา ก็เลยดูเหมือนคิวแน่น” เธอ เปิดบทสนทนาอย่างถ่อมตัว แม้อาชีพนางแบบจะเป็นความฝันสิ่งเดียวของเธอมาตลอด แต่สาววัย 21 ที่พกส่วนสูง 177 ซม. จากลพบุรี ไม่เคยคาดคิดว่าตัวเองจะมาไกล ถึงขั้นมีแฟนคลับระดับเอเชียมาก่อน

“ตะวันหยุดเรียนหลังจากจบ ม.6 เพราะทางบ้านมีปัญหาการเงิน เราเป็นลูกคนโตก็เลยหยุดเรียนและเข้ามากรุงเทพฯ เพื่อหาเงิน ด้วยการประกวดรายการนางแบบต่างๆ ไปแคสติ้งเพื่อหางานนางแบบ สมหวังบ้างผิดหวังบ้าง ร้องไห้บ่อยๆ เป็นอะไรที่เศร้าเหมือนกันสำหรับเด็กอายุ 17-18 ที่มาอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว แต่เหตุการณ์พวกนั้นก็ให้ประสบการณ์ ทำให้ตะวันอดทน และทำให้เมื่อเราไปอยู่ต่างประเทศ เราผ่านความกดดันและความเครียดที่ทับถมมาง่ายกว่าคนอื่น”

 

ตะวันตระเวนหางานในกรุงเทพฯ พักใหญ่ เธอก็พบโมเดลลิ่งที่ชักชวนเธอไปทำงานที่ฮ่องกง อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้รู้จัก ตะวัน สาวไทยหนึ่งเดียวในรายการ Asia’s Next Top Model ซีซั่นที่ 4

“ตะวันไปทำงานเดินแบบ ถ่ายแบบที่ฮ่องกงได้เกือบปี พี่ที่ดูแลเขาก็ส่งประวัติและผลงานของเราเข้าไปสมัครในรายการ แล้วเขาก็แจ้งว่าเข้ารอบ 14 คน เข้าไปแข่งขันที่สิงคโปร์ 2 เดือน ถ่ายทำแบบเรียลิตี้ เจอคู่แข่งตอนแรกก็คิดว่า ด้วยหน้าตา ส่วนสูง ก็น่าจะพอสู้คนอื่นได้ แต่ไม่คิดหรือหวังว่าตัวเองจะชนะเป็นที่หนึ่ง เพราะเราไม่ได้ตั้งความหวังว่าไปเพื่อชนะเหมือนคนอื่น แต่เราคิดว่าไปเพื่อเก็บประสบการณ์ ไปดูว่าระดับอินเตอร์เขาทำงานกันแบบไหน แต่พอเริ่มแข่งขันก็เห็นชัดเจนว่าแต่ละคนเก่งๆ กันทั้งนั้น และทุกคนมาเพื่อจะชนะ”

แต่ไหนแต่ไรมา ตะวันบอกว่า เธอเรียนรู้ด้วยการครูพักลักจำ เห็นเขาทำอะไรก็เก็บมาทำตามความเข้าใจของตัวเองซึ่งทักษะการเดินแบบหรือโพสท่าถ่ายรูปไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคนที่มีความฝันว่าจะเป็นนางแบบอย่างเธอ ทว่าปัญหาสำคัญที่ตะวันต้องเผชิญในช่วงต้นคือภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของเธอ แม้ว่าการฝึกภาษาด้วยตัวเองตั้งแต่มาทำงานที่ฮ่องกงเช่นการดูหนัง ขยันฟังเพลงภาษาอังกฤษ แต่นั่นก็ทำให้เธอเข้าใจเพียงบางคำสั่ง แต่เมื่อเข้ามาทำงานกับบรรดามืออาชีพในกองถ่าย เธอยอมรับว่านี่คือปัญหาใหญ่ แต่เธอก็ผ่านมาได้ ด้วยการยอมรับความจริง และบอกทุกคนตามตรงว่าไม่เข้าใจ

 

นี่คือโชคดีที่ตะวันได้เจอคนเก่งๆ ระดับมืออาชีพทั้งฝั่งพิธีกรซึ่งเป็นไอดอลของเธอ (ซินดี้-สิรินยา บิชอพ) และตัวพ่อตัวแม่ในวงการแฟชั่นทั้งดีไซเนอร์ ช่างภาพ สไตลิสต์ในฝั่งเอเชีย และสหรัฐ

“ช่วงแรกๆ ถ้าเจอคำศัพท์ที่ตะวันไม่เข้าใจก็จะแค่ยิ้ม แต่ไม่กล้าถาม ไม่กล้าพูด เก็บไว้ในใจถ้าได้ยินอีกจะสังเกตว่าเพื่อนทำยังไง แล้วทำตามเขา แล้วกลับมาถามเพื่อนทีหลังว่ามันแปลว่าอะไร ช่วงแรกๆ ก็เลยเห็นว่าอยู่ในบ้านตะวันจะเงียบ (หัวเราะ) แต่หลังๆ กรรมการจะสังเกตว่าเราไม่เข้าใจคำสั่ง เขาก็เตือนเราว่าถ้าไม่เข้าใจก็ต้องบอก พอมันปลดล็อกความไม่มั่นใจตรงนั้นได้ก็เลยทำให้ตะวันกล้าแสดงออก และมั่นใจมากขึ้น โดยไม่กลัวว่าตัวเองจะทำผิดหรือถูก ทำให้ตะวันได้เรียนรู้การทำงานเป็นทีมแบบมืออาชีพด้วย”

คำถามต่อมาก็คือ แล้วอะไรที่ทำให้สาวไทยที่ใครต่อใครในรายการคิดว่าเป็นแมวเหมียว ผงาดขึ้นมาเป็นแม่เสือสาวหนึ่งในตัวเต็งที่จะซิวเดอะวินเนอร์ เธอยิ้มกว้างแต่น้ำเสียงในคำตอบแผ่วลง “เป็นวีกท้ายๆ ค่ะ เหลือผู้เข้าแข่งขันประมาณ 6 คน เป็นวันที่ตะวันและเพื่อนสนิทชื่อตูติ นางแบบชาวมาเลเซีย ไปยืนเป็นสองคนสุดท้าย เรายืนกอดกัน แล้วพบว่า สุดท้ายเพื่อนของเราซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเต็งต้องตกรอบ กลับบ้านไปก่อน แต่สิ่งที่เขาบอกกับเราก็คือ ให้ตะวันสู้เพื่อเขา ชนะเพื่อเขา ถึงคืนนั้นจะร้องไห้หนัก แต่วันต่อมาทำให้เราฮึดสู้ และเข้มแข็งขึ้น เพราะอยากให้เขาภูมิใจในตัวเรา และเราก็อยากภูมิใจในตัวเองด้วย”

 

การประกวดเป็นเสมือนทางลัดสำหรับคนที่มีต้นทุนเพียงรูปร่างหน้าตาอย่างตะวัน แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีน้อยกว่าคนอื่น เพราะเธอเชื่อว่าทุกคนสามารถฉกฉวยโอกาสตรงหน้าได้เท่าๆ กัน “การประกวดโดยเฉพาะรายการ Asia’s Next Top Model เปลี่ยนแปลงชีวิตตะวันค่อนข้างเยอะ อย่างแรกคือเรามีงาน มีเงิน พอเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ต้องเรียนรู้ที่จะดูดีตั้งแต่ปลายผมจรดปลายเท้า จากเมื่อก่อนเราแทบไม่มีตัวตนในวงการ แต่เมื่อได้รับตำแหน่งเราก็ถูกกล่าวถึง โอกาสวิ่งเข้ามาหามากมาย การประกวดทำให้ตะวันก้าวผ่านความกลัวสู่ความกล้า และคิดว่าอะไรก็เป็นไปได้ ถ้าเราทำโอกาสที่มีอยู่ต่อหน้าเราให้ดีที่สุด เพื่อครอบครัว เพื่อพ่อแม่ที่เขามีความสุขกับฝันที่สำเร็จอีกขั้นของเรา”

เส้นทางนางแบบ อาชีพในฝันของตะวันกำลังท้าทายอยู่เบื้องหน้ากับโมเดลลิ่งยักษ์ใหญ่อย่าง Storm ในอังกฤษ “การชนะเป็น The Winner การันตีอาชีพได้แค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น ที่เหลือมันอยู่ที่ว่าเราจะสามารถสร้างให้วงการนี้อยากจ้างงานเราต่อไปได้ยังไง มันขึ้นอยู่กับการตีโจทย์ การวางตัว และการพรีเซนต์สินค้าของเรา

แต่ถ้าถามว่าตะวันวางเป้าหมายของตัวเองไว้ด้านไหนเป็นพิเศษ ก็อยากไปทางรันเวย์ เป็นนางแบบแฟชั่น มากกว่าสายบิวตี้ เพราะว่าด้วยลุคของตะวันอาจจะไปสายบิวตี้ยากสักหน่อย (หัวเราะ) ซึ่งสัปดาห์ที่มีโจทย์ถ่ายบิวตี้ ตะวันสอบตก แต่ชอบสัปดาห์ที่เราได้เดินแบบและถ่ายแฟชั่นมากกว่า”

ตะวันทิ้งท้ายกับเราก่อนจะพาร่างสูงๆ ไปเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดตัวเก่ง และเก็บกระเป๋าเดินทางต่อ

ข่าวอื่นๆ