ทำที่ชอบ เลือกที่ใช่ สไตล์ กานต์ พรพิไลลักษณ์

วันที่ 09 มิ.ย. 2557 เวลา 09:49 น.
ทำที่ชอบ เลือกที่ใช่ สไตล์ กานต์ พรพิไลลักษณ์
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน&

หนุ่มน้อยหน้าเกาหลี วัย 24 ปี กานต์ พรพิไลลักษณ์ เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด ของบริษัท พรพรหมเม็ททอล ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์โลหะ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรม นั่นคืองานในภาคกลางวันของเขาที่ต้องช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว ส่วนอีกบทบาทหนึ่งหลังเวลางานปกติ ก็คือเขารับอีกหน้าที่เป็นกรรมการผู้จัดการร้าน Beer Factory ผับสไตล์ยุโรป ที่เดอะ ศาลายา ตรงข้ามมหาวิทยาลัยมหิดล อันถือว่าเป็นธุรกิจที่เขาร่วมกับเพื่อนๆ เรียกว่าสวมหมวก 2 ใบ ใบหนึ่งคือธุรกิจครอบครัว หมวกอีกใบเป็นธุรกิจที่ชอบและใช่สำหรับธุรกิจแรกที่เริ่มเอง

เขาบอกว่า งานหลักก็คือการช่วยงานธุรกิจของครอบครัว ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ของลูกชายคนโต ที่ควรอย่างยิ่งจะต้องช่วยแบ่งเบาภาระของคุณพ่อคุณแม่ เพราะน้องชายกำลังเรียนวิศวกรรม ซึ่งเขาก็มีหน้าที่ดูแลทางด้านฝ่ายขายและการตลาด ซึ่งก็เป็นธุรกิจที่ค่อนข้างอยู่ตัวแล้ว แต่ด้วยความที่ยังเป็นวัยรุ่นที่เป็นธรรมดาที่ยังอยู่ในวัยที่ยังอยากจะมีสีสันปาร์ตี้ยามค่ำกับกลุ่มเพื่อนฝูงบ้าง ประกอบกับการที่อยากจะลองทำธุรกิจเล็กๆ เป็นของตัวเองดูบ้างเพื่อเป็นการหาประสบการณ์

“คือผมเองยังไม่แน่ใจว่าเราชอบอะไรจริงๆ ที่คิดว่าสนใจตอนนี้คือการทำคาร์แคร์กับการทำร้านอาหาร เนื่องจากเป็นการลงทุนที่ไม่ต้องใช้เงินมาก ไม่ต้องใช้แรงงานมากเกินไป ก็เลยเริ่มที่ร้านอาหารกึ่งผับดูก่อน หนึ่งเราก็ต้องไปดื่มไปกิน ไปเจอเพื่อน งั้นเราเปิดร้านของเราเองดีกว่า แทนที่จะไปเที่ยวสังสรรค์ที่นั่นที่นี่เรามาดูแลร้านมาหาเงินดีกว่าออกไปใช้เงินจริงไหมครับ (หัวเราะ) เอาแบบที่เราชอบและใกล้ตัว หากมีประสบการณ์มีเงินลงทุนมากกว่านี้ก็ขยายสาขา หรือต่อยอดไปทำธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจต่อไป ตอนนี้อยู่ในวัยเรียนรู้ลองทำนั่นทำนี่ให้แน่ใจว่าชอบหรือถนัดอะไรจริงๆ อย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำดีกว่านั่งฝันเฉยๆ ชอบก็พยายามลงมือทำเลย” เขากล่าวอย่างตั้งใจ

สำหรับการศึกษา เขาจบการศึกษามัธยมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล สายคณิตอังกฤษ จากนั้นสอบติดที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตอนแรกเลือกเรียนด้านดนตรีเพราะเป็นคนชอบดนตรี และชอบเล่นกีตาร์เป็นชีวิตจิตใจ สามารถสอบติดได้ ถึงแม้จะหัดเล่นกีตาร์ได้เพียงไม่กี่ปี แต่ตัดสินใจไม่เข้าเรียนที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ แล้วเลือกที่จะเปลี่ยนไปสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพแทน โดยเลือกคณะบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ

“ผมมองว่าต่อไปต้องมาช่วยธุรกิจที่บ้าน เพราะพ่อแม่แก่ขึ้นทุกวัน ต่อไปตัวเองก็คงต้องมาช่วยบริหารธุรกิจของครอบครัว เพราะน้องชายอีกคนมีความสนใจไปทางวิศวกรตามที่เรียนมา หากไม่คิดมาดูแลธุรกิจก็คงไม่มีใครทำ”

หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ได้มาทำงานที่บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น แล้วจากนั้นก็ทำงานที่ บมจ.พรพรหมเม็ททอล ตำแหน่งการตลาด ในเวลากลางวัน ควบคู่การบริหารร้าน Beer Factory โดยใช้เวลาหลังเลิกงานเข้ามาบริหารร้าน

 

“การทำงานที่ พรพรหมเม็ททอล เริ่มต้นเหมือนพนักงานทั่วไป ไม่ได้อภิสิทธิ์อะไร พนักงานบางคนก็ไม่รู้ว่าผมเป็นลูกของผู้บริหารด้วยซ้ำ เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เคยคิดว่าโตขึ้นจะทำอาชีพอะไรก็ได้ แต่ว่าจะไม่ทำงานหนักเหมือนพ่อกับแม่แน่ๆ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง เมื่อหันกลับไปมองคุณพ่อกับคุณแม่ สิ่งที่ทั้งสองคนทำงานหนักก็เพื่อตนและน้อง หากไม่มีใครมาช่วยสานต่อก็เป็นเรื่องน่าเสียดาย และเพื่อจะได้แบ่งเบาภาระจากทั้งสองท่านบ้าง”

เรื่องความคาดหวังกับการทำงาน เขาบอกว่าธุรกิจของครอบครัวก็คือทำให้เจริญมั่นคง มียอดขายที่โตขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งยอดขายในปีที่ผ่านมาก็เกือบ 1,500 ล้านบาท อย่างน้อยก็พยายามโตปีละไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ธุรกิจส่วนตัวก็ทำให้รอดไม่ขาดทุน หลังจากที่เปิดมา 2 เดือนกว่าก็มีแนวโน้มไปได้ดี แต่ถ้าจะพลาดไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ อย่างน้อยเขาคิดว่าอายุยังน้อย ยังมีเวลาที่จะเริ่มต้นได้ใหม่ ก็ดีกว่าไม่ได้ลงมือทำอะไรของตัวเองเลย เพราะเชื่อว่าการผิดพลาดก็คือการเรียนรู้อย่างหนึ่ง เพื่อจะไม่ให้เราได้ผิดพลาดซ้ำ ไม่มีใครถูกทุกเรื่องและก็ไม่มีใครผิดทุกเรื่องเขาเชื่อเช่นนั้น สำหรับเขาแล้วคนที่ไม่เคยผิดพลาดเลยคือคนที่ไม่เคยทำอะไรนั่นเอง

กานต์ บอกว่า เขาชอบสไตล์การทำงานและการดำเนินชีวิตของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ นักลงทุนในตลาดหุ้นที่โด่งดังและเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก นั่นคือมีการทำงานที่เรียบง่ายสมเหตุสมผล แม้จะร่ำรวยมหาศาลแต่ก็ไม่ติดในวัตถุนิยมเขายังอยู่ในบ้านหลังเดิมไม่ใช่คฤหาสน์ใหญ่โต ยังใช้รถญี่ปุ่นคันเล็ก ไม่ใช่รถยุโรปโก้หรูอะไร ที่สำคัญก็คือรวยแล้วยังใจบุญแบ่งปันให้สังคมบริจาคให้กับองค์กรการกุศลมากมาย อีกคนคือคุณตัน ภาสกรนที ก็ชอบในความเป็นนักการตลาดของเขาที่ขายตัวเองได้ดีไม่แพ้สินค้า เขาเป็นแบรนด์ให้กับสินค้าได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้บริหารที่ดีนั้น กานต์ นิยามว่า ต้องอย่าลืมตัวเอง อย่าดูถูกคนอื่น เอาใจเขามาใส่เรา รับฟังมากกว่าพูด เรียนรู้อยู่เสมอ “ที่สำคัญอย่ากลัวผิดพลาด เพราะเราพร้อมเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ และมองโลกในแง่ดีเข้าไว้ครับ”

หากพอมีเวลาว่าง กานต์จะหยิบกีตาร์มาเล่นทันที แนวเพลงที่ชอบเป็นเมทัล ร็อก ของสะสมจึงเป็นกีตาร์ ตอนนี้มีอยู่ 8 ตัว ตัวที่แพงสุด มูลค่า 2 แสนบาท ซึ่งเป็นรุ่นที่มีเพียง 2 ตัวในไทย นอกจากกีตาร์ ก็มีรถยนต์ที่เป็นเรื่องที่ชื่นชอบอีกอย่างหนึ่ง และเป็นสิ่งที่ตนและน้องชายชอบเหมือนกัน จึงเป็นเรื่องที่พี่น้องมักจะคุยกันได้นานๆ เขาว่าเมื่อก่อนเป็นคนค่อนข้างใจร้อน ทำอะไรไม่ค่อยคิด แต่พอได้เล่นดนตรีก็ช่วยผ่อนคลายความเครียด มีสมาธิจดจ่อกับการเล่นกีตาร์ซึ่งเขาจะเล่นเกือบทุกวันเลย

กานต์ พรพิไลลักษณ์ อายุ 24 ปี

การศึกษา ปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท พรพรหมเม็ททอล

กรรมการผู้จัดการร้าน Beer Factory ผับสไตล์ยุโรป ที่เดอะ ศาลายา

สะสมกีตาร์และเล่นดนตรีเป็นงานอดิเรก