ปรีติ บารมีอนันต์ ตัวตนในงานเพลง

  • วันที่ 14 เม.ย. 2559 เวลา 11:38 น.

ปรีติ บารมีอนันต์ ตัวตนในงานเพลง

โดย...นกขุนทอง-วนิชชา ตาลสถิตย์  ภาพ... วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

นับจากขอพักจากวงแคลช มาเป็นศิลปินเดี่ยวในนาม แบงค์ แคลช ตัวตนของ แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์ ก็ชัดเจนมากขึ้น ถึงแม้จะประสบความสำเร็จในบทบาทวงร็อกมาหลายปี แต่แนวเพลงที่แบงค์ชอบที่สุดเสมอมาก็คือ อาร์แอนด์บี และเขาไม่เคยทิ้งมัน

“เราต้องทำเพลงใหม่ให้เขาได้ฟังกัน เพลงไม่ซัคเซสผมไม่สนใจ ผมสนใจแค่ว่าคนไทยต้องได้ยินเพลงแบบนี้บ้าง คือในฐานะศิลปินไทยมันต้องมีอย่างนี้แล้ว ในแวดวงดนตรีต้องแบบนี้”

จากเจตนารมณ์ที่ต้องการสร้างสรรค์งานเพลงใหม่ๆ ตามทิศทางดนตรีโลก เป็นโจทย์ให้แบงค์เลือกเส้นทางที่แตกต่าง แต่โคตรภูมิใจและมีความสุขที่ได้ทำงานเพลง

“แนวเพลงที่ผมยืนอยู่ตอนนี้คือ อาร์แอนด์บี ฮิปฮอป ที่มีพื้นฐานของเพลงป๊อป แต่ยุคนี้มันไม่สามารถใช้แนวนั้นได้แล้ว เพราะโลกมันเปลี่ยนไป แนวเพลงก็เปลี่ยนไป คือโลกมันเปลี่ยนไวมาก เราก็ย้ำกับทีมงานเสมอว่าเราจะไม่ทำเพลงที่คนไทยไม่เสพนะ แต่เราต้องทำเพลงใหม่ให้เขาได้ฟังกัน

คือมันพูดยากมากนะ ดนตรีที่เขาคุ้นเคยก็จะมีอัลเทอร์เนทีฟ บริตป๊อป ฮาร์ดร็อก อเมริกันร็อก นิวเมทัล ยูโรแดนซ์ ฮิปฮอป และตอนนี้ อีดีเอ็ม สังเกตว่านักร้องที่เป็นแร็ปเปอร์ ครึ่งเพลงก็จะร้องเป็นอีดีเอ็ม อย่างเพลงใหม่ผม อย่า Say Yes เป็นอีดีเอ็มเพียวเลย สิ่งที่ผมชอบมีแนวเดียวคืออาร์แอนด์บี ส่วนร็อกมันอยู่ในใจอยู่แล้ว แต่มันอยู่ในครรลองที่อาร์แอนด์บีสมัยใหม่ต้องเป็นอีดีเอ็ม เพลงใหม่เลยต้องออกมาแบบนี้”

อย่า Say Yes แบงค์เขียนเนื้อเพลงเอง จากการสังเกตเวลาเล่นคอนเสิร์ตตามผับบาร์ “เขียนขึ้นจากสังคมโดยรอบที่เกิดขึ้นจริง เดี๋ยวนี้ตั้งแต่มี 4จี พออัพโหลดไว ทุกอย่างไวหมด ที่จริงวัยรุ่นไทยเราไวมานานเรื่องชู้สาว หรือแม้แต่กิ๊กกันเล่นๆ เดี๋ยวนี้อาจใช้คำว่า ‘ฟีเจอริ่ง’ กันหรือเปล่า ผมคิดว่ามันเร็วไป

