มิตราภักดิ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ สวยด้วย อร่อยด้วย

วันที่ 20 ม.ค. 2558 เวลา 18:09 น.
มิตราภักดิ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ สวยด้วย อร่อยด้วย
โดย...โจ-ลิฟวิ่ง

แวะมานั่งร้านเกม เห้ย!!! ไม่ใช่ แวะมานั่งบอร์ดคาเฟ่ บรรยากาศเก๋ๆ มอร์แดนอะเกม (More Than A Game) ชั้น 3 ณ แอมพาร์ค จุฬาฯ ซอย 22 ก็เลยอยู่นิ่งไม่ได้ สั่งเบเกอรี่มาชิมดีกว่า แถมด้วยเกมสนุกๆ ที่รอให้สาวกเกมทั้งหลายมาท้าประยุทธ์ ขณะนั้น สายตาก็เหลือบไปเจอหญิงสาวคนหนึ่ง หน้าตาเธอสะดุดใจจนต้องต้องเดินเลียบๆ เคียงๆ ไปถามเจ้าตัว

“ขมิ้นเป็นเชฟที่นี่ค่ะ” เธอบอก จากนั้นเธอก็หันไปจัดการกับออร์เดอร์ที่ลูกค้าสั่ง ซึ่งในนั้นก็มี 2 จานเด็ดที่เราสั่งไปก่อนหน้า ไม่นานความอร่อยที่เราสั่งก็มาเสิร์ฟบนโต๊ะ จานแรก “แอปเปิ้ล คาราเมล ครัมเบิล” อีกหนึ่งคือ “ผักโขมเห็ดอบชีส” ไม่รีรอขอชิมฝีมือเชฟคนสวย

ไม่น่าเชื่อว่า ความอร่อยที่เชฟขมิ้นนำเสนอ อร่อยสมที่เฝ้ารอ กินเพลินเกินจะวางช้อนได้ นี่ไงที่เขาเรียกว่า สวยด้วย อร่อยด้วย หลังเสร็จภารกิจในครัว เชฟขมิ้น หรือ “มิตราภักดิ์ ปัจฉิมสวัสดิ์” เจียดเวลามาที่โต๊ะ และนั่นจึงเป็นการเริ่มบทสนทนาระหว่างเรากับเธอ

“เพิ่งมาเป็นเชฟได้ประมาณ 6 เดือนเองค่ะ จริงๆ ขมิ้นชอบทำขนมมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วนะ แต่ยังไม่ได้เอาจริงเอาจัง พอจบปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการโรงแรม ที่มหิดล ขมิ้นก็เลยตัดสินใจไปเรียนทำขนมเพิ่มเติมที่ฝรั่งเศส”

Ecole Nationale Superieure de la Patisserie หรือ ENSP ประเทศฝรั่งเศส คือสถาบันที่เชฟขมิ้นตัดสินใจบินไปเรียนเพิ่มเติมด้านเบเกอรี่ ที่นั่นทำให้เธอได้เรียนรู้โลกของเบเกอรี่ เข้าใจและเข้าถึงสิ่งที่เธอรัก

“ทำขนมมันต้องเป๊ะมากๆ ค่ะ อุณหภูมิต้องตามที่กำหนด ส่วนผสมก็ต้องตวง ถ้าพลาดแล้วก็จะพลาดเลย ไม่สามารถแก้ไขได้ แล้วก็จะไม่ได้ขนมตามต้องการ ซึ่งมันยากตรงนี้แหละค่ะ ไม่ใช่แค่ทำๆ ไป หรืออาศัยจินตนาการมากไปก็ไม่ได้ มันต้องควบคู่กันไปพร้อมๆ กัน เพราะจินตนาการหรือแม้แต่ความคิดสร้างสรรค์บางทีก็ใช้ไม่ได้ทั้งหมด”

ตั้งแต่เด็กๆ เชฟขมิ้นชอบเข้าครัว เธอเป็นลูกมือช่วยคุณยายทำเบเกอรี่ หยิบนั่น จับนี่ คลุกคลีอยู่หน้าเตาอบตลอด คุณยายจึงเปรียบเสมือนแรงบันดาลใจที่นำเธอไปสัมผัสกับเบเกอรี่ กระทั่งเติบใหญ่คุณยายก็ยังเป็นที่ปรึกษา คอยแนะนำวิธีทำและเคล็ดวิชาเบเกอรี่สไตล์ที่คุณยายถนัด

“คุณยายจะเป็นคนละเอียดอ่อนมากกกกกค่ะ สไตล์ทำขนมของคุณยายก็จะมีบ่นไปทำไป ถ้าทำครัวรกนี่คุณยายก็จะบ่น แล้วก็สอนว่าอย่าทำรก ต้องทำสะอาด ให้น่ามอง ขนมถึงจะน่ากิน ซึ่งพอขมิ้นมาทำขนมเอง ก็เริ่มรู้สึกว่าได้รับอิทธิพลมาจากคุณยายเหมือนกัน อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด แต่ความละเอียดอ่อน หรือความเป็นระเบียบก็มีค่อนข้างเยอะนะคะ” 

เส้นทางการทำเบเกอรี่ หรือพาสทรีเชฟของเชฟขมิ้น ว่าไปก็เพิ่งเริ่มต้น ถือเป็นก้าวแรกในชีวิต เธออาจยังไม่มากด้วยประสบการณ์ แต่สิ่งที่เราเห็นและขอยกนิ้วให้เธอคือความทุ่มเท คำว่ารักอย่างเดียวคงยังไม่พอสำหรับเชฟขมิ้น เมื่อรักแล้วก็ต้องสานต่อสิ่งที่เธอรัก ลงมือทำด้วยความสุขและสนุก

“คนที่จะมาเป็นเชฟ หรือพาสทรีเชฟ ขมิ้นว่าต้องมีความชอบก่อนนะคะ พอชอบแล้วก็ต้องรักมันให้ได้ รักที่จะทำงานเชฟ ซึ่งเป็นงานที่ไม่ได้สบายเท่าไหร่ ท้าทายค่ะ ท้าทายตัวเอง ท้าทายในสิ่งที่กำลังนำเสนอต่อลูกค้า ทุกอย่างมันไม่ง่าย ที่สำคัญ คนที่จะมาเป็นเชฟต้องชอบกินด้วยค่ะ ถ้าไม่ชอบกินนี่เป็นปัญหาใหญ่นะคะ อย่างขมิ้นเองก็ชอบกินมากๆ ค่ะ (แววตาเป็นประกาย) เพราะการได้ไปหาของแปลกใหม่กิน หรือแค่ชิม ก็จะทำให้ได้รู้รสชาติ ได้เรียนรู้ ได้ค้นหา ได้สัมผัส ได้เปิดโลกจากสิ่งที่อยู่แต่ละเมนูว่าเป็นยังไงและใช้ส่วนผสมอะไรทำ แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งของขมิ้นก็มาจากการกินค่ะ

 

ตอนทำขนมกับคุณยายก็คิดว่าขนมอร่อยรสชาติต้องมาก่อน ต้องอร่อยจริงๆ หน้าตายังไงก็ช่าง ธรรมดา หรือไม่ต้องสวยก็ยังได้ แต่พอมีโอกาสมาทำเอง ขมิ้นรู้เลยว่าคำว่าอร่อยมันต้องรวมถึงหน้าตาด้วยค่ะ เพราะหน้าตาคือจุดแรกที่จะมัดใจลูกค้า ถ้าหน้าตาโดนใจ ก็ถือว่าผ่านขั้นแรกละ ต่อไปก็เป็นเรื่องรสชาติ ซึ่งต้องอร่อยจริงๆ ไม่ใช่แค่สวยที่หน้าตา ส่วนตัวขมิ้นนะคะจะชอบคิดเมนูที่พลิกแพลงนิดหน่อย เพื่อให้เกิดความแปลกใหม่ในเมนูเดิมๆ วิธีหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ของขมิ้นก็คือเปิดดูสูตร เว็บไซต์อาหาร แล้วก็ไปตระเวนชิมร้านที่ใหม่ๆ ค่ะ ช่วยได้เยอะทีเดียว”

ก้าวต่อไปของเชฟวัย 24 เธอฝันอยากจะมีร้านเบเกอรี่เป็นของตัวเอง ภายใต้แบรนด์ที่เธอปลุกปั้นขึ้นกับมือ สไตล์และรูปแบบยังเน้นความเรียบง่าย เพิ่มลูกเล่นด้วยไอเดียแปลกใหม่ที่ไม่มากหรือน้อย รวมทั้งการนำความเป็นไทยมาผสานกับความเป็นตะวันตก อาจเป็นเบเกอรี่ลูกครึ่งที่เข้ากับลิ้นคนทุกชนชาติ

“เคล็ดลับความอร่อยของขมิ้นไม่มีอะไรมากเลยค่ะ ใส่ใจกับสิ่งที่กำลังทำ ทำด้วยความใส่ใจ ทุกๆ ขั้นตอนถ้าผ่านการใส่ใจ ก็จะได้ขนมที่อร่อย ชิมก็สำคัญนะคะ อันนี้ขมิ้นเชื่อว่าชิมแล้วจะทำให้คนที่ทำรู้ว่าขาดอะไร เกินอะไร ถ้ามั่นใจว่าสูตรโอเคแล้ว อาจจะไม่ต้องชิมทุกครั้ง แต่มือใหม่อย่างขมิ้นต้องชิมทุกครั้งค่ะ”

ก่อนจากลากับเชฟขมิ้น เราไม่ลืมที่จะขอสูตร 2 จานเด็ด มาฝากให้แฟนๆ กินดื่มโพสต์ทูเดย์ได้ลองไปทำกินที่บ้าน จานแรกเราชอบมากกว่าจานหลัง แต่ดูเหมือนจานหลังจะทำง่ายกว่าจานแรก ใครชอบจานไหนเชิญเลือกทำได้ตามสะดวก

แอปเปิ้ล คาราเมล ครัมเบิล

ส่วนผสม

วาฟเฟิล - แป้งอเนกประสงค์/ผงฟู/น้ำตาล/นม/ไข่/เนย

ครัมเบิล - แป้งอเนกประสงค์/น้ำตาล/เกลือ/เนย แอปเปิ้ลคาราเมล - แอปเปิ้ลเขียว/น้ำตาล

วิธีทำ วาฟเฟิล

- นำแป้งอเนกประสงค์ผสมกับผงฟูและน้ำตาล

- ละลายเนย นม แล้วเติมไข่ลงไป ผสมให้เข้ากัน

- เทส่วนผสมทุกอย่างรวมกัน ผสมจนเป็นเนื้อเดียวกัน เทใส่พิมพ์ เข้าเตาอบ

วิธีทำ ครัมเบิล

- แป้งอเนกประสงค์ขยำรวมกับเนย จากนั้นค่อยเติมน้ำตาลและเกลือ เป็นก้อนๆ อบให้สุก

วิธีทำ แอปเปิ้ลคาราเมล

- เคี่ยวน้ำตาลให้เป็นคาราเมล พอได้ที่ใส่แอปเปิ้ลเขียว เคี่ยวจนแอปเปิ้ลเขียวพอสุก ยกพักไว้

วิธีเสิร์ฟ

- จัดวาฟเฟิลใส่จาน ราดซอสคาราเมล ตามด้วยชิ้นแอปเปิ้ลและครัมเบิล โรยผงอบเชยนิดหน่อย เสิร์ฟคู่ไอศกรีมวานิลลาและวิปครีม

 

ผักโขมเห็ดอบชีส

ส่วนผสม

วาฟเฟิล/ผักโขม/เห็ดฟาง/มอสซาเรลลาชีส/ครีม/กระเทียม/ หอมใหญ่/เนย

วิธีทำ

- ผัดเนย กระเทียม หอมใหญ่ ในกระทะร้อน เติมผักโขมลงไป ผัดพอสุก พักไว้ - นำเห็ดฟางลงผัดกับครีม จนได้ครีมซอสเห็ดฟาง

- เตรียมส่วนผสมเข้าเตาอบ วางวาฟเฟิล ตามด้วยผักโขมผัด ราดครีมซอสเห็ดฟาง โรยมอสซาเรลลาชีส อบประมาณ 10 นาที สุกแล้วยกเสิร์ฟร้อนๆ