เจนนี่ ปาหนัน คม(ขำ)สไตล์สาวสะตอ

  • วันที่ 30 ก.ค. 2558 เวลา 11:52 น.

เจนนี่ ปาหนัน คม(ขำ)สไตล์สาวสะตอ

โดย...กองทรัพย์ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เธอมีของ เธอเป็นคน(คม)ขำ เธอต้องการพรีเซนต์ความเป็นสาวใต้ตามประสาสาวสะตอพลัดถิ่นผ่านตัวตนและผลงาน ใครๆ ก็เรียกเธอว่า “เจนนี่ ปาหนัน” แต่ชื่อตามภูมิลำเนา วัชระ สุขชุม ในวัย 28 ปี เธอมีหน้าที่เป็นครีเอทีฟของจีเอ็มเอ็ม ทีวี และในอีกพาร์ตหนึ่งเธออยู่ในกลุ่ม Trasher Bangkok กลุ่มผู้จัดปาร์ตี้และสร้างวิดีโอ (MV) ล้อเลียนซูเปอร์สตาร์ระดับโลกอย่าง ริอันน่า มารายห์ แครีย์ เคที เพอร์รี ฯลฯ อันโด่งดังในโลกออนไลน์

เจนนี่ ปาหนัน คือใคร?

ที่มาของชื่อเจนนี่ เริ่มจากตอน ป.4 เราเป็นสาวประเภทสองคนเดียวในห้องชายล้วน ตอนนั้นมีหนังเรื่องเจนนี่ กลางวันครับ กลางคืนค่ะ ดังมาก ครูเอ็นดูก็เลยเรียกเจนนี่ จากนั้นมาเพื่อนๆ ไม่เรียกชื่อเล่นเราอีกเลย โทรไปที่บ้านขอสายเจนนี่ พ่อก็หันมาถามว่าใครอ่ะ? สุดท้ายก็มาเฉลยว่าคือลูกชายพ่อเอง ส่วนปาหนันเป็นฉายาที่เพิ่มเข้ามาตอนทำงานในแชนแนลวี ไทยแลนด์ มีการเล่นโต้วาทีกับศิลปินรับเชิญ เป็นชื่ออุปโลกน์ขึ้นมาเพราะว่าเรานำเสนอความเป็นสาวใต้ ก็เลยได้ชื่อปาหนัน แล้วจากนั้นคนก็เรียก เจนนี่ ปาหนัน มาจนบัดนี้ แต่เท่านั้นไม่พอค่ะ (หัวเราะ) เราต้องมีนามสกุล ก็เลยได้เป็น เจนนี่ ปาหนัน ณ หาดใหญ่ แดนไก่ทอด (ชื่อยาวกว่าราชมังคลาฯ อีก)

วัยเด็กของเจนนี่ โตมาในบ้านฐานะปานกลางค่อนไปทางหาเช้ากินค่ำ พ่อเป็นตำรวจ แม่ค้าขาย เราเป็นลูกคนโตต้องช่วยแม่ทำงานแทบทุกวัน เธอบอกว่าถือว่าเป็นความโชคดีที่โตมาในครอบครัวแบบนี้ ได้ต่อสู้ด้วยตัวเอง ถึงจะเป็นเด็กเรียบร้อย ตุ้งติ้งผิดกับลูกตำรวจคนอื่นๆ แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยปริปากถามเรื่องเพศกับลูกเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“มีคนถามว่าเป็นกะเทยพ่อไม่ว่าเหรอ? ต้องบอกเลยว่าพ่อไม่เคยว่า ไม่เคยด่า ไม่เคยตีเพราะว่าเราเป็นกะเทยเลยแม้แต่ครั้งเดียว เราว่าเขาเสียใจแหละ แต่เขาก็คงไม่อยากทำให้เราเสียใจด้วยการตอกย้ำเราอีก เราก็เลยพยายามทำทุกอย่างทดแทน เป็นเด็กดี เรียนเก่ง ทำอะไรให้เขาได้รับคำชมจากเรา พ่อก็เลยไม่เคยพูด และเราก็เลยทำให้เขาภูมิใจกับเราให้ได้มากที่สุด จะทำอะไรก็ต้องคิดให้ดีเพื่อไม่ให้เขาเสียใจ มีวันหนึ่งที่เรากลับไปที่บ้าน ตอนนั้นเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว ก็เริ่มไว้ผมยาว พ่อเดินมาจับผมจากด้านหลังแล้วพูดว่า ‘จะเป็นอะไรก็เป็นไป ขออย่าเป็นเสือใบ (โจร) ก็พอ’ คำนั้นเหมือนคำอนุญาต และคำประกาศอันประกาศิตเลยว่าพ่อยอมรับเราแล้ว”