แล้วพอมันไวผู้หญิงก็เริ่มมานั่งคิดว่า ทำไมผู้ชายดีๆ มันไม่มี มันจะไปมีได้ยังไง ก็คุณหาแต่หล่อรวย หล่อรวยเขาอาจจะไม่ใช่คนดีก็ได้นะ เงินไม่ได้ตอบโจทย์ทุกอย่าง แต่สมัยนี้เป็นคนดีไม่มีตังค์มันก็ไม่ได้ เลยอยากจะบอกว่า ถ้าคุณเจอใครคุณอย่าเพิ่งเลย ตั้งการ์ดก่อน อย่าเพิ่งไปเซย์เยสกับเขา โดยเฉพาะผู้หญิงถ้าคุณเลิกกับแฟนเก่าแล้วคุณแกร่งไม่พอ คุณจะเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่สลัดเรื่องคนเก่าไม่ออก หาแฟนใหม่ก็ลำบากอีก โดยเฉพาะคนที่หุนหันพลันแล่นแต่งงาน คือถ้าเลิกกันแล้วเป็นหม้ายมันเจ็บปวดมากเลยนะ แต่ที่จริงเพลงนี้ผมก็เตือนรวมๆ เลยทั้งผู้หญิงและผู้ชาย”

ในเนื้อเพลงมีแง่คิดสอดแทรกอยู่ มาพร้อมจังหวะดนตรีสนุกแบบอีดีเอ็ม ที่เหมาะเหม็งในการเปิดในผับฟังสนุกปลุกอารมณ์เต้นตามได้ไม่ยาก “ตอนที่ได้บีตมา ผมนึกถึงผับก่อนเลย คือตอนอยู่บนเวทีในผับเรามองเห็นหมดเลย คือโต๊ะนี้จีบกับโต๊ะนี้ ส่งเบอร์แลกไลน์กันอยู่ คือถ้าเรามองในแง่บวกเขาอาจจะอยู่กับเพื่อน หรือถ้ามองในแง่ไม่ดีคือเขาต้องจีบกันอยู่ คือในนั้นมันบวกกับแอลกอฮอล์ด้วย บรรยากาศแสงสี คือเพลงนี้มันเข้าผับบาร์อยู่แล้ว แล้วเรื่องนี้มันน่าจะเหมาะกับผับบาร์ ในเนื้อเพลงนี้มันสอดแทรกสาระอยู่แล้ว (แบงค์ร้องเพลง) ...ก็มันอันตราย ถ้าเธอปล่อยใจ เธอนั้นต้องดูว่าใครที่ดูปลอดภัย ใจระแวงกลัวเธอจะ Say yeah…say yeah”

 

แม้จะสร้างผลงานเพลงใหม่ออกมาหลายเพลงแล้ว แต่ แบงค์ แคลช ยังเป็นพะยี่ห้อติดหนึบ ซึ่งแบงค์ไม่คิดสลัดไปไหนอยู่แล้ว เพราะยังย้ำคำเดิมว่า วงไม่ได้แตก แค่แยกย้ายกันไปทำงานเพลงในแบบที่ตัวเองอยากทำ แต่ตอนนี้ เมื่อยืนอยู่บนชื่อ แบงค์ แคลช ก็ขอทำงานเพลงตรงนี้ให้เต็มที่

“เมื่อก่อนผมมีความอยากได้เยอะมาก คือด้วยความที่เรายืนอยู่ความเป็นร็อก มันเหมือนเรายืนอยู่บนไฟ แต่พอเรายืนอยู่อาร์แอนด์บีเหมือนเรายืนอยู่บนน้ำเย็น ทุกอย่างมันสบาย เหมือนเราใส่ชุดทหารแล้วเปลี่ยนมาใส่ชุดบุรุษพยาบาล มันเหมือนออโต ทุกอย่างมันจะเปลี่ยนไปเอง

เพลงที่ผมทำ ผมสะใจเองคนเดียว คือผมเชื่อว่าศิลปินที่อยู่มานาน 15-16 ปีอย่างผม ผมว่ามันเลยจุดที่เพลงของเรามันต้องติดชาร์ตอันดับหนึ่งแล้ว เด็กสมัยใหม่ก็บ่นทำไมพี่ไม่ทำเพลงเหมือน 2-3 ชุดแรก หนูชอบแบบนั้น ทำไมเพลงพี่มันฟังยากขึ้น แต่เราผ่านความซัคเซสแล้ว เราต้องการทำเพลงให้มันยากขึ้น คือเพลงไม่ติดชาร์ตไม่เป็นไร แต่คนทำมีความสุขมากเลยนะที่ได้ทำเพลงที่อยากทำ คนฟังไม่เข้าใจวันนี้ไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาก็เข้าใจเอง

