ภัทรนิศวร์ ภิระอัครโรจน์ เชฟจิ๊กกี๋ของคนรักสุขภาพ

วันที่ 20 พ.ย. 2558 เวลา 11:01 น.
ภัทรนิศวร์ ภิระอัครโรจน์ เชฟจิ๊กกี๋ของคนรักสุขภาพ
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร

ผมมีโอกาสได้ไปพบปะพูดคุยกับเชฟสุดแซ่บแห่งยุค เชฟจิ๊กกี๋-ภัทรนิศวร์ ภิระอัครโรจน์ เจ้าของฉายา เชฟนางพญา วัย 30 ปี ที่เป็นทั้งเชฟและเจ้าของร้านอาหารมั่นหน้าครัว ณ หมู่บ้านทิพวัล ซอย 29 จ.สมุทรปราการ

เชฟจิ๊กกี๋บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นเส้นทางการเป็นเชฟของเธอว่า เริ่มต้นจากตอนที่เธอยังเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่เปิดร้านอาหารชื่อร้าน ส้มตำหลวง อยู่ที่สี่แยกเทพารักษ์ นั่นจึงทำให้เธอชอบเข้าไปเรียนรู้งานครัว ไปช่วยแม่ครัวหั่นผักหั่นเนื้อ อีกทั้งยังชอบดูรายการทำอาหารอีกด้วย

“พอเราเรียนจบปริญญาตรี คุณพ่อคุณแม่ก็ปิดร้าน ต่อมา คุณพ่อเริ่มไม่สบาย แต่ร่างกายไม่พร้อมที่จะผ่าตัด เราก็เลยลงมาทำอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณพ่อกิน เพื่อที่ร่ายกายจะได้พร้อมสำหรับการผ่าตัด ซึ่งตอนที่เราลงมือทำ เราก็ทำเท่าที่ทำได้ ทีนี้เราอยากทำอย่างจริงจัง จึงคิดที่จะไปเรียนทำอาหาร เลยตัดสินใจไปเรียนที่ศูนย์ฝึกอาชีพวัดธรรมมงคล โดยใช้เวลาในการเรียนกว่า 2 เดือน เรียนทุกวัน ตั้งแต่เช้ายันเย็น ซึ่งก็เรียนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนสามารถเปิดร้านอาหารได้”

เมื่อเรียนจบ เชฟจิ๊กกี๋ก็ได้นำวิชาความรู้ที่ได้รับมา นำมาประยุกต์เป็นอาหารเพื่อสุขภาพในแบบฉบับของเธอเอง เพื่อให้ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ พี่สาว และตัวเธอเองได้กิน โดยเป็นทั้งอาหารเพื่อสุขภาพและมีความอร่อย “อันไหนที่ไม่รู้ หรือรู้น้อย ก็ไปศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม ด้วยการอ่านหนังสือ จากอินเทอร์เน็ต หรือสอบถามจากผู้รู้ที่สามารถให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารกับเราได้ อีกทั้งยังตระเวนชิมอาหารเพื่อสุขภาพตามที่ต่างๆ ครูพักลักจำ เก็บเล็กผสมน้อย และมักจินตนาการไปว่า ถ้าเป็นเราทำ เราจะทำแบบนี้ พอได้ทำอาหารสุขภาพบ่อยขึ้น ยิ่งทำ ยิ่งชอบ ยิ่งรู้ตัวว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว”

เชฟจิ๊กกี๋ เผยว่า นับตั้งแต่ทำอาหารเพื่อสุขภาพให้คุณพ่อกิน ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ทำให้เขารู้ว่าอาหารที่เธอทำให้มันดีต่อสุขภาพของเขาจริงๆ จากนั้นเขาก็เริ่มออกกำลังกาย จนเมื่อร่างกายพร้อมผ่าตัด ก็ผ่าตัดได้ หลังผ่าร่างกายก็ดีขึ้น และกินอาหารเพื่อสุขภาพอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้

