อัครพล ซื่อตรง ‘ความสุขตรงหน้าคือการทำอาหาร’

วันที่ 08 ส.ค. 2557 เวลา 17:06 น.
อัครพล ซื่อตรง ‘ความสุขตรงหน้าคือการทำอาหาร’
โดย...ปอย

ร่ำเรียนมาทางโฆษณา เส้นทางหลังเรียนจบจึงมุ่งไปทางเป็นหนุ่มเอเยนซีอยู่พักหนึ่ง แต่ด้วยโชคชะตาคงกำหนดมาแล้วว่าต้องยึดอาชีพมาเป็นคนอยู่ในครัว ขลุกอยู่กับการปรุงอาหารเสิร์ฟคนให้เอร็ดอร่อย กอปรด้วยความรักการทำอาหารเป็นลูกมือคุณแม่ตั้งแต่วัยรุ่น “เชฟก้อง” อัครพล ซื่อตรง จึงหักเหเปลี่ยนงานในขณะที่เรียนต่อปริญญาโทที่อังกฤษ จุดเริ่มต้นอาชีพใหม่ เกิดขึ้นที่โรงแรมในเครือเจดับบลิว แมริออท และไปเพิ่มประสบการณ์ด้านเพสทรี้ เชฟ (Pastry Chef) ที่โรงแรม เดอะ รอยัล เฮาส์การ์ด ซึ่งเป็นบูติกโฮเต็ลเล็กๆ หรูหรา ใกล้ๆ ลอนดอน อายส์ เส้นทางเปลี่ยนพลิกผันทำให้ไปใช้ชีวิตอยู่อังกฤษเป็นหลักและกลับมาเมืองไทยทุก 2 เดือน

เชฟก้อง บอกว่า เส้นทางนี้คือ “Dish it my way” ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับรายการทำอาหารได้ใจวัยรุ่นด้วยแนวทางสตรีทฟู้ดที่มีพื้นฐานคุกกิ้งในแบบโรงแรม 5 ดาว เชฟก้องนำเสนอวิธีทำง่ายๆ เก๋ๆ ประจำทางช่องสไมล์ของจีทีเอช ซึ่งทุกๆ สองเดือนที่กลับเมืองไทย เชฟก้องสนุกกับการงานเชฟส์เทเบิ้ล เมื่อมีเพื่อนรอบข้างเรียกร้องเข้ามา

“เป็นการทำแบบเล็กๆ ไปก่อนครับ 8 ที่ ผมก็คิดเมนูว่าใครชอบอะไรผมก็จะทำจานนั้นให้เขากิน ไม่ได้เซตเมนูให้เลือกแบบ 25 อย่างอะไรแบบนั้นนะครับ คอนเซ็ปต์ทำอาหารที่คนรีเควสน่าสนุก ตื่นเต้นกว่า (บอกพร้อมรอยยิ้ม) ผมชอบอาหารคาวก็มีพื้นฐานจากงานครัวของแม่ แล้วก็ทำเป็นสไตล์ของตัวเอง แต่เมื่อหันเหมาทำเป็นอาชีพก็ต้องไปเรียนเป็นเรื่องเป็นราว ที่ เลอ กอร์ดอง เบลอ ลอนดอน ไม่ได้เรียนอาหารคาวนะครับ เพราะมีพื้นฐานทำเองได้หลายๆ จาน ผมจึงเลือกเรียนทำขนมหวานและได้เริ่มงานเพสทรี้ เชฟ แล้วการเลือกเรียนทำขนมก็เพราะเป็นการปรุงที่ซับซ้อนยุ่งยากกว่าอาหารคาวมาก ผมไม่มีพื้นฐานทางด้านขนมหวานเลยด้วยครับ

คนอังกฤษก็กินขนมกันเยอะกว่าคนไทยนะครับ เพราะหลังอาหารแต่ละมื้อเขาก็จะกินขนมรสชาติหวานๆ สักหน่อย ตบท้ายทุกมื้ออย่างเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งไม่นับรวมขนมชิ้นเล็กๆ ในช่วงทีไทม์อีกด้วย ก็เรียกว่าการใช้ชีวิตที่นั่นได้ประสบการณ์การทำขนมเยอะมากๆ แต่สไตล์การทำอาหารของผม ผมชอบทำอาหารคาวด้วยครับ และรู้สึกว่าอาหารสตรีทฟู้ดบ้านเรามีเสน่ห์และรสชาติดีมาก เช่น หมูปิ้ง หรือบะหมี่เป็ดย่าง ในขณะที่ลอนดอนมีแค่ฟิชแอนด์ชิปเท่านั้นนะครับ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเท่าบ้านเราแน่นอน (หัวเราะ) ผมจะนำอาหารสตรีทฟู้ดมาสร้างสรรค์เป็นเมนูเสิร์ฟแบบอาหารฝรั่ง แล้วก็เป็นความได้เปรียบของเพสทรี้ เชฟ แต่ก่อนผมทำพายไม่เป็นเลย พอมาเรียนทำขนมก็ทดลองปรับสูตรต่างๆ ด้วยตัวเอง เช่น คีช (Quiche) กะเพราเป็ดย่าง ผมครีเอทมาจากผัดกะเพราเป็ดใส่ลงในแป้งทาร์ต มีส่วนผสมของไข่ไก่ ครีมและชีสลงไป แล้วนำเข้าเตาอบประมาณ 40 นาที ให้รสชาติเผ็ดร้อนถูกปากคนไทยมากขึ้น

 

ผมมีความเชื่อว่าทุกคนสามารถทำอาหารได้นะครับ ลองทำดูเถอะครับ (ย้ำพร้อมรอยยิ้ม) ใครชอบอาหารจานไหนที่ผมทำ แล้วถ้าถามผมไม่เคยกั๊กสูตรรับรองทำตามได้เลย ลองกลับไปทำแล้วติดตรงไหนก็ถามได้เลยครับ อย่างเช่นพวกอาหารที่ใช้เตาอบสูตรของฝรั่งอาจจะใช้อุณหภูมิ 180 องศา แต่ในบ้านเราอาจลดอีก 1 สเต็ป ใช้อุณหภูมิแค่ 170 องศา ผมชอบแชร์ประสบการณ์การทำอาหารแล้วการเป็นเชฟอยู่แต่ในครัวก็จะพลาดโอกาสนั้นไปเลย จึงตัดสินใจลาออกจากโรงแรมที่อังกฤษเพื่อจะได้ทำรายการอาหารทางทีวี ทุกๆ สองเดือนผมกลับมาเมืองไทยเพื่อทำงานจริงๆ จังๆ ครับ และรับทำเชฟส์เทเบิ้ลเมื่อมีโอกาส

การไม่ได้นำเสนอคิดเมนู 25 อย่าง เพราะคนนี้กินกุ้งไม่ได้ คนนั้นแพ้ถั่ว อีกคนกลับชอบซีฟู้ด แต่ผมต้องทำอาหารให้เขากินบนโต๊ะเดียวกัน ผมจึงไม่มีซิกเนเจอร์ดิชนะครับ (ยิ้ม) แต่ผมสนุกกับการคิดโจทย์จากตรงนี้ ความสุขของทำปรุงอาหารคือเห็นคนกินมีความสุข แล้วผมก็อยากได้ความรู้สึกนั้นตลอดเวลา งานเชฟจึงไม่แค่สนุกๆ แต่อยู่ในครัวอากาศร้อน ต้องอดทน และการแบกรับความแฮปปี้ของคนกิน บางครั้งเราก็ต้องแบกรับปัญหาต่างๆ นานมากกว่าที่คิดนะครับ

ความสุขของผมคือการทำอาหารครับ (บอกอีกครั้ง) ให้วันนั้นผมทำงานเหนื่อยแค่ไหน กลับถึงบ้านถ้าได้ทำอาหารค่ำกินเอง ก็กลายเป็นว่าหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แล้วจากเครื่องปรุงหลายๆ อย่าง เราสามารถสร้างสรรค์ให้กลายเป็นอาหารอร่อยๆ สวยๆ ตรงหน้าได้หนึ่งจาน โดยเป็นการสร้างขึ้นมาได้เพียงคนเดียวโดยไม่ต้องรอคอยคนอื่นเหมือนตอนทำโฆษณาที่กว่าจะเสร็จเรียบร้อย ต้องรอคอยงานจากคนอื่นแผนกอื่นๆ ด้วยตามระบบ งานชิ้นนั้นจึงจะเสร็จสมบูรณ์” เชฟก้อง บอกพร้อมรอยยิ้ม

คุณสมบัติเพสทรี้ เชฟ จังหวะต้องแม่นยำ เป๊ะ มีการวางแผนลาวงหน้าก่อนลงมือทำและตัดสินใจได้รวดเร็ว และในบางเวลาก็ต้องใจเย็นกับการรอคอย “เชฟก้อง” อัครพล ย้ำบอกจึงเป็นการทำงานท้าทายบนพื้นฐานค่อนข้างใจร้อน ใครอยากชิมขนมหวานสไตล์อังกฤษ เชฟก้องไม่ลืมนำเสนอขนมไทยใช้ทองม้วนเป็นหนึ่งในเครื่องปรุง คนไทยกินได้ ฝรั่งก็กินดี

ช็อกโกแลตครีม แผ่นช็อกโกแลตทองม้วน และเจลส้ม

ส่วนผสม แผ่นช็อกโกแลตทองม้วน

1.ทองม้วนบดหยาบ 50 กรัม

2.ช็อกโกแลตผสมเฮเซลนัท (Nutella) 50 กรัม

3.ดาร์กช็อกโกแลต 70 กรัม

วิธีทำ

ละลายช็อกโกแลตกับช็อกโกแลตเฮเซลนัทแล้วผสมทองม้วนบด คลุกให้เข้ากัน เตรียมกระดาษสำหรับรองอบขนม นำส่วนผสมเทลง ปิดทับด้วยกระดาษอีกชั้นหนึ่ง รีดให้ได้ความหน้าประมาณ 3 มล. นำไปแช่เย็น

ส่วนผสม ครีมช็อกโกแลต

1.ครีม 60 กรัม

2.นม 120 กรัม

3.ไข่แดง 2 ฟอง

4.น้ำตาลทราย 35 กรัม

5.ดาร์กช็อกโกแลต 90 กรัม

วิธีทำ

ละลายช็อกโกแลต

ต้มครีมและนม ระหว่างรอครีมและนมเดือด ตีไข่แดงกับน้ำตาลให้เข้ากัน

เทนมลงในส่วนผสมของไข่แดงแล้วตีจนเข้ากันดี จากนั้นเทกลับลงในหม้อ

คนส่วนผสมนี้บนไฟอ่อน จนกระทั่งได้อุณหภูมิประมาณ 80 องศาเซลเซียส

นำส่วนผสมของครีมผสมกับช็อกโกแลต คนให้เข้ากันดี ทิ้งให้เย็น

ส่วนผสม เจลส้ม

น้ำส้มคั้น 100 มิลลิลิตร

ผงวุ้น 2 กรัม

วิธีทำ

ต้มน้ำส้มคั้นกับวุ้นให้เดือด คนให้วุ้นละลายดี ทิ้งให้วุ้นแข็งตัวแล้วจึงใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด