ตัวร้ายมาดหล่อหุ่นเท่ รดิต รัตนโอภาสกุล

  • วันที่ 01 มี.ค. 2559 เวลา 16:39 น.

ตัวร้ายมาดหล่อหุ่นเท่ รดิต รัตนโอภาสกุล

โดย...ภาดนุ ภาพ...วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

รดิต รัตนโอภาสกุล หรือเต้ย นักแสดงหนุ่มหน้าเข้มวัย 28 ปี เล่าว่า ชีวิตในวัยเด็กของเขาก็เหมือนเด็กอีกหลายคนที่ฝันอยากเป็นนักบินหรือเป็นหมอ แต่เมื่อเติบโตขึ้นความชอบของคนเราก็เปลี่ยนไป เขากลับสนใจงานในวงการบันเทิงมากกว่า จึงหันไปเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

“ตอนเรียนจบใหม่ๆ ผมเคยเข้าประกวดหนุ่มสุขภาพดีของเทสโก้ โลตัส แม้จะผ่านเข้ารอบ แต่ตอนนั้นผมอายุยังน้อย หุ่นยังไม่ดี สูง 176 ซม. แต่หนักแค่ 53 กก. จึงสู้คนที่หุ่นดีๆ กล้ามล่ำๆ ไม่ได้ ตั้งแต่นั้นผมจึงหันมาออกกำลังกายเพื่อเพิ่มกล้ามเนื้อให้ดูดี เพราะรู้ว่าการทำงานในวงการบันเทิงต้องมีทั้งรูปร่างและสุขภาพที่ดี จึงเป็นแรงผลักดันให้ผมเล่นฟิตเนสอย่างจริงจังจนน้ำหนักขึ้นมา 65 กก. และมีโอกาสได้ทำงานพิธีกรภาคสนามในรายการ บันเทิง ทูเดย์ วีกเอนด์ สเปเชียล ทางช่อง 7 เมื่อผู้ใหญ่ที่ช่องเห็นก็บอกว่าหน้าตาผมร้ายดี จึงแนะนำให้ผมไว้หนวดและลองเล่นละครเป็นตัวร้ายดู”

เต้ยบอกว่า แรกๆ เขาแสดงไม่ได้เรื่องเลย เพราะไม่เคยเรียนการแสดงมาก่อน กระทั่งได้ไปเวิร์กช็อปการแสดงจึงได้รู้ว่าการแสดงมันต้องมาจากอินเนอร์ในตัวเอง พร้อมทั้งดูแบบอย่างจาก ตั๊ก-นภัสกร มิตรเอม นักแสดงรุ่นพี่ซึ่งถือเป็นตัวร้ายในดวงใจ การแสดงของเขาจึงพัฒนาขึ้นจนได้เล่นละครทีวี

“ละครเรื่องแรกที่ผมได้เล่นเป็นตัวร้ายก็คือ มารยาสีรุ้ง ซึ่งออกอากาศทางช่องไทยทีวี (ตอนนี้ปิดไปแล้ว) ละครเรื่องนี้มีเนื้อหาตีแผ่เรื่องราวในวงการบันเทิง ผมรับบทเป็น ‘ผาภูมิ’ โอ้โห! ผมเป็นตัวร้ายที่ปล้ำตั้งแต่นางเอกยันนางร้ายเลยละ ช่วงนั้นคนที่ดูละครเรื่องนี้เกลียดผมมาก (หัวเราะ) แต่ถือว่าผมทำสำเร็จนะที่แสดงให้คนดูเชื่อว่าผมเป็นแบบนั้นได้ ซึ่งตรงข้ามกับตัวจริงของผมเลยที่ชอบทำบุญมากๆ ครับ”

เต้ยบอกว่า หลังจากนั้นเขาก็ได้เล่นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ เรื่อง “พระรถเมรี” (ช่องไทยทีวี) และละครเรื่อง “มายาไฟ” (ช่องดาวเทียมไอพีเอ็ม) ที่เพิ่งจะปิดกล้องไป เรียกว่าเหมาบทตัวร้ายทุกเรื่อง และเร็วๆ นี้ก็จะมีละครตอนเย็นทางช่อง 7 ให้ได้ชมกันด้วย ส่วนผลงานโฆษณาทางทีวีก็มีโฆษณาระบบมือถือของมาเลเซีย และล่าสุดก็โฆษณารถยนต์ยี่ห้อหนึ่งที่ได้นั่งรถคู่ไปกับ ติ๊ก-เจษฎาภรณ์ ผลดี ซึ่งถือเป็นโฆษณาทางทีวีตัวแรกของเขาในเมืองไทย และในอนาคตอันใกล้ก็จะมีงานพิธีกรรายการท่องเที่ยวให้ได้ชมอีกด้วย

 

เป็นหนุ่มที่วิ่งเข้าวิ่งออกกองถ่ายเป็นว่าเล่น ทำงานเกือบทุกวัน เต้ยเลยบอกว่ามีของจำเป็น 7 อย่างในชีวิตที่เขามักจะพกติดตัวประจำแบบขาดไม่ได้ ไปดูกันว่ามีอะไรบ้าง

