ผู้ประกาศข่าว หน้าหยก ทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์

  • วันที่ 02 มิ.ย. 2558 เวลา 10:03 น.

ผู้ประกาศข่าว หน้าหยก ทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์

โดย...วราภรณ์   ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

หนุ่มหล่อทายาทนักการเมืองดัง ทศธรรม เปี่ยมสมบูรณ์ วัย 27 ปี คือ หนึ่งในลูก 3 คนคุณภาพคับแก้วของ ศ.ร.ต.อ.ดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ ถือเป็นลูกไม้ที่หล่นใกล้ต้น เพราะค่าที่ในวัยเด็กตามคุณพ่อไปบรรยายอยู่บ่อยๆ ทำให้เขารักการพูดนำพามาสู่งานพิธีกรและผู้ประกาศข่าวหลายรายการทางช่องทีวีดิจิทัล โมโน 29 และคุณพ่อนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ทศธรรมศึกษาปริญญาตรีด้าน Mass Communication จากมหาวิทยาลัยแคนเทอร์บิวรี่ และปริญญาโท คณะ Sociology เกียรตินิยมอันดับ 2 เขาไปเรียนที่นิวซีแลนด์ ตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย ก่อนกลายมาเป็นนักพูดให้กำลังใจ การเป็นนักพูด และนักเล่าเรื่องล้วนเป็นงานที่ทำให้เขารู้สึกมีความสุข มากไปกว่านั้นด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเข้าขั้นพระเอกละคร ทำให้มีแมวมองชักชวนเข้าสู่วงการบันเทิง และเขากำลังจะมีงานละครออกมาในไม่ช้านี้

แต่ก่อนหน้านี้ หากใครเคยชมภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดที่มาถ่ายทำในเมืองไทยเรื่อง Pernicious และยึดโลเกชั่นถ่ายทำที่อยุธยาคงคุ้นหน้าทศธรรมอยู่บ้าง เพราะเขาได้แสดงเป็น 1 ใน 3 นักแสดงที่เป็นคนไทย และได้แสดงคู่กับ ซาร่า มาลากุล เลน เป็นเรื่องราวความเชื่อเกี่ยวกับภูตผี แม้ได้เห็นเขาในภาพยนตร์ราวๆ 10 นาที แต่ก็ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจของทั้งคุณพ่อคุณแม่อย่างที่สุด

“ด้วยความที่ผมถนัดภาษาอังกฤษเพราะไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เพราะคุณพ่อคุณแม่มองการณ์ไกลว่าอยากให้ลูกทั้งสามคนได้ภาษาอังกฤษ ส่วนคุณแม่ก็ตามไปดูแลโดยมีคุณพ่ออยู่เมืองไทยแค่คนเดียว พอเรียนจบปริญญาตรีผมตัดสินใจกลับมาอยู่ใกล้คุณพ่อคุณแม่ และได้มีโอกาสลองงานพิธีกรรายการที่ใช้ภาษาอังกฤษทั้งสิ้น อาทิ เคยทำรายการอิงลิช คลับ, เฮลโล อิงลิช, ลิฟวิ่ง อิน สไตล์ ปัจจุบันทำพิธีกรรายการเวลคัมเวิลด์ เป็นรายการเล่าข่าวต่างประเทศ บอกเล่าว่าตอนนี้มีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง”

งานผู้ประกาศข่าวและงานพิธีกรเป็นงานที่สนุกเพราะทำให้เขาได้ท่องเที่ยว รู้ข่าวสารต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นงานที่ท้าทาย เพราะต้องใช้สมองในการจดจำและทำความเข้าใจกับเนื้อหาของเรื่องราวให้เข้าใจ จับประเด็น เพื่อการเล่าที่เป็นธรรมชาติและเข้าใจง่าย

“ผมสนใจข่าวต่างประเทศ สนใจและค่อนข้างมีความรู้ ก่อนอัดรายการก็ต้องไปเตรียมตัว 2 ชั่วโมง จับประเด็นข่าว เพื่อให้เข้าใจ จัดสลับกันกับเพื่อนๆ ทีมงาน ผมจัดจันทร์ถึงอาทิตย์ ออกอากาศช่วงเวลาตีสี่ครึ่งถึงตีห้า” 

หากมองไปถึงชีวิตวัยเด็กที่หล่อหลอมให้ทศธรรมกล้าคิดและกล้าแสดงออก มีความคิดเป็นของตัวเอง แม้ไปใช้ชีวิตเรียนหนังสือที่นิวซีแลนด์ตั้งแต่อายุเพียง 8 ขวบ แต่ภาษาไทยคุณแม่ก็ไม่ทิ้งยังสอนให้ลูกๆ พูดภาษาไทยได้ชัดเจน แต่เรื่องการอ่านและเขียนต้องอาศัยฝึกตัวเองจากการอ่านไลน์และวอตแอพ และเขาตั้งปณิธานว่าอย่างไรก็ต้องกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศแม่ของ เขานั่นคือเมืองไทย เพราะเมืองไทยน่าอยู่ อาหารการกินอุดมสมบูรณ์

อาจกล่าวได้ว่า ทศธรรมมีความสามารถด้านการพูดและกล้าแสดงออก ซึ่งได้อิทธิพลมาจากคุณพ่อที่ตอนเด็กๆ เขาจัดเป็นลูกชายที่ติดคุณพ่อมากๆ โดยตามไปฟังคุณพ่อบรรยายตั้งแต่อายุ 6 ขวบ แล้วเขาก็ฝึกพูดมาเรื่อยๆ ทำให้เขามีความสามารถพิเศษคือ การเป็นนักพูดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจบรรยายสองภาษาตอนอายุ 18 ปี โดยทศธรรมบอกว่า การเป็นนักพูดให้แรงบันดาลใจได้ ต้องมีใจรักที่จะพูด สองคือต้องไม่พูดด้วยคำพูด แต่ต้องมีทักษะพูดแล้วไปสัมผัสกับใจของผู้ฟังให้ได้ ดังนั้นผู้พูดจึงต้องมีความรู้รอบตัว รู้ว่าโลกนี้มีทั้งด้านมืด ด้านสว่าง ชีวิตมีขึ้นมีลง

