กฤษฎา อัศวพรสกุล ปรุงขนมในเทพนิยาย

  • วันที่ 27 พ.ค. 2559 เวลา 10:32 น.

กฤษฎา อัศวพรสกุล ปรุงขนมในเทพนิยาย

โดย...ปอย   ภาพ  วิศิษฐ์ แถมเงิน

คาเฟ่ขนมหวานและบาร์ค็อกเทลนานาชนิด ร้านม็อกกิงเทลส์ (Mocking Tales) ร้านคาเฟ่สุดชิก อยู่ในโครงการเดอะเมซ ช็อปปิ้งมอลล์ แกะกล่องใหม่ล่าสุดในซอยทองหล่อ ตกแต่งสไตล์ปราสาทโกธิกสีดำสร้างบรรยากาศลึกลับเหมือนหลงเข้าไปอยู่ในเทพนิยายเรื่องโปรด วันนี้ เชฟเจี้ยน-กฤษฎา อัศวพรสกุล จึงมาในชุดอัศวินแต่ไม่มีดาบเป็นอาวุธ เพราะหน้าที่เชฟ คือ ปรุงขนมแสนอร่อยปรนเปรอแด่เจ้าหญิงเลอโฉม

ก่อนจินตนาการจะเพริศแพร้วไปไกลกว่านี้ เชฟหนุ่มวัยเพียง 24 ปี ก็รีบเล่าถึงโทสต์หน้าตาน่าตื่นเต้นที่เขาตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือ

“เพิ่งเปิดร้าน 4 เดือนครับ คอนเซ็ปต์ร้านแฟรี่เทล ขนมช่วงต้นปี Chapter 1 ผมครีเอทให้เข้ากับช่วงเฉลิมฉลอง เบเกอรี่เสิร์ฟแบบจุดไฟให้ความรู้สึกเหมือนต้องเวทมนตร์ ต่อมาใน Chapter 2 จึงต้องตื่นเต้นไม่แพ้กัน กลายเป็นคอนเซ็ปต์โจรสลัด โทสต์ชิ้นนี้ชื่อ The Lost Treasure-หีบสมบัติที่สาบสูญ แล้วจะถูกค้นพบโดยโจรสลัดผู้ที่ได้ดื่มค็อกเทลที่ชื่อ Mermaid Tear-น้ำตานางเงือก ทั้งเบเกอรี่และค็อกเทลมีกิมมิกสอดคล้องกัน

 

 

 

ในแต่ละซีซั่นก็จะเปลี่ยนเมนูไปทุกๆ ฤดู เพื่อความตื่นเต้นเพราะคนกินขนมร้านเราส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นชอบอัพรูปขึ้นอินสตาแกรมกันทั้งนั้นนะครับ” เชฟเจี้ยน แนะวิธีกินให้อร่อย ขุด ขุด และขุด ขนมปังที่เป็นหีบสมบัติมีอะไรซุกซ่อนอยู่ข้างในหนอ?!!

“ขนมชิ้นนี้เป็นลาวาโทสต์ กินให้อร่อย ต้องกินทุกอย่างมิกซ์รวมกันครับ มาร์ชเมลโล่ คอร์นเฟล็กส์ และผลไม้เปรี้ยวส้มและหวานกล้วยเชื่อมอยู่ในลาวาซอสชาสูตรพิเศษของร้าน ต้องขุดหีบสมบัติ (ขนมปัง) หรือผ่ากลางก็ได้นะครับให้ไส้ลาวาทะลักออกมา กินคู่กับไอศกรีมรสรัมแครนเบอร์รี่ และคุกกี้มอนสเตอร์ ผมเสิร์ฟพร้อมน้ำมะนาวสดช่วยตัดเลี่ยนได้ดี 

ร้านนี้เปิดในสไตล์ Dessert and Bar เปิดตั้งแต่กลางวันเป็น Daylight เสิร์ฟชากาแฟ ขนมเบเกอรี่ ไอศกรีมหรือสมูทตี้ และกลางคืนกลายเป็นอีกด้านมืดของนิทานแฟรี่เทล Night Time บรรยากาศร้านดิมเมอร์แสงไฟลง เสิร์ฟค็อกเทลคู่กับของหวานไปจนถึงสี่ทุ่ม มีเบอร์เกอร์เนื้อวางุ ไส้กรอกหมู เป็นตัวเลือกให้ด้วยและทั้งหมดนี้ผมกับเพื่อนอีกสามคนช่วยกันทำครับ” เชฟเจี้ยน หนุ่มหน้าใสบอกว่างานในครัวได้มาจากการไปหาประสบการณ์ในออสเตรเลียสองปีกว่า

“ผมไม่เคยทำขนมทำอาหารจริงจังนะ ตอนจบบริหารธุรกิจที่เอแบคก็เหมือนวัยรุ่นทั่วๆ ไป อยากค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆ ก็เลือกไปเรียนเมลเบิร์น เด็กไทยไปเรียนเป็นพวก Work and Holiday ผมทำพาร์ตไทม์เป็นบาริสต้าเพราะเงินดีกว่าเสิร์ฟ ก็กลายเป็นว่าที่นี่วัฒนธรรมกาแฟสไตล์อินดี้คาเฟ่กำลังอยู่ในกระแสแรงมาก ทำให้ผมหลงใหลกาแฟไปเลยและได้ความรู้เยอะมาก

พอช่วงบ่ายๆ ก็ไปทำงานต่อ Kitchen Hand ผู้ช่วยในครัว หั่นผัก หั่นเนื้อ ก็ได้ประสบการณ์ทำอาหารคาว พวกเบอร์เกอร์ง่ายๆ ขนมทำยากกว่าเยอะครับ ใช้ความรู้สึกแบบของคาวไม่ได้เลยที่เราชิมแล้วพอดีก็โอเคแล้ว ขนมต้องเป๊ะตั้งแต่ขั้นการตวง ถ้าสูตรเพี้ยนขนมก็ไม่ฟู ต้องรอเวลาเคี่ยวน้ำตาลให้พอดี แล้วยังมีการประดิดประดอยหน้าตาขนมปั้นน้ำตาลเป็นโซ่ทั้งปั่นทั้งพิมพ์บล็อก สำหรับผู้ชายยากมากครับ” เชฟเจี้ยน กฤษฎา บอกพลางหัวเราะทิ้งท้าย

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