นนทวรรณ จิตวัฒนากร จากสาวไอทีสู่เชฟขนมสุดเท่

วันที่ 18 ก.ค. 2557 เวลา 09:45 น.
นนทวรรณ จิตวัฒนากร จากสาวไอทีสู่เชฟขนมสุดเท่
โดย...พุสดี ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน / วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

เอ่ยชื่อร้านชิกาลิเชียส ดีเสิร์ท บาร์ (Chikalicious Dessert Bar) ร้านขนมสุดเก๋ที่เปิดให้บริการความอร่อยของสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว ที่เซ็นทรัล เอ็มบาสซี แฟนร้านขนมสุดชิกที่โด่งดังสุดในนิวยอร์กคงร้องอ๋อ แต่ใครที่ยังมัวลังเลไม่ไปลองสักทีขอบอกว่าอย่าช้า เพราะที่นี่นอกจากขนมจะหน้าตาดี แถมอร่อยแล้ว ว่ากันว่าเชฟร้านนี้สวยฝุดๆ

ว่าแล้วต้องตามไปพิสูจน์ วันนี้เรานัดกันไปเปิดห้างและเปิดร้าน เพราะนัดหมายตอน 10 โมงเช้า เมื่อไปถึงร้านเลยได้เห็นภาพของเชฟและลูกมือกำลังขะมักเขม้นเตรียมวัตถุดิบไว้ทำขนมอร่อยๆ งานนี้เชฟตั้มนนทวรรณ จิตวัฒนากร เลยขอคุยไปเตรียมส่วนผสมไป ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นการพูดคุยที่ได้อรรถรสไปอีกแบบ

เชฟตั้มในฐานะ 1 ใน 4 หุ้นส่วนของร้านเล่าถึงที่มาของร้านว่า แรกเริ่มหุ้นส่วนทั้ง 4 คนใช้ชีวิตอยู่ที่นิวยอร์ก และก็เป็นแฟนของร้านขนมชื่อดังแห่งนี้ จนกระทั่งเมื่อหลายปีก่อนเพื่อนในกลุ่มเกิดไอเดียว่า น่าจะซื้อแฟรนไชส์ร้านนี้ไปเปิดในไทย ปรากฏว่าแม้หนึ่งในหุ้นส่วนจะรู้จักกับชิกาเจ้าของร้านชิกาลิเชียสเป็นการส่วนตัว แต่เธอก็ไม่ยอมขาย ตื๊อไปตื๊อมาอยู่ 3-4 ปีจนเขาเห็นความตั้งใจถึงยอมใจอ่อน

“เวลาตั้มกับหนามเตยเชฟสาวสวยอีกคนของร้านนี้กลับมาเมืองไทย เรามักจะมองหาร้านขนมแบบชิกาลิเชียสแต่ไม่มี เคยคิดกันว่าน่าจะเอามาเปิดในไทย แต่อย่างที่บอกว่าทางเจ้าของไม่ยอม เพราะแม้แต่ร้านเขาเองที่นิวยอร์กก็เป็นร้านเล็ก เล็กกว่าสาขาที่เมืองไทยอีก ทั้งที่ขายดีมาก มีลูกค้ามาต่อแถวซื้อตลอด แต่เขาไม่ยอมขยาย เพราะอยากคุมเรื่องคุณภาพให้ได้ และเจ้าของก็เชื่อว่าถ้าลูกค้าอยากกินจริงๆ ต้องรอได้”

 

สุดท้ายถึงจะยอม แต่เขามีข้อแม้ว่า เราต้องรักษาคุณภาพของเขาให้ได้ ตั้มกับหนามเตยในฐานะเชฟก็ต้องไปเทรนกับเขาคนละ 3 เดือน ถามว่ามีพื้นฐานด้านการทำขนมมาก่อนหรือไม่ ตั้มตอบว่าแทบจะไม่มี เพราะเธอชอบทำอาหารมากกว่า แต่ตอนที่จะไปเรียนกับเขา พอดีก่อนหน้านั้นเรากลับมาอยู่เมืองไทย เลยไปลงเรียนคอร์สทำขนมที่กอร์ดอง เบลอ

“จริงๆ พื้นฐานด้านการทำขนมอาจไม่ใช่สิ่งที่ชิกาต้องการ แต่เขาอยากได้คนที่มีใจจะทำมากกว่า เพราะตอนไปเทรนงานค่อนข้างหนัก ทำทุกอย่างจนสุดท้ายเลื่อนมาทำหน้าบาร์ เข้าใจหัวอกนักแสดงที่บอกว่าตื่นเวที เพราะเวทีของเชฟ คือ หน้าบาร์ ที่ต้องเจอลูกค้า ทำขนมไป คุยกับลูกค้าไปด้วย ก็ต้องใช้สมาธิการในการทำพอสมควร”

ทุกวันนี้ตั้มบอกว่าทำงานวันละ 10 ชั่วโมง ยืนทั้งวัน เข้างานตั้งแต่เที่ยงวันเลิกงานตี 1 ถึงร้านจะปิด 4 ทุ่ม แต่ก็ต้องอยู่เก็บกวาด เตรียมวัตถุดิบสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ เรื่องวันหยุดไม่ต้องพูดถึงเพราะไม่มี ตั้งแต่เปิดร้านมาไม่เคยมีวันหยุด จะมีเวลาพักได้นั่งคือตอนกินข้าว ถามว่าเหนื่อยไหมมีบ้างแต่สนุก

“การมีร้านขนมเป็นความฝันตั้งแต่เด็กที่ไม่เคยคิดว่าจะเป็นจริง พอวันหนึ่งได้ทำ ก็อยากทำอย่างเต็มที่ เหมือนเป็นโบนัสชีวิต 2 ต่อ ได้ทำงานที่รัก ได้กลับมาอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ เพราะหลังจากไปเรียนและทำงานที่นิวยอร์กเป็นเวลาเกือบ 10 ปี ที่ไม่ได้อยู่เมืองไทยดูแลคุณพ่อคุณแม่ ช่วงหลังแม้จะทำเรื่องจากบริษัทด้านไอทีที่ทำอยู่มาประจำที่สิงคโปร์ ก็ได้เจอกับคุณพ่อคุณแม่อย่างมากก็วันหยุด แต่ทุกวันนี้คือได้อยู่ใกล้กันมาก”

สุดท้าย เชฟตั้มย้ำว่า การจะทำอะไรให้ประสบความสำเร็จ ต้องทำด้วยใจรัก เพราะคนที่จะประสบความสำเร็จต้องทำงานหนัก ต้องกระหายที่จะพัฒนาตัวเอง ดังนั้นถ้าทำในสิ่งที่ไม่รัก สิ่งเหล่านี้ย่อมไม่เกิด