“คนที่หมดหวังหมดกำลังใจ เขาแค่ต้องการเพียงมีใครมาฟังเขาระบาย เราพูด 40% และฟังเขาระบายอีก 60% ส่วนเราก็ต้องพูดให้เขามีกำลังใจ พาเขาไปพบกับทางสว่างให้ได้ ผมคิดว่าการพูดเป็นศิลปะ ต้องพูดให้มีอารมณ์ ดังนั้นต้องฝึกฝน ใช้ประสบการณ์ชีวิตที่เราพบเจอแล้วบอกเล่าจากอินเนอร์ข้างในของเรา แต่เรานั่งอยู่เฉยๆ ปาฏิหาริย์ไม่เกิด ต้องบอกให้เขาพยายามด้วยตัวเองด้วย แต่มีคนถามผมเยอะว่าสนใจจะลงการเมืองไหม ณ ตอนนี้ผมยังไม่รู้ ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ผมกำลังมุ่งวงการบันเทิง และมีแนวโน้มว่าจะได้เล่นละครเพราะมีผู้ใหญ่ใจดียื่นบทดีๆ คือบทพระเอกมาให้ผม ถือเป็นโอกาสที่ดีมากๆ ผมรู้สึกว่าผมสามารถทำงานพิธีกรกับงานแสดงควบคู่กันไปได้ ตอนนี้ผมได้ทำงานพิธีกร 4 ปีแล้ว ก็อยากลองงานใหม่ๆ ผมอยากทำอะไรนอกกรอบเสียบ้าง เพื่อเราจะได้ค้นพบว่าชีวิตนี้มีอะไรน่าท้าทายอีกมากมาย เราเป็นเด็กรุ่นใหม่ เราควรเดินนอกกรอบบ้าง แม้ผมไม่คุ้นชินกับงานละคร แต่ผมเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน เราจะประสบความสำเร็จ แต่ก็ต้องพยายามฝึกฝนและอดทน คุณพ่อคุณแม่สนับสนุนเต็มที่ ซึ่งผมคิดว่าเสน่ห์ในตัวผู้ชายคือสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่คือ การมีหน้าที่การงานและมีเป้าหมายชีวิตที่แน่นอน ชัดเจนและมั่นคง สามารถเลี้ยงดูตัวเองและคุณพ่อคุณแม่ได้ เป้าหมายชีวิตของผมคือ อยากประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราทำ ทั้งงานพิธีกร บทพระเอกก็ต้องตีบทให้แตก ตอนนี้ผมก็เรียนแอ็กติ้งเพิ่มกับครูเงาะอยู่ครับ” 

อย่างไรก็ดี การมีบทบาทที่หลากหลาย ซึ่งคร่ำเคร่งกับการทำงานได้ แต่ทศธรรมเตือนตัวเองว่า ต้องมีเวลาดูแลสุขภาพ หมั่นออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อด้วย

“หากผมมีเวลาจะต้องออกกำลังกาย ต่อให้กลับบ้านดึกแค่ไหนก่อนนอนสัก 1 ชั่วโมง ต้องวิดพื้น เสริมสร้างกล้ามเนื้อ หรือหากต้องทำงานเย็นก็จะออกกำลังกายตอนเช้า ผมคิดว่าเรื่องร่างกายสำคัญมากจริงๆ ผู้ชายไม่จำเป็นต้องหล่อ แค่ออกกำลังกายก็ทำให้เราดูดีแล้ว เพราะสภาพร่างกายที่แข็งแรงต้องมาจากข้างใน ประกอบกับการมีจิตใจที่ดี ผมทุกวันต้องออกกำลังกาย เราต้องมีวินัยออกกำลังกาย อย่าขี้เกียจ แต่ชีวิตผมไม่เคยอยู่นิ่งๆ เพราะเราเป็นผู้ชายแอ็กทีฟไม่ชอบอยู่นิ่งครับ”

เป็นถึงพิธีกรหน้าหยก ไม่ถามเกี่ยวกับสเปกสาวคงไม่ได้ ทศธรรมตอบแบบไม่กั๊กว่า เขาชอบผู้หญิงสวยในแบบฉบับของตัวเอง “จะสวยแบบแขก หรือสวยแบบไทยก็ได้ อีกทั้งผู้หญิงก็ควรรักตัวเองและดูแลตัวเอง มั่นใจในตัวเองแต่ไม่ใช่หลงตัวเอง ร่าเริงสดใส ที่สำคัญควรรักครอบครัว เขาต้องรู้ใครให้ชีวิตเขามานั่นคือพ่อแม่ เพราะวันหนึ่งเธอจะเป็นแม่ที่ดีได้ จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นแม่บ้าน หรือต้องเอาใจผม ไม่ต้องทำกับข้าวเก่ง แต่ควรจะเอาใจเก่ง เป็นผู้หญิงอ่อนหวาน แต่ไม่อ่อนแอ ผู้หญิงไทยส่วนใหญ่มักจะอ่อนหวาน ส่วนเซ็กซี่ไหม มีบ้างก็ดีครับ” ทศธรรม กล่าวทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มสดใส

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