“นอกจากคุณพ่อเริ่มออกกำลังกาย เราก็หันมาออกกำลังกายควบคู่ไปกับกินอาหารเพื่อสุขภาพที่เราทำกินเอง ประจวบกับพี่สาวเริ่มตั้งท้อง เขาก็กินอาหารเพื่อสุขภาพของเรา พอคลอดหลานสาวมา หลานสาวก็สุขภาพดี อารมณ์ดี แข็งแรง ส่วนคุณแม่ของเรา เขาชอบกินอาหารเพื่อสุขภาพอยู่แล้ว เลยยิ่งชอบกิน และกินอย่างต่อเนื่องมาจนถึงทุกวันนี้”

จากที่ำอาหารเพื่อสุขภาพให้คนในครอบครัวกิน ก็เริ่มมีญาติพี่น้องสนใจ พอทำให้ญาติพี่น้องกินและได้ผลลัพธ์ที่ดี เพื่อนของญาติก็อยากจะกินด้วย เธอก็เลยทำให้กิน “ทีนี้กลายเป็นเห็นผลดีเลยปากต่อปาก คนจึงเริ่มมาผูกปิ่นโตกับเรา พอเรารับทำอาหารปิ่นโต เราก็โพสต์รูปลงในเฟซบุ๊ก หลังจากนั้น ก็มีคนในละแวกหมู่บ้านโทรศัพท์ติดต่อขอผูกปิ่นโตกับเรา รวมถึงลูกค้าในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยลูกค้าจะเดินทางมารับอาหารของวันพรุ่งนี้ในตอนเย็น หรือให้เราจ้างวินมอเตอร์ไซค์ไปส่ง โดยลูกค้าเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้เอง”

สิ่งที่เชฟจิ๊กกี๋บอกกับลูกค้าของเธออยู่เสมอ นั่นก็คือ อาหารที่เธอทำไม่ใช่ยาลดความอ้วน แต่มันเป็นสิ่งที่ดีเพียงส่วนหนึ่งที่ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย การพักผ่อน และวิธีการกินอาหารที่ถูกต้อง “การบอกลูกค้าไปแบบนี้อย่างจริงใจและจริงจัง ก็เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่เข้าใจหรือคาดหวังในตัวเราหรืออาหารเพื่อสุขภาพที่เราทำแบบผิดๆ”

จากมีลูกค้าเพียง 5 คน มาจนถึงวันนี้ เชฟจิ๊กกี๋มีลูกค้ากว่า 30 คน เธอจึงอยากมีหน้าร้านเพื่อที่ลูกค้าจะมั่นใจได้ว่าร้านนี้มีอยู่จริง เชฟมีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้หลอกลวงใคร ที่สำคัญ เผื่อใครอยากมาพบปะพูดคุยสอบถามเชฟ อยากมาลองกิน ก็จะได้แวะมากินได้ที่ร้านมั่นหน้าครัวแห่งนี้ ซึ่งเชฟจิ๊กกี๋ได้นำพื้นที่ส่วนหนึ่งของบ้านมาทำเป็นร้านอาหารแห่งนี้ โดยข้อดีของการนำบ้านมาทำร้านอาหาร ก็เพื่อที่จะได้ลดค่าใช้จ่ายลง อาหารที่ทำก็จะได้ไม่แพงมาก

“ในการทำอาหาร เราจะจัดเมนูให้ลูกค้าตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ วันละ 3 มื้อ โดยจะเปลี่ยนเมนูทุกอาทิตย์ (ในราคาสัปดาห์ละ 2,700 บาท เฉลี่ยวันละ 150 บาท ได้ทั้งมื้อเช้า กลางวัน เย็น) ซึ่งมันจะทำให้ลูกค้าไม่รู้สึกเบื่อหน่ายกับอาหารที่เราสร้างสรรค์มันขึ้นมา โดยคอนเซ็ปต์ของร้านมั่นหน้าครัว คือ ทำอาหารตามสั่ง เช่น ข้าวผัด ผัดกะเพรา ผัดพริกแกง ก๋วยเตี๋ยว ผัดซีอิ๊ว ฯลฯ ในรูปแบบอาหารเพื่อสุขภาพนั่นเอง”

