ความท้าทายคือความสนุกในทุกวัน ลูกา แมนชินี

วันที่ 25 เม.ย. 2557 เวลา 09:54 น.
ความท้าทายคือความสนุกในทุกวัน ลูกา แมนชินี
โดย...พุสดี สิริวัชระเมตตา

โลดแล่นในวงการอาหารมานานหลายสิบปี โลดโผนไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ มาในอีกหลายประเทศ แต่ที่หมาย ณ วันนี้ ของ ลูกา แมนชินี อยู่ที่ประเทศไทย ในฐานะเอกเซ็กคิวทีฟเชฟของภารีสา รีสอร์ต ภูเก็ต ทำหน้าที่ดูแลภาพรวมของทั้งห้องอาหารตะลุงไทยและห้องอาหารอิตาเลียนดิอาโวโล่

“ใจผมลึกๆ ยังบอกกับตัวเองว่า ถ้ามีโอกาสผมก็ยังอยากเดินทางไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ แต่นับรวมๆ แล้ว ครั้งนี้ผมปักหลักอยู่ที่เมืองไทยค่อนข้างนาน 9 ปีมาแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมมีครอบครัวอยู่ที่นี่ มีลูกสาวอายุ 4 ขวบ เลยเหมือนว่าผมจะปักหลักอยู่ที่นี่แล้ว” เชฟชาวอิตาเลียนพาร่วมทางไปกับถนนชีวิตของเขาอย่างออกรส

ย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นก่อนจะมาเป็นเชฟ ลูกา เล่าว่า เขาชอบทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก ตอนอายุ 6-7 ขวบ เขาเริ่มสนใจว่าคุณยายทำอาหารอย่างไร เด็กชายตัวเล็กอาศัยครูพักลักจำในการทำอาหารจากคุณยาย แต่ช่วงแรกที่บ้านไม่ค่อยสนับสนุน เพราะมีค่านิยมว่า การทำอาหารเป็นงานของผู้หญิง

“พอเข้าสู่วัยรุ่น ผมไม่ค่อยชอบเรียนหนังสือ เลยคิดว่าเราจะทำอะไรต่อดี ตอนนั้นสิ่งที่ผมชอบ คือ การทำอาหาร เดินทาง และเรียนภาษา ดังนั้นจะมีอาชีพไหนดีไปกว่าเชฟ ผมจึงเริ่มทำงานในครัวตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยเริ่มจากทำอาหารอิตาเลียนก่อน”

 

จากจุดเริ่มต้นของเด็กหนุ่มที่เลือกเส้นทางชีวิตโดยผสานความชอบทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกัน ไม่น่าเชื่อว่าในวัย 22 ปี เขาก็ตัดสินใจจากบ้านเกิดเมืองนอนมุ่งหน้ามายัง อ.ป่าตอง ประเทศไทย เพื่อลงขันกับเพื่อนเปิดร้านอาหารอิตาเลียน แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ประกอบกับเกิดความคิดอยากจะพูดภาษาอังกฤษได้ดีๆ เลยตัดสินใจย้ายไปอยู่ลอนดอน อยู่ 1 ปีก็กลับไปอิตาลี ที่นี่เองทำให้เขาได้มีโอกาสทำงานในภัตตาคารและโรงแรมชั้นนำ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ดีๆ มากมาย ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่โรงแรมในมุมไบเป็นเวลาสั้นๆ

“ช่วงที่อยู่มุมไบไม่รู้คิดยังไง ผมลองเข้าอินเทอร์เน็ต เห็นว่าที่เกาะสมุยรับสมัครเชฟ ผมเลยย้ายกลับมาเมืองไทยอีกครั้ง มาทำงานในร้านอาหารและโรงแรมต่างๆ ทั้งบนเกาะสมุยและภูเก็ต การที่ผมได้มีโอกาสทำงานทั้งในร้านอาหารหรูๆ และโรงแรมห้าดาว ผมพบว่ามีความต่างกันคนละอย่าง ยกตัวอย่างร้านอาหารในโรงแรม เน้นทำตามความต้องการของลูกค้า แต่ร้านอาหารหรูๆ เมนูทั้งหมดจะถูกกำหนดมาแล้วส่วนใหญ่ ซึ่งยากคนละอย่าง”

มาที่ไลฟ์สไตล์วันว่างของเชฟ ลูกา บอกว่า ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ถ้ามีเมื่อไรขอเทให้ครอบครัว นอกจากนี้ก็ชอบไปตกปลา ถ่ายรูป ชกมวย ไปออกกำลังในยิมบ้าง แต่แน่นอนว่า การเข้าครัวยังเป็นงานอดิเรกสุดโปรดของเชฟด้วย แหมว่าจะต้องเข้าครัวเป็นอาชีพทุกวันอยู่แล้ว

“ผมทำเมนูแต่ละวันตามอารมณ์ในวันว่าง ไม่ใช่แค่อาหารอิตาเลียน แต่ผมยังทำอาหารไทยได้ เช่น ยำเนื้อ ข้าวผัด ต้มยำกุ้ง ส่วนเมนูโปรดที่สุดของผม คือ พาสต้า กินยังไงก็ไม่เบื่อ”

ถามว่ามาถึงวันนี้ ได้ลองมีร้านอาหารของตัวเองมาแล้ว ได้ทำงานกับร้านอาหารและโรงแรมใหญ่ๆ มาหลายแห่ง วางแผนอนาคตจากนี้อย่างไร เชฟลูกา ตอบว่า ฝันอยากมีร้านอาหารยังมี แต่ก็ต้องศึกษาให้ดี เพราะเป็นเจ้าของเองบางทีก็ไม่มั่นคงเท่าที่ควร แต่ถ้าโฟกัสตัวงานอย่างเดียว เชฟยืนยันว่า อาชีพนี้สนุก มีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาตลอด ทำให้ไม่เบื่อ จึงสามารถโลดแล่นอยู่ในอาชีพนี้มาได้อย่างยาวนาน