นนทินันต์ หนูพุ่ม ธุรกิจบนความเป็นไปได้ ไม่ขายฝัน

วันที่ 16 ก.พ. 2558 เวลา 10:14 น.
นนทินันต์ หนูพุ่ม ธุรกิจบนความเป็นไปได้ ไม่ขายฝัน
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ : ประกฤษณ์ จันทะวงษ์

หนุ่มน้อยหน้าใสวัย 19 เพิ่งเรียนอยู่ชั้นปี 1 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) นอกจากหน้าตาหล่อใส ความคิดความอ่านก็ยังก้าวล้ำ เหมาะสมกับการเป็นเด็กในยุคเจเนอเรชั่น Z ที่มีความคิดความอ่านมั่นใจ กล้าแสดงออก ไม่อยากทำงานในระบบ แต่อยากจะเป็นนายตัวเองด้วยการทำงานอิสระ หรือเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ ของตัวเอง

เช่นเดียวกับเขาคนนี้ ปิ๊ก-นนทินันต์ หนูพุ่ม หลังจากจบมัธยมปลายที่ปักษ์ใต้บ้านเกิด เขาก็อยากเรียนสายอาชีพเพื่อจะหางานที่สามารถสร้างธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเอง โดยไม่ต้องมาทำงานเป็นลูกจ้างใครในองค์กรใดๆ ทั้งสิ้น

เขาเล่าว่า ตอนจบมัธยมปลายเมื่อปีที่แล้ว เข้ามาเรียนต่อที่กรุงเทพฯ ตั้งใจจะไปเรียนด้านอาหารเป็นหลักสูตรปริญญาตรีเพราะมีความสนใจในด้านอาหาร เพื่อจะได้มีโอกาสทำร้านอาหารของตัวเองในอนาคต ก็เลยมาลงเรียนทางด้านของหวานด้านเค้กและเบเกอรี่ต่อที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิตธานี ก่อน 1 คอร์ส ราวๆ 2 เดือน

พอเรียนไปก็ค้นพบว่าเขาชอบงานด้านขนมเค้ก เบเกอรี่อาหารหวานของฝรั่ง ไม่ได้สนใจจะเรียนด้านอาหารคาว ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทยหรืออาหารฝรั่ง  ถ้าจะไปเรียนหลักสูตรปริญญาตรี4 ปี มันเสียเวลา สู้เราชอบอะไรก็เรียนเจาะไปเป็นเรื่องๆ ดีกว่าก็เลยไปเรียนเค้ก เบเกอรี่เป็นหลัก และขนมฝรั่งอื่นๆ สัก 2 เดือนสุดท้ายก็เบนเข็มมาเรียนบริหารธุรกิจที่เอแบค เพราะเชื่อว่าไม่ว่าจะเริ่มทำธุรกิจอะไร ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ก็ควรมีพื้นฐานเรื่องการบริหารจัดการที่ถูกต้องเหมาะสม

แม้จะเปลี่ยนทิศทางการเรียนที่ตั้งใจไว้ แต่ความตั้งใจในการจะทำธุรกิจเล็กๆ ของตัวเองไม่ได้เปลี่ยนไปตามแผนการเรียนเมื่อเขาเรียนทำขนมเสร็จ เขาก็ร้อนวิชา สานฝันตัวเองทันทีด้วยการกลับไปบ้านที่นครศรีธรรมราช เปิดหลังบ้านเป็นห้องเตรียมการทำเค้ก คุกกี้ มาการง ทันที โดยมีคุณแม่เป็นแรงหนุนที่สำคัญ

“คุณแม่ผมก็ชอบทำขนม ท่านไปเรียนทำขนมพวกนี้มาด้วยเหมือนกัน เราก็ช่วยกันคิดช่วยกันทำ ต่างคนต่างมีสูตรของตัวเอง ลองทำปรับสูตรกันมาเรื่อยๆ เอาสูตรของแม่ของผมมาลองทำกันใหม่ จนได้รสชาติที่ทุกคนลงความเห็นว่าอร่อย หนึบนุ่ม สไตล์มาการงของฝรั่งเศส แล้วเราก็เริ่มรับออร์เดอร์จากคนรู้จักแถวๆ บ้าน รับทำตอนเทศกาลปีใหม่ วาเลนไทน์ จนทำมาได้ 3 เดือน ก็มีร้านกาแฟ ร้านขนม มาออร์เดอร์ให้เราไปส่งอยู่เกือบ 10 ร้าน เปิดมาครึ่งปี เรามีออร์เดอร์ทำมาการง คุกกี้ เค้ก ทุกวัน ดีแบบเกินคาด ตอนนี้เปิดทำมาได้ปีกว่า ทุกวันหยุดผมก็กลับไปช่วยแม่ทำ เราทำกันเองกับคนในบ้าน 3 คน ไม่มีลูกจ้าง”เขากล่าวด้วยรอยยิ้มภูมิใจ

หลังจากที่ลองทำขายส่งกันมาได้ปีกว่า ก็รู้ว่ามาถูกทางมองเห็นอนาคต เห็นความเป็นไปได้ที่จะเติบโต ในที่สุด เขากับคุณแม่ตัดสินใจที่จะขยายงาน ด้วยการจะเปิดหน้าร้านพร้อมทั้งเพิ่มการขายกาแฟ เครื่องดื่มอย่างครบวงจรด้วยการไปเช่าตึกแถว 3 คูหาในทำเลหน้าตลาดริมถนน จากเดิมที่ทำกันในบ้านเขาเองย่านที่ห่างไกลไม่จอแจ ตอนที่ทำขายส่งบ้านเขาอยู่ในซอย

“คือเราเริ่มจากธุรกิจเล็กๆ จนแน่ใจว่าเรามีกลุ่มลูกค้าแน่นอนจำนวนหนึ่งอยู่ในมือ มีออร์เดอร์ที่เป็นร้านรับไปขายอยู่10 กว่าร้าน เราทำมาปีกว่าจนเห็นทางว่าขยายต่อแล้วไปได้ จึงตัดสินใจเปิดหน้าร้านของตัวเอง แล้วขยายงานให้ครบวงจร ด้วยการเปิดร้านกาแฟและเครื่องดื่มเพิ่มไปด้วย คาดว่าจะเปิดได้ภายในสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ชื่อร้านเค้กคุณหญิง เพราะคุณแม่ผมชื่อหญิง และเริ่มมีลูกจ้างเพิ่มมา 3 คนแล้ว” เขากล่าวอย่างมุ่งมั่น

สาเหตุที่เขาเลือกเปิดร้านเค้กและเบเกอรี่ส่วนหนึ่งเพราะชอบ แต่อีกส่วนเขามองว่าเป็นธุรกิจที่เริ่มต้นโดยไม่ต้องใช้ทุนเยอะ แล้วร้านขนมเป็นร้านที่เข้าได้ทุกเพศทุกวัย รับประทานกันได้ทั้งครอบครัว แล้วที่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นั้น ผู้คนชอบดื่มชากาแฟกันมาก โดยจะกินกับขนมบ้านๆ ขนมพื้นเมือง ซึ่งที่นครฯแทบจะไม่มีร้านมาการงเลย ร้านของเขาจึงได้รับการต้อนรับที่ดี

“เราอยากนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ขนมที่มีสีสันน่ารับประทาน หน้าตาน่าลิ้มลอง เป็นขนมที่ดูล้ำสมัย เป็นความแปลกใหม่ กรุงเทพฯ มาการงอาจจะเป็นของธรรมดา หากินง่าย แต่ที่นครฯ ยังเป็นของแปลกใหม่คนรุ่นใหม่ๆ ก็อยากจะลิ้มลองกันบ้าง ก็ถือว่าเป็นอนาคตที่ดี”

เขาบอกว่า มีความชัดเจนเลยว่าจบมาจะไม่ทำงานออฟฟิศที่ใด จะหาธุรกิจทำเป็นของตัวเองที่เริ่มจากเล็กๆ เงินลงทุนไม่มาก ไม่ต้องกู้ธนาคาร แล้วค่อยขยายไปเรื่อยๆ ตามกำลังทรัพย์ที่เหมาะสมอย่างการทำเบเกอรี่ของเขา เริ่มจากเงิน 3 หมื่นกว่าบาทในการซื้ออุปกรณ์เริ่มแรก ทำไปได้ 6 เดือนจึงซื้อเครื่องอบขนมเพิ่มขึ้น เตาใหญ่ขึ้น จนกระทั่งปีกว่าค่อยขยายออกมาเช่าตึกแถว 3 คูหาในตลาดเพื่อมีหน้าร้าน  พร้อมทั้งขายชา กาแฟ น้ำผลไม้ เพิ่มขึ้นด้วย โดยใช้เงินที่ได้จากปีกว่าๆ นั้นทำ ไม่ได้กู้ธนาคารใดๆ เลย ใช้เงินที่แม่ช่วยกับเงินที่ได้มา หากทำไปสักพักแล้วดีพอเลี้ยงตัวเองได้ เหลือเงินเก็บเขาก็จะลงทุน ซื้อตึกผ่อนไปขายไป ในที่สุดเขามั่นใจว่าจะเป็นเจ้าของตึกแถว 3 คูหาในอนาคต

นนทินันต์ เล่าว่า เขาได้แรงบันดาลใจมาจากอาผู้ชาย 2 คน ที่เขาสนิท ทั้งสองคนเรียนสายอาชีพทางคหกรรม คนหนึ่งเปิดร้านอาหาร อีกคนเปิดร้านแฮมเบอร์เกอร์ ธุรกิจไม่ใหญ่โตแต่ก็ไปได้ดี มีความอิสระ บริหารจัดการเวลาได้ มีรายได้พอสมควร มีความสุขในสิ่งที่เลือกทำ ดูสบายไม่เครียด เหนื่อยมากได้มาก ทำมากได้มาก เขาเลยตัดสินใจว่าจะเดินตามแนวทางของอาทั้งสองท่าน รวมทั้งที่บ้านเขาก็ค้าขายมาแต่รุ่นคุณตา เขาจึงเห็นช่องทางชีวิตว่าจะทำการค้ามากกว่าทำงานออฟฟิศ

“คือจริงๆ ผมไม่ค่อยชอบกรุงเทพฯ มันวุ่นวาย รถติดผมอยากทำงานที่บ้าน ซึ่งถ้าทำงานที่บ้านก็มีแต่งานราชการ ธุรกิจเอกชนขนาดใหญ่มีน้อย ถ้าจะทำงานเอกชนบริษัทใหญ่ๆ ก็ต้องทำงานในกรุงเทพฯ ผมจึงหาลู่ทางทำธุรกิจที่บ้านเราดีกว่า ได้อยู่กับแม่กับคนในครอบครัว”

นอกจากนี้ เขามองว่าหากเขาเรียนจบอยากจะไปทำสถานออกกำลังกายเล็กๆ ที่บ้าน เพราะต่างจังหวัดคนจะเข้าถึงฟิตเนสดีๆ ได้ก็ต้องไปตามโรงแรมหรือสวนสาธารณะเท่านั้น แต่มีกลุ่มคนทำงานชั้นกลาง มีกำลังซื้อพอสมควร อยากออกกำลังกายแบบฟิตเนสเฟิร์สยังไม่มี เราจะมีเครื่องออกกำลังกายสัก 7-8 เครื่อง มีสอนโยคะ พิลาติส ต่อยมวยฯลฯ

“ยังมองๆ อยู่ว่า ชั้น 2-3 ของตึกแถว 3 คูหาที่เราเช่าชั้นล่างทำร้านกาแฟ ชั้นบนยังว่างอาจจะเริ่มจากสอนโยคะ พิลาติส ไปก่อน เพราะคุณแม่ผมไปเรียนขั้นแอดวานซ์ที่สามารถสอนได้เลย เราจะค่อยๆ เริ่มจากสิ่งที่เรามีอยู่และทำได้ เริ่มจากเล็กไปหาใหญ่ สร้างฐานลูกค้าได้พอประมาณแล้วจึงขยาย ไม่ทำอะไรเกินตัว ไม่ทำอะไรที่ไม่ถนัดจะเลือกทำสิ่งที่ชอบที่สนใจ และเราทำได้เอง ไม่ต้องจ้างคนอื่นแล้วยืมจมูกเขาหายใจ เช่น ทำร้านอาหารจ้างพ่อครัวมา พ่อครัวออกเจ้าของทำอาหารไม่เป็นเลย แบบนี้ไม่เอา

ผมทำร้านเค้ก ผมต้องทำเค้กเป็นทำมาการงเป็น จะเปิดฟิตเนส ผมต้องรู้เรื่องโยคะ เรื่องการออกกำลังกาย ผมสอนได้ เล่นได้”

เป็นเด็กที่มีความคิดและรอบคอบ มองการณ์ไกลจริงๆ