ฐิติชญา บุญหลง ทำธุรกิจในสิ่งที่เป็นตัวเอง

วันที่ 23 ก.พ. 2558 เวลา 10:57 น.
ฐิติชญา บุญหลง ทำธุรกิจในสิ่งที่เป็นตัวเอง
โดย...ภาดนุ ภาพ ศุภกร ริมสมุทร์

นางแบบสาวสวยวัยยี่สิบต้นๆ หนึ่งในผู้เข้ารอบ 15 คนสุดท้ายจากการประกวดนางแบบของนิตยสาร S Cawaii ประจำปี 2010 ส้ม-ฐิติชญา บุญหลง นอกจากยึดอาชีพนางแบบแล้ว ยังได้เริ่มทำธุรกิจส่วนตัว คือเครื่องสำอางแบรนด์ “ทิชา คอสเมติก” (Ticha Cosmetic) ด้วย

“ความที่ส้มเป็นนางแบบของนิตยสารเอส คาวาอิ ที่จะมีการถ่ายแบบ ถ่ายแอดโฆษณา หรือถ่ายคอลัมน์อยู่เรื่อยๆ ซึ่งในบางครั้งส้มจำเป็นต้องแต่งหน้าเองอยู่บ่อยๆ จากแต่ก่อนแต่งหน้าไม่เป็นเลย กลายเป็นรักการแต่งหน้าไป จนกลายเป็นคนบ้าเครื่องสำอางไปเลยค่ะ (หัวเราะ)

เรียกว่าซื้อแบรนด์นั้นแบรนด์นี้มาทดลองเยอะไปหมด แต่ขณะที่เราแต่งหน้านั้น เครื่องสำอางบางตัวส้มรู้สึกว่าที่จริงมันดีนะ แต่ก็เหมือนมันขาดอะไรบางอย่างไป เพราะผิวสาวไทยจะมีความมันมากๆ โดยเฉพาะบริเวณทีโซนนี่จะยิ่งเห็นได้ชัดเลย พอทาแป้งพัฟฟ์ในตอนเช้า ตอนกลางวันแป้งก็หลุดออกหมดแล้ว บางคนเดินหน้ามันเยิ้มเลยค่ะ”

 

เหตุผลเหล่านี้บวกกับความรักสวยรักงาม จึงเป็นแรงบันดาลใจให้นางแบบสาวปิ๊งไอเดียทำเครื่องสำอางแแบรนด์ตัวเองขึ้นมา โดยเริ่มจากสินค้าตัวแรกคือ แป้งพัฟฟ์ เป็นแป้งเค้กทูเวย์ ตามติดมาด้วยเบสและไพรเมอร์ แม้จะไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนในชีวิต แต่ด้วยความมุ่งมั่น ส้มหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตและอื่นๆ จนรู้เรื่องเกี่ยวกับส่วนผสมเป็นอย่างดี และไม่ลืมมองหาโรงงานที่จะผลิตสินค้าให้ ซึ่งเธอได้ติดต่อพูดคุยกับเจ้าของโรงงานราว 4-5 ราย กว่าจะเจอกับโรงงานที่ใช่และได้มาตรฐานอย่างที่ต้องการ

 

“จากที่ส้มศึกษาและได้ไปติดต่อมา ส้มพบว่าในเมืองไทยมีโรงงานผลิตเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐานระดับโลกอยู่ไม่กี่แห่งเท่านั้น พอได้เจอกับโรงงานนี้ ส้มก็บุกไปพูดคุยกับเจ้าของถึงที่เลยค่ะ (หัวเราะ) โดยนำโปรดักต์ตัวอย่างซึ่งเป็นแบรนด์ของต่างประเทศไปให้เขาดูด้วยว่า เราอยากได้แป้งพัฟฟ์ที่มีเนื้อแป้งเนียนละเอียดแบบนี้ แต่มีส่วนผสมที่ช่วยควบคุมความมันได้มากที่สุด จะได้มั้ย

เจ้าของโรงงานก็ตอบตกลง โดยคิดสูตรมาให้ 3-4 สูตร ส้มก็นำมาทดสอบกับหน้าตัวเองอยู่ 6 เดือน จนได้แป้งพัฟฟ์ที่ใช่ ซึ่งมีเนื้อเนียน บางเบา ปกปิดความมันได้ดี และติดทนนาน เป็นโปรดักต์ชิ้นแรกที่ผลิตออกมาขาย จากนั้นตามด้วยเบสที่มีกันแดดในตัว ช่วยประหยัดเวลาในการแต่งหน้า และไพรเมอร์ซึ่งเป็นเนื้อเจลใสๆ สำหรับอำพรางรูขุมขน ซึ่งช่างแต่งหน้าส่วนใหญ่จะใช้ลงที่ใบหน้าก่อนเป็นอันดับแรกเลย”

 

