เจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา ผู้เห็นคุณค่าของผ้าไทย

  • วันที่ 24 เม.ย. 2557 เวลา 09:34 น.

เจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา ผู้เห็นคุณค่าของผ้าไทย

โดย...ตุลย์ จตุรภัทรเตย เพ็ญศรี ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร

จากผู้หญิงที่ชอบใช้ของแบรนด์เนม ทุกชิ้นบนตัวเป็นแบรนด์เนมทั้งหมด สู่การเป็นผู้หญิงที่หันมาสนใจผ้าไทยอย่างจริงจัง จนกลายเป็นผู้จัดรายการทอฟ้าผ้าไทย รายการประกวดออกแบบเครื่องแต่งกาย โดยใช้ผ้าไทยเป็นหลัก (ซึ่งผ่านพ้นไปแล้ว 2 ซีซั่น และซีซั่นที่ 3 กำลังจะเริ่มต้นขึ้น) และหันมาแต่งกายด้วยผ้าไทยอย่างชนิดที่เรียกได้ว่า รักแล้วรักเลย

เธอมีชื่อว่า “เจ-เจนิสตาร์ รักษ์สิริโสภา” หญิงสาวร่างเล็ก แต่หัวใจยิ่งใหญ่และมุ่งมั่น

“จุดเริ่มต้นของการเป็นผู้จัดรายการทอฟ้าผ้าไทย เผอิญว่าเจได้มีโอกาสไปเรียนปริญญาโท หลักสูตรบริหารงานวัฒนธรรม สาขาอุตสาหกรรมบันเทิง คณะนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และได้เดินทางไปเรียนรู้งานที่เกาหลี ทำให้ทราบว่าจริงๆ แล้วเขาเอาวัฒนธรรมมาทำเป็นผลงานขาย ซึ่งทุกคนมักเข้าใจว่าเขาตั้งใจขายบันเทิง แต่ไม่รู้ว่าบันเทิงของเขาแฝงมาด้วยวัฒนธรรม โดยที่หลายๆ วัฒนธรรมเดิมทีไม่เคยมีอยู่ เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นใหม่ พอหันกลับมามองบ้านเรา บ้านเรามีวัฒนธรรมอยู่แล้วมากมายหลายอย่าง เจเลยคิดต่อไปว่าจะเอาอะไรมาต่อยอดดีเมื่อมีทางเลือกเยอะ แต่เรารู้ว่าเราชอบอะไร เราชอบแต่งตัว ก็เลยหยิบผ้าไทยออกมาต่อยอด บวกกับไลฟ์สไตล์ และใช้จริตของเราสร้างรายการนี้ขึ้นมา (หัวเราะ)”

เจนิสตาร์ ใช้ความเชื่อที่ว่า การทำรายการนี้ต้องมีการส่งผลในระยะยาว ไม่ใช่ว่าทำกันแทบตาย พยายามจะอนุรักษ์ผ้าไทยกันสุดชีวิต แต่พอมีคนสนใจ กลับกลายเป็นว่าไม่สามารถจะหาซื้อสิ่งๆ นั้นได้

“มันจบเลยนะ เจเลยคิดว่าผ้าไทยควรอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน โดยต้องมีคนนำผ้าไทยมาออกแบบตัดเย็บให้มีความทันสมัยกันมากขึ้น มีร้านขายที่คนซื้อเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น แล้วทุกอย่างจะส่งผลดีในระยะยาว”

ผู้จัดร่างเล็กสวยเก๋ท่านนี้ เผยว่า คำพูดไม่เท่าการกระทำ การทำให้ผ้าไทยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตต้องเริ่มที่ตัวเรา เธอจึงเริ่มต้นหันมาใส่ผ้าไทยที่มีความสวยเก๋และเหมาะกับจริตของเธอ

“เจจะใส่ผ้าไทยทุกวัน โดยเริ่มต้นจากการดีไซน์เอง ส่งตัดเอง พอทำรายการนี้ก็มีน้องๆ ที่เข้าแข่งขันเป็นคนทำให้ รวมทั้งทำให้เหล่าคนดังทั้งหลายด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีของน้องๆ และของการปูทางไปสู่การสร้างผลดีแก่ผ้าไทยในระยะยาว”

 

ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้จัดรายการ เธอมองว่ามันเป็นการได้ผลประโยชน์ร่วมกันจากต้นจนจบ วิถีการประกอบอาชีพสำหรับคนทอผ้าก็จะยั่งยืนต่อไปด้วย

“บ้านเราถึงหน้านา เขาก็จะลงมือทำนา แต่พอหน้าแล้ง เขาก็ต้องหาอย่างอื่นทำ ซึ่งก็คือการทอผ้า ถ้าเขาทอผ้าแล้วเราไปช่วยซื้อ ช่วยสร้างรายได้ให้เขา มันก็ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องเข้ามาหางานทำในเมืองเมื่อถึงหน้าแล้ง เราแค่มีส่วนช่วยให้เขาอยู่รอดได้ อยู่แบบพอเพียงตามที่ในหลวงได้ทรงสอนเท่านั้นพอ”

สำหรับไลฟ์สไตล์ของสาวร่างเล็กแต่จิตใจมุ่งมั่นคนนี้ เธอเผยว่า หนึ่งอาทิตย์เธอจะเหลือเวลาว่างจริงๆ แค่วันอาทิตย์วันเดียว “ปกติเป็นคนชอบเฮฮา สังสรรค์ ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ แต่เมื่อต้องทำงานมากๆ เน้นออกข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ พอมีเวลาพักผ่อนหน่อยร่างกายก็จะถวิลหาบ้าน อยากอยู่บ้าน ชีวิตคนเราพอวัยเปลี่ยน ชีวิตมันก็เปลี่ยนจริงนะ อย่างตอนวัยรุ่นจะไม่ชอบอยู่บ้าน จะอยากออกข้างนอกให้ได้ อยู่บ้านนานๆ แล้วมันจะตาย แม้จะเหนื่อยแค่ไหนก็สามารถเปลี่ยนร่างออกไปปาร์ตี้ต่อได้สบาย แต่พอเข้าสู่วัยทำงานแล้ว เรากลับมองหาที่พักผ่อนหย่อนใจ อยากใช้เวลาอยู่บ้านกับลูกหมาของเราด้วย”

ในส่วนของการดูแลร่างกาย เจนิสตาร์เผยว่า ธรรมชาติของผู้หญิงทุกคนก็จะต้องรักสวยรักงาม “เจทำทุกอย่างทั้งออกกำลังกายเข้าฟิตเนส ทำสปา ขัดตัว เลเซอร์หน้า แบบว่าเป็นคนชอบดูแลตัวเอง จะไม่ยอมปล่อยให้ตัวเองโทรม (หัวเราะ)”

สำหรับเคล็ดลับการแต่งตัวสำหรับคนตัวเล็ก เธอเผยว่า ไม่ใส่เสื้อผ้าแนวสั้นจุ๊ดจู๋ ก็ต้องยาวจนสุดไปเลย “เจว่าคนลักษณะนี้จะไม่สามารถใส่เสื้อผ้าแบบครึ่งๆ กลางๆ ได้เลย อย่างกางเกงห้าส่วน พอใส่ปุ๊บก็จะดูตันปั๊บ และห้ามใส่ชุดที่ทำให้ดูรุ่มร่ามเด็ดขาด ถ้าจะเลือกใส่กางเกงขายาว เสื้อก็ควรต้องสั้น เพื่อทำให้เราดูเพรียว เกิดอยากใส่เสื้อทรงรัดรูป ก็สามารถใส่กับกระโปรงบานได้ ที่สำคัญต้องใส่รองเท้าส้นสูง ทุกคู่ของเจอย่างต่ำคือ 5 นิ้ว จะไม่เลือกใส่รองเท้าที่ไร้ส้นเด็ดขาด เพราะเรารู้ว่าตัวเราเตี้ยนะ เราต้องไม่ทำให้ตัวเราดูเตี้ยสิ สูงแค่ 155 เซนติเมตร ใส่รองเท้าเพิ่มไปอีก 5 นิ้ว เออ มันก็ยังดูแบบโอเคนะ ส่วนใครที่ยังไม่เคยใส่ส้นสูงเลย ให้ลองใส่แบบส้นเตารีดเพื่อหัดเดินไปก่อนให้ชินค่ะ”

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