ณัฐพล โชติรัตนไพบูลย์ คุมทุกอย่างด้วยสมาร์ทโฟน

  • วันที่ 17 เม.ย. 2557 เวลา 09:05 น.

ณัฐพล โชติรัตนไพบูลย์ คุมทุกอย่างด้วยสมาร์ทโฟน

โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข

หนุ่มหล่อล่ำคนนี้หลายคนอาจคุ้นหน้าคุ้นตาเขามาบ้างแล้วกับงานแสดงละครในบทเล็กๆ บนจอแก้ว เรื่องล่าสุดที่เพิ่งจบไปอย่าง “สามีตีตรา” และเรื่องที่กำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทำอย่าง “รักออกฤทธิ์” และ “ดาวเคียงเดือน” ที่จะได้รับชมในอีกไม่นานนี้ ในจอแก้วเขาอาจมีบทบาทไม่โดดเด่น แต่สำหรับครอบครัวแล้ว เขาคือทายาทหนึ่งในความหวังใหม่แห่งร้านขนมปังวังหลัง ที่จะใช้ความรู้และเทคโนโลยีเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจของครอบครัวเข้าแข่งขันในธุรกิจยุคดิจิทัลอย่างเต็มภาคภูมิ เขาคือ นัทณัฐพล โชติรัตนไพบูลย์

ณัฐพล เล่าถึงการเอาเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาปรับปรุงระบบของร้านขนมปังวังหลังของเขา ว่า แรกเริ่มก็นับเป็นเรื่องที่ต้องแสดงให้ครอบครัวเห็นว่าการทำร้านให้เป็นระบบใหม่นั้นดีอย่างไร ไม่ได้บังคับ แต่ค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ ทำ จนทุกคนเห็นว่าระบบมันโอเคและช่วยทำให้เรามีเวลาบริหารงานอื่นๆ ให้เติบโตไปได้อีกไกล พยายามที่จะหาทางฉีกตัวเองออกจากธุรกิจกงสีเดิมๆ ด้วยการเอาความรู้และเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาธุรกิจให้ดีขึ้น

“สิ่งที่ผมเริ่มทำก็คือการวางระบบการทำบัญชีซื้อขายในร้านให้มีการบันทึกเป็นระบบระเบียบมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีคลาวด์เข้ามาใช้ในการดูบัญชีซื้อขายแบบเรียลไทม์ว่าแต่ละสาขานั้นเป็นอย่างไร ทุกคนในครอบครัวสามารถเปิดดูได้หมด ซึ่งผมเชื่อว่าการทำธุรกิจแม้เราจะไว้ใจกันในหมู่พี่น้อง แต่ก็ควรทำทุกอย่างให้โปร่งใส สามารถเปิดตรวจสอบได้ทุกที่ทุกเวลา

 

อีกอย่างที่ผมใช้ก็คือติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกสาขา แล้วเปิดแอพกล้องวงจรปิดในไอโฟน เพื่อดูว่าแต่ละร้านมีความเรียบร้อยดีไหม ผมมองว่าให้ผมไปนั่งที่ร้าน วันๆ หนึ่งผมคงจะไม่สามารถทำอะไรได้เลยในแต่ละวันนอกจากนั่งเฝ้าร้าน และหากเกิดปัญหาขึ้นมาเราจะมองปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่ตรงจุด เพราะมันใกล้เรามากเกินไป

แต่ถ้าเราถอยห่างออกมาเราจะเห็นภาพรวมของปัญหาได้ชัดเจนขึ้น พอเรามองเห็นเป็นกลุ่มก้อนเราจะหาทางแก้ได้ตรงจุดมากกว่า และการใช้กล้องวงจรปิดก็ช่วยประหยัดเวลาการดูร้านในแต่ละวันได้เยอะมาก แต่ก็จะแบ่งเวลาไปดูแต่ละสาขาเพื่อดูความเรียบร้อยอย่างใกล้ชิด แล้วออกไปหาลูกค้าหรือดูโรงงาน แล้วใช้เวลาที่เหลือเปิดกล้องวงจรปิดดูสาขาอื่น

นอกจากนี้ ผมยังใช้โซเชียลมีเดียในการโปรโมทร้านและเป็นช่องทางในการสื่อสารกับลูกค้า เวลามีข่าวสารหรือมีโปรโมชั่นของทางร้านที่ทำร่วมกับลูกค้าเราก็จะมาบอกผ่านทางแฟนเพจของร้านขนมปังวังหลัง ผมมองว่า เทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้ผมมีเวลาเหลือพอมาดูแลตัวเอง ครอบครัว และงานอื่นๆ ให้ไปด้วยกันได้อย่างสมดุล ให้ชีวิตมีความสุข ผมว่านี่คือหัวใจสำคัญของการใช้ชีวิต” คลื่นลูกใหม่แห่งร้านขนมปังวังหลัง เล่าถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาปรับปรุงระบบธุรกิจครอบครัวให้มีความสะดวกเรียบร้อยมากขึ้น