ส้มบอกว่า ช่องทางการขายสินค้าของเธอก็คือเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม โดยใช้ชื่อเดียวกันว่า tichacosmetic ส่วนช่องทางอื่น เธอใช้วิธีวิ่งเข้าหาร้านขายเครื่องสำอางที่ต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย โดยนำผลิตภัณฑ์ไปให้เจ้าของร้านได้ทดลองใช้ดูก่อน ถ้าใช้แล้วดีก็สามารถโทรติดต่อกลับมาเพื่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายได้ทันที

“เครื่องสำอางของส้มราคาไม่แพงค่ะ เริ่มจาก 590-890 บาท กลุ่มลูกค้าที่วางไว้จะเป็นผู้หญิงวัย 20 ปีขึ้นไป หรือวัยเริ่มทำงาน ซึ่งเหมาะกับแป้งพัฟฟ์นี้มาก เพราะจะผสมรองพื้นด้วย สาวๆ จึงไม่ยุ่งยากในการแต่งหน้า เพราะชีวิตคนสมัยนี้ต้องเร่งรีบอยู่ตลอดเวลา โปรดักต์ของเราจึงน่าจะตอบโจทย์นี้ได้ดี”

อย่างที่รู้กันว่า ตอนนี้ตลาดเครื่องสำอางในบ้านเรา มีคู่แข่งเยอะแยะมากมายซะขนาดนี้ ย่อมต้องมีอุปสรรคให้แก้ไข

 

“อุปสรรคใหญ่ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจนี้ก็คือ คนทั่วไปยังไม่รู้จักแบรนด์เรา แรกๆ ส้มก็รู้สึกท้อเหมือนกัน แต่ก็ไม่ยอมแพ้ คราวนี้ส้มเริ่มทำโปรดักต์ตัวจริงออกมาแจกเลย ไม่ใช่ตัวเทสเตอร์ด้วยนะ ยอมลงทุนควักเนื้อตัวเอง เริ่มจากแจกให้เพื่อนๆ นางแบบได้ทดลองใช้ก่อน และส่งไปให้ บก.บิวตี้ นิตยสารและบิวตี้บล็อกเกอร์ที่น่าเชื่อถือได้ทดลองใช้

เมื่อใช้แล้วดี พี่ๆ เขาก็นำมารีวิวตามนิตยสาร ตามเว็บไซต์ให้ เพื่อนนางแบบก็บอกกันปากต่อปาก เลยได้ฟีดแบ็กที่ดีกลับมาตลอด รวมทั้งลูกค้าทางเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม คนที่เคยทดลองซื้อไปใช้ก็ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ส้มก็เลยใจชื้นขึ้นมาหน่อย รู้สึกว่าสินค้าเราเริ่มโดนใจผู้ใช้แล้วล่ะ”

จากที่เริ่มทำแบรนด์มาได้ 1 ปี ส้มบอกว่า ตอนนี้มีฐานลูกค้าที่เคยใช้แล้วกลับมาซื้อใช้อีกถึง 60% ด้วยกัน สมกับความตั้งใจที่เจ้าตัวคาดหวังไว้ แต่จากคนที่ไม่เคยทำธุรกิจมาก่อน ทำไมสาวสวยจึงกล้าลงทุนทำ ทั้งที่ต้องใช้เงินลงทุนถึง 7 หลักด้วยกัน

 

“ส้มไม่ได้มีกลยุทธ์อะไรพิเศษ มีแค่ความปรารถนาที่จะทำ ด้วยความที่เห็นคุณแม่เปิดร้านขายเครื่องสำอางมาตั้งแต่เด็ก ทำให้ส้มได้ซึมซับความชอบนี้มาด้วย ส้มคิดไว้เสมอว่าสักวันจะต้องมีแบรนด์เครื่องสำอางเป็นของตัวเองให้ได้ ขนาดที่พูดกับคุณแม่เลยว่า ถ้าเรียนจบหนูขอทำธุรกิจเครื่องสำอางแบรนด์ตัวเองนะ ก็เถียงกับคุณแม่อยู่นาน กว่าจะได้แบรนด์นี้มา” (ยิ้ม)

ส้มทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันนี้เริ่มค่อยๆ คืนทุนมาได้ครึ่งทางแล้ว โดยเธอวางเป้าหมายไว้ว่าภายในปีนี้จะลอนช์โปรดักต์ใหม่ออกมาอีก 3 ตัวคือ บลัชออน คอนซีลเลอร์ และรองพื้น

“ส้มว่าการที่เราได้ทำธุรกิจในสิ่งที่เรารักและเป็นตัวตนของเราอย่างแท้จริง แม้จะมีอุปสรรคใดๆ เข้ามา หรือสินค้าอาจจะยังไม่ดังตู้มต้ามในวันนี้ แต่สำหรับส้มแล้วการได้ลงมือทำสินค้าที่คิดว่าดีที่สุด จริงใจกับลูกค้าที่สุด ให้ลูกค้าได้ทดลองใช้แล้วบอกต่อหรือกลับมาซื้อไปใช้อีกเรื่อยๆ ส้มเชื่อว่า ทิชา คอสเมติก น่าจะไปได้ไกลค่ะ แต่อาจจะต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต