เขมนิจ จามิกรณ์ นักแสดงต้องตอบแทนสังคม

วันที่ 28 ส.ค. 2557 เวลา 17:08 น.
โดย...นกขุนทอง ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี 

แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ หนึ่งในนักแสดงที่มีผลงานทางหน้าจอโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง ตลอด 10 ปีที่เธอเข้าสู่วงการบันเทิง และค่อยๆ โดดเด่นจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนางเอกอันดับต้นๆ ของช่อง 7 สี

นอกจากนั้น ในหน้าสื่อต่างๆ แพนเค้กยังมีข่าวคราวให้ได้ติดตามความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ นอกจากผลงานทางการแสดง โฆษณาชิ้นปลามัน ความรักครั้งใหม่ การทำกิจกรรมเพื่อสังคม งานการกุศลเป็นอีกหนึ่งงานที่แพนเค้กทำแล้วถูกจับตามองอย่างชื่นชม

ล่าสุด อีกครั้งกับการรับคำเชิญจากรายการ “เจาะใจ” ทางช่อง 5 ในโครงการ พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน ที่เกิดจากความร่วมมือของสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ เชฟรอนประเทศไทย กองทัพบก ซึ่งแพนเค้กมาร่วมอาสาตามรอยพ่อเป็นปีที่ 2 แล้ว พร้อมออกอากาศในวันที่ 11 ก.ย.ที่จะถึงนี้ เหตุผลที่รับงานนี้นอกจากความประทับใจที่เคยร่วมงานเมื่อปีที่แล้ว อีกเหตุผลสำคัญคือ ไม่ว่ากิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวกับ “พ่อหลวง” แพนเค้กยินดีและพร้อมเสมอ

“แพนชอบมากเลย ขอใช้แรงเลย เราชอบได้ออกไปสถานที่จริง เห็นปัญหาจริง ได้มีโอกาสลงมือทำเอง ไม่ห่วงเรื่องแดด ผิวเสีย ฝ้าเลยค่ะ ตอนนั้นคิดแค่ว่าโอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ถ้าเรามัวแต่ไว้ครั้งหน้าละกัน ก็ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะมาอีกเมื่อไร ถ้ามีมาแล้วเรามีเวลาตรงกันทำทันทีค่ะ ตรงนี้เป็นโครงการที่จัดการคนตั้งแต่คนต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ แพนเป็นคนปลายน้ำได้ไปรู้เห็นปัญหาแล้วลงมือช่วยป้องกันแก้ไข แพนเชื่อว่าพลังคนสามารถขับเคลื่อนสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ได้ ซึ่งเราก็ต้องเริ่มต้นทำตั้งแต่วันนี้ และทุกคนที่มาร่วมกิจกรรมกันมาด้วยใจล้วนๆ”

งานนี้แพนเค้กต้องวิ่งเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อรณรงค์ให้ชาวบ้านหันมาอนุรักษ์ป่าไม้ แม้จะเหนื่อยแต่ก็สู้ตาย เพราะได้กำลังใจดีจาก “สารวัตรหมี” (พ.ต.ต.ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์) ที่ร่วมวิ่งไปพร้อมกัน และยังต้องนั่งรถแทรกเตอร์ ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ขึ้นเขาสูงชันเพื่อปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ คือ ชักชวนชาวต้นน้ำเพชรบูรณ์ เปลี่ยนเขาหัวโล้นเป็นเขาหัวจุก

แพนเค้กรับหน้าที่ชักชวนชาวบ้านช่วยกันฟื้นฟูลุ่มน้ำป่าสัก ด้วยการทำฝายชะลอน้ำ เพิ่มปริมาณน้ำในร่องเขา แล้วทำกังหันลมเพื่อดึงน้ำจากร่องเขาขึ้นมาไว้บนที่สูง สร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ จากนั้นปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ปลูกแฝกรักษาหน้าดินตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้ชาวบ้านพออยู่ พอกิน พอใช้ พอร่มเย็น ควบคู่กับการรักษาป่า

“เป็นครั้งแรกที่ได้นั่งรถแทรกเตอร์ขึ้นไปบนเทือกเขาต้นน้ำป่าสัก เคยได้ยินคำว่าเขาหัวโล้นมาตั้งแต่เด็ก แต่การได้มาเห็นกับตาตัวเองมันช็อกยิ่งกว่า และนี่แค่เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่เราเห็น แล้วอีกตั้งกี่ลูกกี่เทือกที่เป็นแบบนี้ แทบไม่มีต้นไม้ใหญ่สักต้น น่าสะเทือนใจมากๆ เราจึงช่วยกันปลูกต้นไม้แบบผสมผสานคนละเล็กคนละน้อย ทำฝายชะลอน้ำ คือทุกอย่างเป็นศาสตร์ของพระราชาที่ท่านทรงสอนเรานานแล้ว แต่ว่าเราอาจจะหลงลืมไป อาจเพราะเทคโนโลยีทำให้โลกเปลี่ยน ทั้งที่สิ่งที่เรามีอยู่มันอุดมสมบูรณ์ที่สุดแล้ว

“อยากฝากถึงชาวบ้านที่อยู่ตรงนี้ พวกเรามาแล้วเราก็ไป แต่ว่าทุกคนที่อยู่ที่นี่ยังอยู่ คงต้องดำเนินชีวิตต่อไป แต่เราจะใช้หลักอะไรที่จะทำให้เขาอยู่ได้อย่างยั่งยืนและพอเพียง ซึ่งการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างตามแนวทางของในหลวง มันง่ายนิดเดียวถ้าเราคิดและทำตาม แพนเชื่อว่ามันจะเกิดสิ่งดีๆ ขึ้นมาแน่นอน มาช่วยกันฟื้นฟูลุ่มน้ำป่าสักที่กำลังวิกฤตกันเถอะค่ะ เพราะสิ่งใดก็ตามที่พ่อหลวงทรงห่วงใย ลูกที่ดีทุกคนควรลงมือทำทันทีค่ะ”

ทำดีเพราะแม่สอน มีโอกาสอย่าลังเลลงมือทำ “ตั้งแต่เด็กคุณแม่พาทำบุญเข้าวัดเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ พอเราโตขึ้นได้มีโอกาสมาทำงานตรงนี้ ด้วยหน้าที่การงานของเราสามารถเป็นสื่อกลางให้กับโครงการดีๆ ได้ และด้วยกำลังเราสามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้อีก เมื่อเรามีโอกาสที่จะตอบแทน คุณแม่บอกกับแพนเสมอว่าอะไรที่เราสามารถทำประโยชน์คืนแก่สังคมได้ต้องลงมือทำเลย ทำบุญไม่ใช่แค่เข้าวัด คุณแม่บอกอย่านิ่งเฉย ทำตามกำลังที่เรามี ส่วนมากถ้ามีงานการกุศลติดต่อมา ถ้าเวลาเราได้แพนยินดีช่วยเสมอ เรื่องค่าตัวก็ขออนุญาตไม่รับ คืนกลับโครงการดีกว่า เพราะยังมีคนต้องการความช่วยเหลือจากเราอีกเยอะ เราเองก็ตั้งใจที่จะไปอยู่แล้ว น้อยงานมากที่แพนจะปฏิเสธเหตุผลเพราะเวลาไม่ได้จริงๆ”

นอกจากไปช่วยงานการกุศลของหน่วยงานต่างๆ แล้ว แพนเค้กยังจัดกิจกรรมการกุศลของตัวเองด้วย

“แพนคิดว่าเราไม่ได้ทำอะไรที่เป็นข่าวหน้าบันเทิงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถทำอะไรได้หลากหลาย มีส่วนทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ อย่างตอนนี้จะเห็นว่าหลายหน่วยงานก็มีกิจกรรมซีเอสอาร์ แพนก็มีกิจกรรมที่ทำกับครอบครัว ที่ผ่านมาก็มีวิ่งการกุศล คอนเสิร์ตการกุศล อย่างกิจกรรมคิดส์ แองเจิล คอนเทสต์ ก็ทำต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว ชวนน้องๆ อายุ 59 ปี มาเดินแบบ แสดงความสามารถพิเศษ ก็ใส่ชุดแบรนด์ของแพน Babyrosebypancake ปีนี้ที่เราทำคือธีม Prince&Princess รายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานก็นำไปร่วมสมทบทุนมูลนิธิเด็ก กิจกรรมนี้แพนก็ตั้งใจทำให้ได้ทุกปี”

10 ปีในวงการบันเทิง ในเรื่องของทักษะการแสดงนั้น ละครที่หมุนเวียนมาแต่ละเรื่องแต่ละปีนั้นได้ช่วยพัฒนาการแสดง เรียกว่ายกระดับความยากของบทขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายและพิสูจน์ความสามารถของนักแสดง อย่างผลงานล่าสุดที่ลาจอไปแล้วคือ “ปีกมงกุฎ” ที่แพนเค้กฉีกลุคนางเอกสวมบทนางร้ายแบบมีชั้นเชิง ไม่ใช่ร้ายแบบวี้ดๆ กรี๊ดคอแตก ซึ่งผลตอบรับให้เธอผ่านฉลุย ส่วนผลงานที่กำลังถ่ายทำอยู่คือ “แหวนสวาท” รับบทเป็นฝาแฝด ซึ่งจัดเป็นบทที่ท้าทายความสามารถ

“แพนว่าการที่เราทำงานนานๆ บทก็จะมีอะไรมากขึ้น ให้เราได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงได้ระดับหนึ่ง และให้ผู้ชมได้เห็นเราในบทที่หลากหลาย แพนว่าการทำงานที่บทมีพัฒนาการ ทำให้เราได้ลองอะไรที่หลากหลาย ท้าทายมากขึ้น ทำให้เราได้รู้ว่าเราสามารถพัฒนาไปได้มากน้อยแค่ไหน”

นอกจากการแสดงแล้ว สิ่งที่แพนได้เรียนรู้ตลอด 10 ปีในวงการบันเทิงไทย คือ “แพนได้อะไรเยอะมาก ได้โตเร็วขึ้น เติบโตมากขึ้น คนอาจคิดว่าเรามาอยู่ตรงนี้เดินมาอย่างเรียบง่าย สวยงาม แต่ไม่ใช่เลยค่ะ ทุกๆ วันที่แพนอยู่ตรงนี้ มีแบบฝึกหัดทำตลอด ให้เราได้ล้มลุกคลุกคลาน บางทีเราก็ท้อคิดว่ายากทำไม่ได้หรอก ไม่เอาแล้ว แต่เวลาพิสูจน์ว่าเราทำมาได้จนถึงวันนี้ ควรทำต่อไป พัฒนาตัวเองต่อไป แต่ใช่ว่าทุกวันเราทำดีหมด ก็มีบางวันที่เรารู้สึกทำได้ไม่ดี คือผ่านมาหลากหลายอารมณ์มากๆ ที่เหนื่อยที่สุดคือคน เราทำงานกับคน เจอคนหลากหลาย ต้องเรียนรู้อย่างมาก แต่แพนพยายามทำให้เรามีความสุขกับสิ่งที่เราทำเสมอ แล้วเราจะไม่ทุกข์ร้อนกับคน มันก็เป็นประสบการณ์ที่ดีที่เราได้เดินบนเส้นทางนี้”

สุดท้ายแพนบอกว่า ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาใหญ่โตแค่ไหน แต่การมีครอบครัวที่แข็งแรง รัก เข้าใจ และให้กำลังใจเสมอ ก็ไม่มีอะไรมาทำให้เธอหวั่นหรือท้อได้

“เหมือนใจเราแข็งแรงก็สามารถตั้งรับทุกอย่างได้ ถ้าคนในครอบครัวเข้าใจ ให้กำลังใจ ก็มีพลังที่จะต่อสู้ปัญหา”