คนฟังมีหลายกลุ่ม กลุ่มที่ 1 พี่แบงค์กลับมาทำร่วมกันกับวงแคลชได้ไหม กลุ่มที่ 2 ดีใจจังเลยที่มีศิลปินทำเพลงแนวนี้ ทุ่มเทขนาดนี้ ทำเอ็มวีขนาดนี้ กลุ่มที่ 3 พี่แบงค์ทำมาเถอะหนูฟังหมด กลุ่มที่ 4 คือหนูไม่ฟังพี่แล้วนะ พี่ไม่ใช่วงแคลช ก็เป็นปกติสำหรับมนุษย์ คือคนที่ยังไม่เก็ตวันนี้ว่าผมทำอะไรอีกหน่อยเขาจะเก็ต เขามองแต่ภาพลักษณ์ภายนอกเป็นหลัก คือเขาไม่ได้เสพดนตรีโดยที่มองว่าเรากำลังวิ่งไปข้างหน้า”

 

เมื่อถามถึงเรื่องการกลับมาของวงแคลช แบงค์ให้คำตอบอย่างฉับพลันว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่เคยบอกว่าวงแตก และแฟนเพลงของวงแคลชก็เตรียมเฮได้เลย เพราะวงแคลชกลับมาแน่ “วงแคลชจะกลับมาครับ เราแค่แยกย้ายกันออกไปทำหน้าที่ของใครของมัน แต่บอกเลยว่าต้องกลับมารวมวงแน่ ไม่เร็วและไม่ช้า รวมกันครั้งนี้คือรวมกันเพื่อทำอัลบั้ม ทัวร์คอนเสิร์ตอย่างที่เคยทำ การกลับมารวมกันครั้งนี้มันก็แอบคันๆ นะ ก็จะมีไลน์คุยกันในกลุ่มแคลชว่าเรานัดซ้อมเพลงกันไหม ไม่ต้องเอาเพลงยากอะไรหรอก หรือไม่เอาเพลงแคลชก็ได้ ซ้อมเพลงที่เราชอบ ซ้อมเพลงที่เราถนัดก็ได้ คือ 5 คนนี้ (แบงค์ สุ่ม ยักษ์ พล แฮ็ค) มายืนอยู่ด้วยกัน ไม่มีใครมาแทนใครได้ หรือเป็นเพราะวงเราไม่เคยมีปัญหากันมั้งครับ ไม่เคยเปลี่ยนสมาชิก เรานึกภาพนั้นไม่ออก ถ้าวงแคลชจะไม่ใช่ 5 คนนี้”

15 ปี ที่แบงค์ทำงานเพลง ได้ใส่พลังทั้งหมดเพื่อให้วงการดนตรีไทยขยับขึ้น และเพื่อตัวเองที่ยังสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขอย่างไม่ฝืนใจทำงาน “ผมว่าผมมาถึงตรงนี้เพราะว่าผมเอาชนะตัวเอง ผมออกมาในแนวนี้วันนี้ผมไม่มีคู่แข่งนะ ผมไม่รู้จะแข่งกับใคร เพราะมันไม่มีใครทำ ผมก็เอาชนะตัวเองเพราะมันสนุก แต่ไม่ใช่ว่าใครจะมาตีโพยตีพายทำอะไรก็ได้ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องออกจากค่ายแล้วไปโปรโมทเอง คือทุกอย่างเราต้องทำด้วยใจเขาใจเรา นายทุนเราก็แคร์บ้าง แต่เราก็ไม่ได้ขายวิญญาณอะไร ถ้าเราไม่แฮปปี้เราก็ไม่ทำ ถึงตอนนี้ก็ยังไม่สิ้นสุด ผมเพิ่งจะมาเริ่มนับศูนย์ใหม่เมื่อ 2-3 ปีที่แล้วเอง กับวงแคลชก็นับสิบไปแล้ว จะมานับต่อจากวงแคลชไม่ได้ คิดแบบนั้นพังครับ ถ้าคิดแบบนั้นจะไม่มีเพลงแบบนี้ออกมา”

และนี่คือความจากใจผู้ชายนาม “แบงค์ แคลช”

ข่าวอื่นๆ