1.พระเครื่อง

“เหรียญหลวงปู่ฝั้นและพระนิรันตราย เป็นพระเครื่องที่ผมพกติดตัวออกจากบ้านทุกวัน ที่มาก็คือมีแม่ชีคนหนึ่งมอบให้คุณพ่อผมเมื่อ 40 ปีก่อน (ตอนนั้นผมยังไม่เกิด) และก่อนที่คุณพ่อจะเสียไป ท่านได้มอบให้ผมเก็บไว้ตอนผมอายุ 17 ปี หลวงปู่ฝั้นและพระนิรันตรายนี้คนที่บูชาเชื่อว่าจะช่วยป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ อย่างผมขับรถไปทำงานที่ไหน พอนำพระเครื่องติดตัวไปก็รู้สึกอุ่นใจ ว่ามีทั้งพระและคุณพ่อคอยคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา”

2.หมวกแก๊ปสีดำ

“ปกติผมชอบใส่หมวกแก๊ปอยู่แล้ว เพราะผมมีเส้นผมที่หยักศก เวลาที่ไม่ได้เซตมันก็จะฟูๆ ดูไม่ดี หมวกแก๊ปจึงช่วยได้เยอะ ใบนี้ (พี่นก) ผู้จัดการส่วนตัวของผมซื้อมาให้ เป็นหมวกยี่ห้อ Vital Blue ของเกาหลี พี่นกบอกว่าผมใส่แล้วน่าจะดูเท่ดี ถือเป็นของชิ้นแรกที่ผมได้จากพี่นกเลย ราคา 3,000 กว่าบาท ผมรักมาก หยิบมาใช้ทุกวันเลยครับ”

3.แว่นกันแดด

“แว่นกันแดดอันนี้เป็นของยี่ห้อซูเปอร์ ซึ่งเป็นแว่นอันที่สองในชีวิตผม อันแรกยี่ห้อลีวายส์ ซึ่งผมชอบมาก แต่พอไปถ่ายละครที่ จ.อุดรธานี ตอนเข้าฉากขี่รถมอเตอร์ไซค์ มันดันปลิวหายไปซะนี่ หายังไงก็หาไม่เจอ ตอนแรกก็เสียดายมาก แต่ในที่สุดก็เก็บตังค์ซื้อแว่นซูเปอร์มาใช้แทน ไปไหนผมจึงใช้ตลอด ทั้งตอนขับรถยนต์และตอนออกแดด อีกอย่างดีไซน์มันเท่ตรงขาแว่นใหญ่ๆ ด้วย ดูแข็งแรงดี”

4.น้ำหอม

“ผมติดการฉีดน้ำหอมมาก แม้ตอนก่อนนอนก็ยังฉีด ขวดนี้เป็นน้ำหอมของบุลการี ผมชอบกลิ่นนี้เพราะมันออกแนวสปอร์ตๆ เหมาะกับหน้าร้อน เลยพกติดตัวไปด้วยทุกวัน เห็นหน้าตาอย่างนี้ผมเป็นผู้ชายที่บ้าน้ำหอมมาก ตอนนี้ที่บ้านมีอยู่ด้วยกัน 17 ขวด เรียกว่าใช้วนไปวนมาไม่หมดเลยซักขวด ตอนไปกองถ่ายทีมงานจึงให้ฉายาผมว่าคนตัวหอม (หัวเราะ) เพราะผมจะฉีดน้ำหอมทั้งวัน”

5.ถุงมือเล่นฟิตเนส

“ถุงมือเล่นฟิตเนสคู่นี้ใช้มา 4 ปีแล้วครับ ตั้งแต่ผมเล่นฟิตเนสมา เป็นถุงมืออันแรกที่ยังไม่เคยเปลี่ยนเลย มันช่วยเซฟไม่ให้มือเจ็บมือด้านเวลายกเหล็กหนักๆ ได้ ผมเคยดัดแปลงนำถุงมืออันนี้ไปใส่ขี่มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ด้วยนะ เพราะผมชอบขี่บิ๊กไบค์มาก เรียกว่าถุงมือคู่นี้ใช้ทั้งเล่นฟิตเนสและขี่บิ๊กไบค์ จนตอนนี้มันเริ่มจะยืดแล้ว แต่ก็ยังใช้ได้อยู่”

6.กระเป๋าเป้ใบเท่

“เป้ใบนี้ผมใช้มา 5 ปีแล้ว เป็นเป้ที่คุณแม่ซื้อให้ ไปไหนก็เลยเอาไปด้วยตลอด ใช้ทุกวันจนตอนนี้มันเริ่มเยินแล้ว ใส่ของได้เยอะดี ที่สำคัญเวลาใช้เป้ใบนี้ผมจะคิดถึงคุณแม่ตลอด เพราะท่านอยู่ที่ต่างจังหวัด เวลาสะพายเป้ไปไหนผมจะรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งเลย ขนาดว่ามันขาดแล้วผมยังเอาไปซ่อมแล้วนำกลับมาใช้ต่อเลยครับ”

7.นาฬิกาสายหนัง

“เรือนนี้เป็นนาฬิกาเรือนเหล็กสายหนังที่คุณย่าผมซื้อให้ตอนวันเกิด เป็นนาฬิกาเรือนเล็กๆ วาวๆ เวลาไปออกงานที่ไหนผมมักจะใส่ประจำ เพราะตอนที่ใส่คู่กับชุดหล่อๆ แล้วผมรู้สึกว่านาฬิกาเรือนนี้ดูเด่นสะดุดตาดี แล้วมันมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะเป็นของขวัญชิ้นเดียวที่คุณย่าผมซื้อให้ ผมจึงใช้มาตลอดครับ"

ข่าวอื่นๆ