พรพรรณ สิทธินววิธ สวยสดใสในทุกวัน

วันที่ 04 มี.ค. 2558 เวลา 11:21 น.
พรพรรณ สิทธินววิธ สวยสดใสในทุกวัน
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

เมื่อเร็วๆ นี้ ชื่อของ พอลลี่-พรพรรณ สิทธินววิธ ทายาทผู้นำเข้าแบรนด์ แคท คิดสตัน (Cath Kidston) พร้อมควบตำแหน่งนางเอกช่อง 7 สี เพิ่งเป็นที่ฮือฮาในฐานะเพื่อนสาวคนสนิทของเจี๊ยบ-ลลนา ก้องธรนินทร์ งานนี้พอลลี่ออกตัวไปแล้วว่าขอเป็นแค่คู่จิ้น แถมยังให้สัมภาษณ์ติดตลกว่าถึงจะมีดีกรีเป็นนางเอกช่อง 7 แต่เวลาไปไหนด้วยกัน คนอื่นมองว่าเธอเป็นแค่คนถือกระเป๋าของเจี๊ยบด้วยซ้ำ เพราะแฟนคลับที่เข้ามากรี๊ดเจี๊ยบหมด

แต่ถึงใครๆ จะพากันกรี๊ดเจี๊ยบ ด้วยหน้าตาที่สะสวยไม่เบาของพอลลี่ เชื่อว่าน่าจะชวนให้ใครหลายคนอยากรู้จักเธอมากกว่าในฐานะ “คู่จิ้นของเจี๊ยบ” ถ้างั้นเราไปค้นหาเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในแววตาขี้เล่นของเธอกัน

พอลลี่ บอกว่าตอนนี้งานหลักคือ การเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7 สี  กำลังถ่ายละครเรื่องคู่หูคู่เฮี้ยน ส่วนซิตคอมที่เล่นก่อนหน้านี้เรื่อง รักเต็มบ้าน เพิ่งลาจอไป นอกจากบทบาทการเป็นนักแสดง เธอยังเป็นหนึ่งในกรรมการของ แคท คิดสตัน (Cath Kidston) และวิตามิน คลับ ไทยแลนด์ ทำหน้าที่ดูแลด้านประชาสัมพันธ์และภาพลักษณ์แบรนด์

“พอลลี่ชอบทำธุรกิจค่ะ แต่ธุรกิจที่ทำเริ่มจากความชอบนะ อย่างก่อนหน้านี้พอลลี่ก็เปิดร้านเล็บ หรืออย่างแบรนด์ แคท คิดสตัน ที่บ้านนำเข้า พอลลี่ก็ชอบเพราะเป็นแบรนด์ที่น่ารัก ส่วนวิตามิน คลับ ไทยแลนด์ ก็ต่อยอดจากที่พอลลี่สนใจเรื่องความสวยความงามเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้จะประเดิมทำธุรกิจแรกของตัวเองด้วยการทำครีมขาย แต่ด้วยเศรษฐกิจบ้านเราปีนี้ไม่ค่อยดี เลยเลือกที่จะหยุดไว้ก่อน เพราะไม่อยากขาดทุน อาจจะรออีกสัก 1-2 ปี ส่วนอีกธุรกิจที่เล็งไว้คือ เปิดสปา เพราะพอลลี่ชอบและเป็นลูกค้าประจำของสปาอยู่แล้ว ตอนนี้เลยได้แต่ศึกษาข้อมูลไว้ก่อน”

ในส่วนของงานแสดง พอลลี่ บอกว่า 2 ปีที่ผ่านมากับการเป็นนักแสดงเต็มตัวค่อนข้างมีความสุขกับงาน เพราะก่อนหน้านี้เธอโตมากับวงการโฆษณาอยู่แล้ว ผ่านงานโฆษณามาหลายตัว เลยพอนึกภาพการทำงานในวงการบันเทิงออกว่าจะเป็นอย่างไร ดังนั้น พอมาทำจริงเลยไม่ต่างจากที่คิดไว้มาก แต่สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือ เรื่องความสวยความงาม

 

“เวลาออกกองบางทีต้องโดนแดดเยอะ พักผ่อนน้อย ในฐานะนักแสดงซึ่งคนอื่นคาดหวังว่าอยากเห็นเราสวยดูดีตลอดเวลา ทำให้พอลลี่เน้นเรื่องการดูแลตัวเองมาก สูตรการดูแลตัวเองของพอลลี่ไม่มีอะไรมาก ถ้าวันหยุดอยู่บ้านเน้น Eat Green กินอาหารที่ทำเอง แต่ถ้าต้องไปข้างนอกคงยากหน่อย นอกจากนี้ ก็อาศัยออกกำลังกาย ยอมรับว่าแต่ก่อนออกกำลังกายเยอะมาก เลยไม่ต้องดูแลอะไรบ้าง แต่พออายุมากขึ้นระบบเผาผลาญแย่ลง ออกกำลังกายไม่มากเหมือนแต่ก่อน ถ้าพอลลี่มาอดอาหารด้วยร่างกายยิ่งแย่ เลยต้องอาศัยหาเวลาออกกำลังกายและกินวิตามินควบคู่”