แล้วเวลาที่เหลือล่ะ หนุ่มนัท เอาไปทำอะไร? เวลาที่เหลือจากธุรกิจครอบครัวและงานแสดงละคร เขาจะเน้นการเข้าฟิตเนสให้ได้สัปดาห์ละ 6 วัน หรืออย่างน้อยๆ ก็ควรได้สัปดาห์ละ 3 วัน เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้ นัทเล่าเสริมว่า จุดเริ่มต้นของการเข้าฟิตเนสเริ่มจากสมัยยังเป็นวัยรุ่นที่หาสิ่งที่ตัวเองถนัดเพื่อสร้างจุดเด่นให้กับตัวเอง จึงลองหันมาเอาดีทางด้านการเล่นกีฬา แล้วก็เล่นได้ดีเสียด้วย พอรู้ว่ามีความสามารถทางด้านกีฬาเกือบทุกประเภทก็ต่อเนื่องมาถึงเรื่องการฟิตกล้ามเนื้อ

 

“การออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสเราควรตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย ว่าเราต้องการอะไรเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเล่น เป้าหมายในการออกกำลังกายของผมคือฟิตหุ่นให้ได้เหมือน คริส อีแวนส์ ผมอยากจะมีรูปร่างแบบเขา ผมก็จะดูว่าเราจะต้องออกกำลังกายส่วนไหนบ้าง ผมก็เล่นมาเรื่อยๆ จนเริ่มได้ใกล้เคียงกับเขาแล้ว เหลือแต่เบิร์นไขมันในร่างกายออกไป

ใช้ความรู้สึกในการประมาณเอาว่าควรออกตรงไหน เท่าไหร่ เพราะผมก็เป็นคนที่เล่นฟิตเนสมานานพอสมควร แต่ถามว่าเครื่องมือพวกนั้นดีไหม ก็ดีสำหรับคนที่อยากเก็บสถิติการออกกำลังกายของตัวเอง แต่อุปกรณ์ที่ช่วยออกกำลังกายที่ผมชอบที่สุดก็คือแอพออกกำลังกายในไอโฟน ซึ่งมีให้เลือกเล่นอยู่หลายแอพ แต่ผมชอบแอพแนะนำท่าออกกำลังกายใหม่ๆ แปลก เพื่อออกกำลังในกล้ามเนื้อมัดเล็ก เพราะการออกกำลังกายจะต้องออกกำลังกล้ามเนื้อให้ครบทุกส่วน ไม่อย่างนั้นก็จะดูไม่สมดุล

อย่างคนเล่นกล้ามท้องเยอะ แต่ไม่เล่นกล้ามเนื้อหลัง มักจะมีอาการปวดหลังก็เพราะกล้ามเนื้อหน้าท้องที่มีแข็งแรงและใหญ่กว่าจะไปดึงหลังที่แทบจะไม่มีกล้ามเนื้อรองรับมาก ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ดังนั้นถ้าเราจะเล่นก็ต้องเล่นให้ครบทุกส่วนเพื่อความแข็งแรงและสมดุลร่างกายที่ดี ซึ่งแอพช่วยออกกำลังกายจะช่วยเป็นเทรนเนอร์แนะนำให้เราในส่วนนี้ เหมาะมากสำหรับคนออกกำลังกาย” นัท เล่าถึงการออกกำลังกายด้วยไอโฟน อุปกรณ์ตัวเดียวกับที่เปิดดูภาพกล้องวงจรปิดและระบบบัญชีของร้าน

นัท ทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีทำให้เกิดความสะดวกสบาย ทำให้โลกเราแคบลง อยากขอบคุณสตีฟ จ็อบส์ ที่คิดไอโฟนขึ้นมา ขอบคุณสหรัฐที่เริ่มต้นคิดค้นระบบอินทราเน็ตจนพัฒนามาเป็นระบบอินเทอร์เน็ตให้เราได้ใช้งานกันทั่วโลก วันนี้ทุกอย่างอยู่ในอินเทอร์เน็ต อยู่ในสมาร์ทโฟน เราอยากจะรู้อะไร เราอยากจะไปที่ไหน เราแค่เปิดสมาร์ทโฟน เปิดอินเทอร์เน็ต เรื่องราวบนโลกที่เราอยากรู้ก็ปรากฏอยู่บนฝ่ามือด้วยเทคโนโลยีล้วนๆ

 

ข่าวอื่นๆ

ข่าวอื่นๆ