ปิยะนุช สืบศรีทอง สร้างแบรนด์เสื้อผ้าสุดเก๋ด้วยใจรัก

  • วันที่ 31 ส.ค. 2558 เวลา 12:30 น.

ปิยะนุช สืบศรีทอง สร้างแบรนด์เสื้อผ้าสุดเก๋ด้วยใจรัก

โดย...ภาดนุ/ณัฐดนัย คุณกมุท ภาพ : เอ นุช เชส สโตร์

นุช-ปิยะนุช สืบศรีทอง นักศึกษาสาววัย 23 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยรังสิต มาเล่าถึงบทพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญในการสร้างสรรค์แบรนด์เสื้อผ้าสุดเก๋ที่ชื่อว่า “เอ-นุช-เชส-สโตร์” (Anuchess Store)

นุช เผยว่า ด้วยความที่ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวไทยเชื้อสายจีนที่มีอาชีพค้าขาย ทางบ้านจึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่เธอมีใจรักและชอบงานทางด้านนิเทศศิลป์และดีไซน์ แต่นุชก็ยืนยันหนักแน่นว่าจะทำงานทางด้านนี้ เธอจึงใช้ความชื่นชอบและความสามารถส่วนตัวในการออกแบบลวดลายลงบนผืนผ้าให้มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร จนต่อยอดสู่จุดเริ่มต้นของธุรกิจเล็กๆ ในการสร้างแบรนด์เสื้อผ้าของตัวเอง

 

“แรงบันดาลใจของนุชเริ่มมาจากการที่นุชชอบเสื้อผ้าบางแบบแล้วหาซื้อมาใส่ไม่ได้ นุชก็เลยคุยกับคุณแม่ว่าให้หาช่างตัดเสื้อใกล้ๆ บ้านเพื่อตัดเสื้อในแบบที่นุชต้องการให้หน่อย หลังจากจ้างช่างตัดเสร็จ นุชก็ลองเอามาใส่ แล้วก็ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม ก็มีเพื่อนๆ ที่ Follow ถามว่าไปซื้อเสื้อผ้าแบบนี้มาจากร้านไหน พอเริ่มมีคนถามมากขึ้น นุชเลยตัดสินใจที่จะทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา

ถ้าถามว่าทำไมนุชถึงคิดจะขายเสื้อผ้า ต้องบอกก่อนว่าเดิมที่บ้านนุชทำอาชีพค้าขายอยู่แล้ว นุชจะช่วยที่บ้านขายของชำมาตั้งแต่อายุ 4-5 ขวบ ก็เหมือนมีหัวการค้าอยู่ในตัวน่ะค่ะ (หัวเราะ) แล้วพอดีมีพี่คนหนึ่งชวนให้นุชไปถ่ายแบบเสื้อผ้าให้เขาหน่อย พอถ่ายไปเรื่อยๆ นุชก็เป็นนางแบบประจำของร้านนั้น เลยรู้สึกว่าเราน่าจะเอาเสื้อผ้าของตัวเองมาขายบ้าง นุชก็เลยนำเสื้อผ้ามือสองของตัวเองมาลองขายดูก่อน”

 

จากจุดนั้นเองทำให้เธอค่อยๆ ก้าวเข้ามาในวงการขายเสื้อผ้าออนไลน์ โดยสร้างแบรนด์ “เอ-นุช-เชส-สโตร์” ขึ้น และได้ถ่ายรูปโพสต์แบบเสื้อผ้าต่างๆ ลงบนอินสตาแกรมก่อน ซึ่งเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของแบรนด์อยู่ที่ลวดลายที่กิ๊บเก๋ไม่เหมือนใคร เสื้อผ้าทุกแบบทุกลวดลายล้วนมีความประณีตในการออกแบบ สื่อให้เห็นตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

“ช่วงแรกๆ นุชทำลวดลายเสื้อผ้าออกมาน้อยมาก โดยจะเน้นที่สีสันมากกว่า เหมือนลองตลาดดูก่อน เพราะคิดว่ามันก็มีความเสี่ยงเหมือนกันถ้าทำออกมาเยอะเกินไป ซึ่งช่วงแรกๆ ก็มีคนติดตามอินสตาแกรมแค่ 3,000 กว่าคนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีคนเข้ามาติดตามและถามกันมากขึ้นเรื่อยๆ นุชก็เลยเปิดอินสตาแกรมใหม่โดยใช้ชื่อ IG : Anuchessstore ขึ้น พร้อมทั้งเปิดขายเสื้อผ้าทางออนไลน์ไปด้วย”

 

นุช บอกว่า กว่าจะออกมาเป็นลวดลายบนเสื้อผ้าของเธอได้ต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย เริ่มตั้งแต่การออกแบบลวดลายต่างๆ ก่อน เมื่อออกแบบเสร็จก็ต้องไปหาร้านผ้าที่สามารถจะพรินต์ลวดลายที่เธอออกแบบลงบนผ้าให้ ซึ่งตรงนี้เป็นขั้นตอนที่ค่อนข้างยากมาก แต่เธอก็คิดว่าผ้าในท้องตลาดนั้นไม่มีลวดลายในแบบที่เธอต้องการ เธอจึงต้องออกแบบลวดลายเองและหาโรงงานที่สามารถพรินต์ลวดลายให้เธอได้ ซึ่งมันน่าจะดีกว่า