สาวสะตอพลัดถิ่น

เจนนี่ใฝ่ฝันอยากเรียนนิเทศศาสตร์ และมีเป้าหมายคือกรุงเทพฯ แม้ว่าจะเป็นหัวกะทิแดนใต้ แต่สุดท้ายเธอก็พลาดจากสิ่งที่รัก จึงเลือกปักหลักที่มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะโบราณคดี ภาษาฝรั่งเศส จากนั้นชีวิตในกรุงเทพฯ ของสาวสะตอพลัดถิ่นก็เริ่มขึ้น เรียกว่าได้ทดลองทุกอย่าง เพราะเป็นสาวกิจกรรม เธอจึงได้ลองใช้ชีวิตทุกรูปแบบ ได้เที่ยวกลางคืน ได้ปาร์ตี้ระห่ำ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวเลยคือสิ่งเสพติด เพราะคำที่พ่อเคยบอกก่อนจะเข้ามาเรียนว่า ถ้าหากยุ่งกับยาเสพติด ถ้าโดนจับพ่ออาจจะต้องออกจากราชการ

“ตอนเข้ามากรุงเทพฯ ใช้เงินเยอะมาก แต่ไม่เคยเบียดเบียนแม่ ไม่กล้าบอกด้วยแหละ (หัวเราะ) เราก็มีวิธีการจัดการของเราให้มันพอ แต่ไม่เคยขอเขาเพิ่มเลย เราเที่ยวหนักแต่ไม่ได้เป็นเด็กใจแตก แค่อยากลองของใหม่ เป็นสายเฮฮาและภาพลักษณ์ที่ดูแรง คนไม่รู้ก็จะชี้หน้าแล้วพูดว่า แหม! เคยลองมาหมดแล้วล่ะสิ

“แต่เจนนี่จะบอกว่าไม่เคยมั่วยา ไม่เคยยุ่งกับยาเสพติดทุกชนิด (สุราบ้าง ฮา!) อาจจะด้วยเพราะว่าเราคิดถึงคำสอนของพ่อ และตอนเด็กๆ เราค่อนข้างเป็นเด็กที่ได้รับความไว้ใจจากครอบครัว เป็นเด็กดี และเพราะว่าเรารู้ตัวว่าเราเป็นกะเทย ก็เลยรู้สึกว่าต้องทำอะไรให้พ่อแม่ภาคภูมิใจ ซึ่งการเรียนดีและไม่เป็นเด็กใจแตกก็เป็นสิ่งที่ทำให้ท่านเชื่อใจเราได้”

ช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจ

เจนนี่เป็นคนที่ชัดเจนในตัวเอง สะท้อนชัดตลอดเวลาที่เราพูดคุยกัน เธอเป็นคนมีน้ำเสียงหนักแน่นกังวาน มีเสียงหัวเราะตลอดเวลา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีช่วงเวลาที่หนักใจหรือรู้สึกผิดเลย

“เพราะว่าเราฝังใจกับงานด้านนิเทศศาสตร์ อยากทำงานสื่อมาก แต่จบโบราณคดีไงคะ (หัวเราะ) สมัครงานไปหลายที่แต่ไม่มีใครรับเข้าทำงาน เพราะเราไม่มีผลงานประสบการณ์ เรียกว่าตกงานอยู่ 3 ปี ระหว่างนั้นก็ไปสอบเรียนต่อปริญญาโทที่คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีแรกก็พลาด ปีที่สองสอบได้ ภูมิใจมาก ยิ่งพ่อแม่ไม่ต้องพูดถึง ประกาศทั้งตำบล (หัวเราะ)

“ระหว่างตกงานก็เริ่มทำ Trasher Bangkok ไปด้วย ก็เลยมีผลงานด้านสื่อออกมาบ้าง มีวิดีโอล้อเลียนศิลปินต่างประเทศออกมาในรูปแบบของชาวบางกอก แต่ก็เหมือนมีโชคแล้วมันเข้ามาพร้อมกันนะคะ แชนแนลวี ไทยแลนด์ เรียกให้เข้าไปทำงานไล่เลี่ยกับช่วงเวลาที่สอบติด เป็นช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้เราต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำอะไร เพราะเราทำสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ จึงตัดสินใจเลือกงาน เพราะไม่อยากเบียดเบียนพ่อแม่ และคิดว่ามาเรียนรู้ในระบบการทำงานแทน”

 

