เฮนรี่ จอร์แดน ประสบการณ์ช่วยสร้างฝีมือ

วันที่ 25 ก.ค. 2557 เวลา 17:04 น.
เฮนรี่ จอร์แดน ประสบการณ์ช่วยสร้างฝีมือ
โดย...ภาดนุ ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี 

ก่อนที่ เฮนรี่ จอร์แดน เชฟหนุ่มวัย 26 ปี ชาวอเมริกัน จะมาประจำอยู่ที่ห้องอาหารเอลิเมนท์ (Elements) ของโรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ ในฐานะเชฟ เดอ คิวซีน เชฟเฮนรี่เล่าว่า เขาเริ่มอาชีพเชฟมาตั้งแต่อายุ 14 ปี ที่รัฐโรดส์ ไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

“ผมเริ่มอาชีพเชฟที่บ้านเกิดของตัวเอง จากนั้นจึงได้ไปเรียนรู้จากหัวหน้าเชฟของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองนอร์ทแคโรไลนา แล้วจึงไปเป็นเชฟที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ บนเกาะมาเฮ เซเชลล์ คูลัมบา รีสอร์ท ที่มัลดีฟส์ หลังจากนั้นก็ไปเป็นเชฟ เดอ คิวซีน ของร้านอาหารโอเชียนกริลล์ โดยมีหน้าที่ดูแลเรื่องอาหารทั้งหมดของร้าน ต่อมาผมได้ย้ายไปทำงานที่ร้าน ZEZ ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสสุดหรู แล้วจึงย้ายกลับไปที่บ้านเกิดโรดส์ไอส์แลนด์ เพื่อไปเป็นเอกเซ็กคิวทีฟ ซู เชฟ ที่โรงแรมดิโอเชียนเฮาส์ ก่อนจะย้ายมาเป็น เชฟ เดอ คิวซีน ที่ห้องอาหารเอลิเมนท์ในตอนนี้”

เชฟเฮนรี่บอกว่า หน้าที่หลักของเขาที่ห้องอาหารเอลิเมนท์ ซึ่งเป็นห้องอาหารสไตล์โมเดิร์นอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ดก็คือ ทำทุกอย่างตั้งแต่ครีเอตเมนูใหม่ๆ รวมทั้งควบคุมดูแลอาหารทุกจานให้ออกมาดีทั้งรสชาติและรูปลักษณ์ที่สวยงาม ซึ่งจากการพิจารณาของเราแล้วสรุปได้ว่า เชฟเฮนรี่เป็นเชฟที่มีพรสวรรค์มากคนหนึ่ง เพราะเขามีทั้งประสบการณ์ในโรงแรมระดับห้าดาวหลายแห่ง อีกทั้งยังมีทักษะในการบริหารงานที่ดีเยี่ยมอีกด้วย

“ผมเคยทำงานในร้านอาหารที่มีชื่อเสียงมาหลายร้านแล้ว ก็มีความประทับใจในหลายๆ อย่าง แต่กับที่เอลิเมนท์ สิ่งที่ผมประทับใจนอกเหนือจากสไตล์การตกแต่งของร้านที่ดูโมเดิร์นที่สุดที่เคยอยู่มาแล้ว (หัวเราะ) ผมยังประทับใจในเรื่องการทำงานเป็นทีมเวิร์กของคนไทยด้วย ผมชอบที่คนไทยมีความยิ้มแย้มแจ่มใส ซื่อสัตย์ ให้ความเคารพต่อหัวหน้า แถมยังฉลาดด้วย เราจึงทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น อีกอย่างหนึ่งคือคนไทยมีทักษะในการทำอาหารที่ดี จึงไม่ต้องมาสอนอะไรมากเลย”

 

เชฟเฮนรี่บอกว่า จุดมุ่งหมายหลักของเขาในการมาเป็นเชฟใหญ่ประจำห้องอาหารเอลิเมนท์ เพื่ออยากที่จะนำเสนอเมนูอาหารในสไตล์ตัวเองให้คนไทยได้รู้จักและทำให้เอเลเมนท์เป็นห้องอาหารที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยอาศัยความคิดสร้างสรรค์และความคล่องแคล่วของเขา เป็นส่วนเสริมให้ประสบการณ์การรับประทานอาหารที่ห้องอาหารเอเลเมนท์สนุกสนานและเป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญอีกอย่างก็คือเขาอยากที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ที่ตัวเขาได้ไปทำงานด้วย (รวมถึงประเทศไทย) ว่าแต่ละที่มีวัฒนธรรมเป็นอย่างไร

“ถ้าถามถึงการวางแผนอาชีพเชฟในอนาคตของผม บอกได้เลยว่าผมยังไม่ได้คิดอะไรไกลมาก เพียงแค่ทำให้ดีที่สุดในทุกๆ วัน แค่นี้ก็เป็นสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดแล้ว ไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะทำงานที่นี่กี่ปี ที่นั่นกี่ปี ผมคิดว่ามันขึ้นอยู่กับโอกาสที่จะเข้ามาในอนาคตมากกว่าว่ามันจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงตอนนั้นค่อยมาคิดกันอีกทีครับ”

เชฟหนุ่มบอกอีกว่า เขาไม่ได้เข้าเรียนโรงเรียนทำอาหารชื่อดังเพื่อที่จะเป็นเชฟแต่อย่างใด แต่เขาใช้วิธีการฝึกเพื่อที่จะเป็นเชฟโดยอาศัยประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้ของตัวเองมากกว่า เราจึงไม่แปลกใจเลยที่เขาอายุยังน้อย แต่ก็สามารถก้าวมาเร็วในสายอาชีพเชฟได้ขนาดนี้ “ผมคิดว่าผมมีโอกาสที่ดีที่ได้เริ่มต้นฝึกอาชีพเชฟในร้านอาหารที่มีชื่อเสียง เมื่อคนอื่นทราบประวัติการทำงานของผม มันจึงเป็นการการันตีไปถึงฝีมือการทำอาหารของผมได้ดีในระดับหนึ่งด้วย ซึ่งจุดนี้ทำให้พวกเขายอมรับในฝีมือของผมไปด้วย”

เมนูสำหรับวันนี้ที่เราจะได้ชิมฝีมือเชฟเฮนรี่ มีชื่อว่า “Root Beer Float” Foie Gras Terrine ที่มีส่วนผสมของรูทเบียร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบมาตั้งแต่เด็กๆ โดยชั้นล่างสุดจะเป็นตับห่านบด ตรงกลางเป็นรูทเบียร์เยลลี ส่วนชั้นบนสุดจะคล้ายๆ กับโฟมนมนุ่มๆ ซึ่งโรยด้วยรูทเบียร์เยลลี่ที่ทำเป็นเม็ดกลมๆ อีกที แหม! ฟังดูแล้วพิถีพิถันน่ากินมากๆ