“เสื้อผ้า ‘เอ-นุช-เชส-สโตร์’ ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่กลุ่มลูกค้าผู้หญิงค่ะ ถ้าเป็นเดรสก็จะเป็นพวกค็อกเทลเดรสที่สามารถใส่เล่นได้ ใส่ไปกินข้าวได้ เป็นเดรสสไตล์ลำลองคล้ายๆ กับชุดแซ็ก แต่ชุดแซ็กจะดูเป็นทางการมากกว่า เพราะด้วยลวดลายและสีสันของเสื้อผ้าแบรนด์เราแล้วจะออกเป็นแนวลำลองซะมากกว่าค่ะ

 

ต้องบอกเลยว่าการลงทุนเฉพาะค่าผ้าอย่างเดียวราคาก็แพงกว่าผ้าปกติหลายเท่าตัวแล้วล่ะ แต่นุชมีความรู้สึกว่าอะไรที่มันเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งหาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้ มันจะดึงดูดกลุ่มลูกค้าเราได้มากกว่า สำหรับผ้าของเราจะต้องมีการทดสอบก่อน 1 รอบ สมมติว่านุชอยากได้ผ้าคอตตอน 100% นุชก็จะทดสอบโดยการนำมาสั่งพิมพ์ลวดลาย 1 รอบ แล้วก็เอาไปเคลือบน้ำยา เพื่อล็อกสีอีก 1 ครั้งเพื่อไม่ให้สีตกเวลานำไปซัก ที่จริงแล้วผ้ามันมีหลายแบบให้เลือก แต่ล่าสุดนุชจะใช้ผ้าคอตตอนเพราะช่วงนี้เป็นหน้าร้อนจึงน่าจะเหมาะกว่า ก็ต้องเอามาดูว่าอันไหนมันพรินต์แล้วสีมันดร็อป หรือสีมันเพี้ยนไปบ้าง”

สำหรับการลงทุน นุชบอกว่า ครั้งแรกเธอลงทุนประมาณ 2-3 หมื่นบาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าไม่เยอะมาก โดยนำเงินเก็บของตัวเองล้วนๆ มาลงทุน เพื่อที่จะพิสูจน์กับที่บ้านด้วยว่าเธอชอบทางนี้จริงๆ จากนั้นก็ทำมาเรื่อยๆ จนเกือบสองปี ตอนนี้ก็ลงทุนเยอะขึ้นเป็น 2 แสนกว่าบาทแล้ว ซึ่งผลตอบรับจากลูกค้านั้นออกมาดีเกินคาด เห็นกิจการรุ่งเรืองแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคนะ เพราะช่วงแรกๆ ก็เจออุปสรรคเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นการตัดเย็บ สีเสื้อผ้า การดูแลลายผ้า เรียกว่าทุกอย่างประดังเข้ามาหมด แต่เธอก็ยังคงมุ่งมั่นออกแบบและทำเสื้อผ้าที่เธอรักต่อไป

 

“ตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงวันนี้เสื้อผ้าของนุชได้ออกสู่สายตาผู้คน 3-4 คอลเลกชั่นแล้ว สำหรับคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ก็มีทั้งหมด 15 แบบ เป็นคอลเลกชั่นใหม่ที่ค่อนข้างดูโตขึ้นมากกว่าเดิม สามารถใส่ไปทำงานได้ โดยเน้นความเป็น เวิร์กกิ้งวูแมนมากขึ้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นกลุ่มนักศึกษาหรือว่านักเรียนเท่านั้น

ล่าสุดนุชก็ทำเสื้อผ้าผู้ชายออกมาด้วย ซึ่งหนุ่มๆ สามารถใส่ไปดินเนอร์ที่โรงแรมหรือใส่ออกงานได้เลย โดยเสื้อจะเป็นแนวเชิ้ตพรินต์ลายครึ่งตัวตัดต่อกับผ้าพื้นธรรมดา ทำให้ดูมีเทกซ์เจอร์มากขึ้น และยังมีการแมตช์สีกับสไตล์ของเสื้อผ้าให้สามารถใส่คู่กับเพื่อนหรือคนรักได้ด้วย

 

สำหรับกลุ่มลูกค้าแบบเป็นครอบครัวก็สามารถซื้อเพื่อใส่ในวันครอบครัว ซื้อให้คุณพ่อ คุณแม่ คุณลูก ใส่ได้หมด เพราะเสื้อผ้าเซตนี้ค่อนข้างจะโอเวอร์ไซส์ เพื่อให้ลูกค้าใส่แล้วรู้สึกสบายตัว ไม่ฟิตจนเกินไป เพราะเราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้เป็นทางการมากนัก นุชคิดไว้ว่าคอลเลกชั่นใหม่ในอนาคตจะเพิ่มลูกเล่นในส่วนของงานปักเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นการปักตามลายที่ออกแบบไว้ลงไปในเนื้อผ้าเลยผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ทั้งไอจีและเฟซบุ๊กตามชื่อแบรนด์เลยค่ะ”

นุช ทิ้งท้ายว่า สำหรับทัศนคติในการทำธุรกิจของเธอแล้ว แม้การลงทุนจะมีความเสี่ยง แต่หากเรารู้ว่าจะทำธุรกิจนั้นเพื่ออะไร เพื่อใคร และมีเป้าหมายที่ชัดเจน เมื่อโอกาสมาถึงก็ให้รีบไขว่คว้าไว้ แล้วความสำเร็จจะรออยู่ที่ปลายทางสายนั้นเอง

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