VDO ล้อเลียน & งานครีเอทีฟ

ถ้าจะให้บอกว่าอะไรคือตัวตนของเจนนี่ เธอบอกว่า ทั้งสองงานทั้งครีเอทีฟและงานวิดีโอล้อเลียนค่อนข้างจะสะท้อนคาแรกเตอร์ของเธอได้ดี เพราะเธอนำเสนอตัวตนของเธอลงไปในงานด้วย

“สำหรับใน Trasher Bangkok ตัวละครที่เราสวมบทบาทจะมีความเป็นเจนนี่ค่อนข้างมาก ถึงแม้จะมีคอนเซ็ปต์ครอบอยู่ แต่เราสามารถแสดงตัวตนของเราผ่านงานได้เต็มที่ คนจะได้จำเราได้จากคาแรกเตอร์ที่อยู่ในงาน ส่วนงานครีเอทีฟ ด้วยความที่เราชอบคิดทำโน่นนี่อยู่ตลอดแต่ก็มีกรอบเวลามากำหนด เพราะเราอยู่ในองค์กร แต่ก็ยังชอบ และถือว่าลงตัว เพราะว่าน้อยองค์กรที่จะเปิดเสรีให้ได้แสดงออกขนาดนี้ และเราทำงานที่นี่สนุกและฟรีมาก และด้วยความที่ฟรีเราก็เลยต้องพร้อม และใส่เต็มแม็กทุกงาน”

นิยามความสวยของเจนนี่

สาว Trasher บอกว่าตัวเองโตมากับสายเฮ้ว คนในมหาวิทยาลัยก็จะเรียกเธอว่ากะเทยแข็งแกร่ง ไม่ได้รักสวยรักงาม เจนนี่คือผู้หญิงที่เป็นลูกสาวกำนัน ห้าวๆ ลุยๆ แต่พอทำคลิปจนเริ่มมีคนรู้จัก และมาขอถ่ายรูปเท่านั้น เธอเลยบอกตัวเองว่าคงต้องเริ่มแล้วล่ะ

“ครั้งแรกที่คนมาขอถ่ายรูปคือเราใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น แล้วหนวดเขียว (ฮา!!) เฮ้ย! ถ้ามีคนมาขอถ่ายรูปอีกไม่เอาแล้วนะหนวดเขียว ก็เริ่มหัดแต่งหน้าเองซึ่งไม่เก่งเลย ต้องแต่งตัวดี เริ่มแต่งหญิงตอนปี 4 ผมยาวเต็มที่แล้ว ถามว่าแต่งช้าไหม คนอื่นเขาแต่งกันตั้งแต่เด็ก เราคิดว่าเราพร้อมตอนปี 4 ซึ่งแต่งบ้างไม่แต่งบ้าง แต่พอเรียนจบก็แต่งหญิงตลอดเวลาพร้อมสรรพทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงส่วนไหนเลย

“เราตั้งใจว่าเราจะไม่แปลงเพศเด็ดขาด แต่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะเสริมหน้าอกดีหรือเปล่า ถ้าในเรื่องการแต่งตัวก็สมควรจะมี จะได้ใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่คิดอีกแง่หนึ่งก็คิดว่าใส่ยกทรงก็พอแล้วรึเปล่า กำลังลังเลอยู่ (ยิ้ม)”

 

เรื่องเพศที่สามในมุมมองของเจนนี่

เรื่องนี้ค่อนข้างจะได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งแล้วล่ะ แต่ยังไม่ถึงกับว่ารับได้กับทุกอย่าง ต้องยอมรับเพศที่สามรุ่นก่อน ก็บุกเบิกหนทางด้วยการแสดงศักยภาพด้านดีๆ ให้ทุกคนได้เห็นมาพอสมควร ก็เลยส่งผลให้เพศที่สามรุ่นใหม่ๆ ได้รับการยอมรับ ได้เปิดโอกาสในการทำงานเยอะขึ้น ก็อยากให้สู้กันต่อไป และที่สำคัญรุ่นน้องๆ ก็ต้องคิดต้องทำอะไรที่สร้างสรรค์ มันเสรีก็จริง แต่เรื่องที่ไม่ดีก็อย่าไปแสดงออก เพราะมันจะดีกับตัวเรา และคนไทยก็ยังติดเรื่องเหมารวมอยู่ พอทำไม่ดีแค่คนเดียว เขาก็ด่าชาวเรากันทั้งหมด

เราถามเจนนี่ว่า มีอะไรยากอยู่ไหมสำหรับเธอ คำตอบที่ได้รับคือ ไม่มีเรื่องยากสำหรับเธอคนนี้ เพราะเธอบอกว่าเรื่องยากกว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว ขอให้มีเรื่องท้าทายเข้ามาเถอะ เธอพร้อมเสมอ...

ข่าวอื่นๆ