พอลลี่ บอกว่า ส่วนใหญ่เลือกออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ ถ้าช่วงไหนฟิตจะว่าย 4 วันต่อสัปดาห์ โดยส่วนใหญ่จะเลือกว่ายในสระน้ำเกลือ อีกหนึ่งกิจกรรมสำหรับช่วยฟิตหุ่นคือ การเต้น เพราะมีพื้นฐานอยู่บ้าง เลยเปิดเพลงเต้นเองที่บ้านง่ายๆ แต่เมื่อไหร่ว่างจากงานที่ทำ พอลลี่ขอแบ่งเวลามาเข้าสปา หรือไม่ก็พักผ่อนด้วยการดูหนัง ดูซีรี่ส์ เพราะนอกจากจะได้อรรถรสยังได้ศึกษาด้านการแสดงจากนักแสดงที่มากความสามารถไปด้วย

 

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาพอลลี่ในฐานะสาวสังคมก่อนจะผันตัวมาเข้าวงการ อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจกระโดดเข้ามาในวงการบันเทิง พอลลี่ บอกว่า เธอแค่เปิดรับทุกโอกาสของชีวิตที่เข้ามา จะอยู่ในบทบาทเซเลบริตี้หรือนักแสดงก็มีข้อดีเหมือนกัน

“พอลลี่ว่าสังคมเราแบ่งกลุ่มของคนเป็นดารา นักแสดง เซเลบ ทั้งที่จริงๆ คนหนึ่งคนสามารถสวมหมวกหลายใบในเวลาเดียวกัน เพียงแต่ช่องทางในการปรากฏตัวของคนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันเท่านั้น ยกตัวอย่าง เซเลบ อาจจะออกงานสังคม ส่วนดาราเข้าถึงประชาชนผ่านโทรทัศน์ ซึ่งพอลลี่มองว่าตัวเองโชคดีนะที่ได้ลองอยู่ในวงการเซเลบและเป็นนักแสดงมาแล้ว”

ถามว่า คาดหวังในวงการบันเทิงขนาดไหน พอลลี่ ตอบเสียงดังฟังชัดว่า ไม่ได้หวังว่าตัวเองจะต้องเป็นนางเอกดัง แค่ยังมีโอกาสก็ขอทำหน้าที่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ

 

“พอลลี่ไม่ได้ซีเรียสกับฟีดแบ็กที่กลับมาว่าฉันดังเป็นที่รู้จักหรือยัง แต่จะฟังฟีดแบ็กว่าผลงานเราเป็นยังไง ถ้าดีเราก็ดีใจ ไม่ดีก็เอากลับมาพัฒนาตัวเอง พอลลี่ว่าเราไม่จำเป็นต้องเอาเวลามาคิดว่าจะดังหรือไม่

สำหรับหลักการทำงาน พอลลี่ บอกว่า ในฐานะนักแสดงสิ่งสำคัญคือ การเคารพกติกาส่วนรวม เช่น ไม่มาสาย ทวนบทมาก่อนให้พร้อม วางตัวให้ดี คิดให้เยอะก่อนจะทำอะไร 

“พอลลี่คิดว่า เวลาที่เราเห็นดาราดีๆ คนหนึ่งเราก็ภูมิใจ ดังนั้น พอมาอยู่ตรงนี้พอลลี่ก็อยากให้คนอื่นมองเราว่าเป็นนักแสดงคนหนึ่งที่วางตัวดี”

 

ปิดท้ายด้วยคำถามสำคัญที่เชื่อว่าหนุ่มๆ หลายคนอยากรู้ นั่นคือมุมมองความรักของพอลลี่ ไม่เชื่อว่าผู้หญิงยุคใหม่อย่างเธอจะพูดเต็มปากว่า เคยอยากมีลูกมาก เพราะว่าชอบเด็ก เคยตั้งเป้าจะแต่งงานตั้งแต่อายุไม่เกิน 25 ปี แต่พอโตขึ้น เห็นโลกมากขึ้น เธอจึงถามตัวเองอีกครั้งว่าอยากแต่งงานมีลูกจริงหรือ หรือแค่กระแสสังคมที่บอกว่าผู้หญิงอายุ 30 ปี ก็น่าจะแต่งงานมีครอบครัวได้แล้ว

“พอโตขึ้น ตอนนี้อายุ 27 ปีแล้ว พอลลี่คิดว่า การมีลูก หมายถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ แล้วเราพร้อมหรือยังที่จะรับหน้าที่นี้ เราใช้ชีวิตคุ้มหรือยัง พอลลี่ว่าถ้าคนเรามีอายุ 80 ปี แสดงว่านี่เรายังใช้ชีวิตมาไม่ถึงครึ่งชีวิตเลย จะแต่งงานมีลูกแล้วเหรอ ตอนนี้พอลลี่เลยแพลนว่าถ้าเจอคนที่ใช่ อายุ 35-40 ปี ก็ค่อยแต่ง สมัยเด็กเราก็เพ้อไปเรื่อยว่าอยากได้คู่ครองที่ดูดี ฉลาด นิสัยดี พอโตมาถึงรู้ว่าคนในฝันมีแต่ในนิยาย ไม่มีจริง ตอนนี้เลยขอแค่เจอคนที่คุยกันรู้เรื่อง มองตาแล้วมีความสุขพอ” นางเอกสาว กล่าวทิ้งท้าย

บทความแนะนำ