เคล็ดลับความอร่อยและทำให้สุขภาพดี

จะเลือกใช้ข้าวเกษตรอินทรีย์ สันในไก่หรือสันในหมูปลอดสารเคมี ผักปลอดสารเคมี รวมทั้งเครื่องปรุงทั้งหมดจะเลือกที่มีโซเดียมต่ำ น้ำตาลทรายก็ใช้แบบออร์แกนิก หรือเลือกใช้น้ำผึ้งมาปรุงอาหาร

หลักในการดำเนินชีวิต : ใช้ชีวิตแบบเดินสายกลาง รู้ใจเขาใจเรารู้จักแบ่งปันสิ่งที่ดี โดยไม่คิดว่าแบ่งปันไปแล้วจะได้อะไรกลับคืนมา อีกทั้งเวลาทอะไรก็จะทำอย่างเต็มที่ และใช้หัวใจทำ

ความหมายของชื่อร้าน : มั่นหน้าครัวคือคนที่มีความมั่นใจในการทำอาหาร พอลงมือทำอาหารด้วยความมั่นใจ ลูกค้าก็สามารถมั่นใจในอาหารของร้านมั่นหน้าครัวได้นั่นเอง

ยามว่าง : ออกกำลังกาย ปลูกต้นไม้ ปลูกพืชผักสวนครัวที่บ้าน

เมนูแนะนำ

สำหรับเมนูที่เชฟจิ๊กกี๋อยากนำเสนอ นั่นก็คือ ข้าวผัดพบรัก กับ ข้าวสามสีไก่ผัดพริกแกง ไข่ดาว โดยทั้งสองเมนูใช้ข้าวเกษตรอินทรีย์ ส่วนน้ำมัน ใช้น้ำมันคาโนลาที่มีกรดไขมันอิ่มตัวต่ำ และมีไขมันดีสูง เครื่องปรุงก็ใช้เครื่องปรุงที่มีโซเดียมต่ำ น้ำตาลทรายแดงออร์แกนิก พริกแกงออร์แกนิก ผักปลอดสารเคมี ไข่ปลอดสารเคมี โดยนำมาทำเป็นไข่ดาวที่ใช้น้ำทอด

ข้าวผัดพบรัก
ข้าวผัดพบรัก

ข้าวผัดพบรัก

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันในปริมาณที่พอดี ผัดกระเทียมให้หอม ใส่เนื้อสัตว์ลงไป ใส่ผัก (ที่ลวกน้ำร้อนพอประมาณและแช่น้ำเย็นทิ้งไว้) ลงไป ใส่ข้าวลงไป จากนั้นเขี่ยข้าวลงไปข้างๆ ก็ตอกไข่ลงไป โดยยีไข่ จากนั้นใส่เครื่องปรุงลงไป คลุกให้เข้ากัน ปิดไฟ โรยต้นหอม และนำมาจัดใส่จาน

ข้าวสามสีไก่ผัดพริกแกง ไข่ดาว
ข้าวสามสีไก่ผัดพริกแกง ไข่ดาว

ข้าวสามสีไก่ผัดพริกแกง ไข่ดาว

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันในปริมาณที่พอดี เมื่อน้ำมันร้อนลดไฟลง นำพริกแกงใส่ตามความชอบ เมื่อพริกแกงเริ่มส่งกลิ่นหอม ก็นำเนื้อสัตว์ใส่ลงไปจากนั้นใส่ผักที่เราชอบกิน (ที่ลวกน้ำร้อนพอประมาณและแช่น้ำเย็นทิ้งไว้)คลุกเคล้าด้วยน้ำปลา หรือเกลือ หรือซีอิ๊ว ให้เข้ากัน จากนั้นใส่ใบมะกรูดลงไป และนำมาจัดจานกับข้าวสามสี วางคู่กับไข่ดาวที่ทอดโดยน้ำคู่กัน โรยด้วยงาขาวงาดำ