เฮนรี ลามี ผู้ชายประกายฝัน

วันที่ 10 เม.ย. 2557 เวลา 09:37 น.
เฮนรี ลามี ผู้ชายประกายฝัน
โดย...จีไอโจ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน&

ดวงตา ใบหน้า รูปร่าง ยิ้มบางๆ ประกายส่องสว่างขึ้นมาทันควันที่ผู้ชายคนนี้ปรากฏตัว

ถ้าเขาไปเดินอยู่ห้างหรู ร้อยทั้งร้อย คนต้องพุ่งปรี่เข้าไปขอถ่ายรูปเขาแน่นอน จากนั้นก็คงถามขึ้นว่า คุณใช่ เจมส์ ฟรังโก หรือเปล่า ด้วยนิสัยขี้เล่นและเป็นกันเอง เขาอาจจะอำต่อขำๆ ผมนี่แหละคือ เจมส์ ฟรังโก

เรื่องของเรื่อง เขาไม่ใช่พระเอกฮอลลีวู้ดชื่อดัง แต่เขาคือ “เฮนรี ลามี” (Henri Lamy) ศิลปินหนุ่มชาวปารีส ผู้มุ่งมั่นกับการทำงานฟิเกอเรทีฟ เพนติ้ง จนได้รับการหมายตาว่า “กำลังมา” ในฐานะจิตรกรไฟแรงที่มีฝีแปรงโดดเด้ง แถมด้วยรูปร่างหน้าตาหล่อขั้นเทพ ก็ยิ่งช่วยเสริมให้เขาป๊อปสุดๆ ณ เวลานี้

“การเข้าวงการบันเทิง อาจไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญสำหรับผม” เฮนรี ย้ำเสียงเข้ม “ผมไม่ได้อยากเป็นดารา แต่ผมอยากเป็นศิลปินมากกว่า เป็นจิตรกรวาดภาพเช่นที่ผมฝันไว้ ซึ่งผมว่ามันคือแนวทางที่ผมจะได้แสดงตัวตนจริงของผมออกมาได้อย่างเต็มที่”

ชัดเจนว่าจะไม่เห็นเฮนรีไปปรากฏในโลกมายา จะเห็นเขาก็แต่วงการศิลปะนี่ล่ะ ที่เจ้าตัวขอลุยงานเต็มที่ โดยเฉพาะปีนี้คิวงานแน่นเอี้ยด ประเดิมที่กรุงเทพฯ ตามคำเชื้อเชิญโมเดิร์น แกลเลอรี่ (เจริญกรุง 36) เพื่อโชว์ฟิเกอเรทีฟ เพนติ้ง จัดไปเมื่อค่ำวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา วาดกันสดๆ โดยมีซุป’ตาร์เมืองไทย “เป้อารักษ์ อมรศุภศิริ” เป็นนายแบบให้

“มันสำคัญมากนะ ถ้าศิลปินจะต้องรู้จักคนเป็นแบบก่อน ส่วนใหญ่แล้วผมจะต้องหาเวลาเจอคนที่เป็นแบบเสมอ สำหรับผม การสื่อสาร ไม่ว่าจะพูดคุย จับมือ หรือสบตา มันล้วนแต่ทำให้ผมได้เห็นอารมณ์ของตัวตนคนคนนั้น และมันก็ไม่เกี่ยวว่าจะทำให้การวาดภาพสวยขึ้นกว่าเดิมหรือไม่”

หลังจบงาน เรานัดเจอกับเฮนรีอีกครั้ง ณ สตูดิโอเฉพาะกิจย่านสี่พระยา “รัตนศิลป์ศก” เขาสวมกางเกงสีฟ้าอมเทาที่เลอะสีอะครีลิก เสื้อทีเชิ้ตสีเทาเข้ากับทรงผมเซอร์ๆ เขากำลังนั่งทำงานท่ามกลางอากาศร้อนของกรุงเทพฯ เสียงรถภายนอกอาคารดังไม่ขาด แต่เฮนรียังคงจดจ่อกับการใช้เกรียงตวัดลงบนผืนผ้าใบ

 

ภาพใบหน้าเด็กชาย ไล่ไปถึงภาพพระพิฆเนศ ถัดไปคือภาพพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางฯ พระบรมราชินีนาถ แม้ยังจะไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่รู้เลยว่าภาพนี้จะสวยงามอย่างยิ่งและสำคัญต่อผู้ชมที่มีโอกาสเข้าชมในนิทรรศการชุดใหม่ ซึ่งเฮนรีจะนำมาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ เดือน มิ.ย.นี้

“ตา จมูก ปาก เป็นสิ่งที่จะต้องมาก่อนส่วนอื่นๆ แต่เหนืออื่นใด การวาดภาพฟิเกอเรทีฟก็ต้องให้ความสำคัญเรื่องอารมณ์ด้วย ส่วนแบ็กกราวด์เป็นแค่องค์ประกอบ ไม่ต้องเน้นรายละเอียดอะไรมาก”

ก่อนจะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง เฮนรีก็ไม่ต่างจากศิลปินคนอื่นๆ มีฝันและออกตามหาฝัน ล้มลุกคลุกคลาน ระหว่างทางก็อาจวอกแวกบ้าง ความสับสนถูกแทรกเข้ามา ความฝันยังคงอยู่มีเต็มเปี่ยม ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เนิ่นนานกว่าคนอื่น แต่ก็คุ้มค่ากว่ากับเวลาที่เสียไป เฮนรีเจอความฝัน เจอสิ่งที่ใช่ ศิลปะนำให้เขาเข้าสู่ความหมายและความงามที่กำลังเปล่งประกายความเก่งในตัวเขาให้เป็นที่ประจักษ์

“ผมเรียนโฆษณา 2 ปี แต่ไม่จบ ผมออกไปเรียนสายบริหารอีก 1 ปี มันก็ไม่ใช่ จนสุดท้าย ผมหันมาเรียนออกแบบผลิตภัณฑ์ จบมาก็ได้ทำงานพักหนึ่ง แต่ระหว่างที่เรียน ผมไม่เคยหยุดวาดภาพเลย ผมสนใจวาดภาพพอร์เทรต เพราะใบหน้าดึงดูดให้ผมหลุดเข้าไปโลกศิลปะ แล้วทฤษฎีเกสตัลท์ (Gestalt Theory) ที่ว่าด้วยเรื่องของรูปทรง มันก็มีผลต่อการทำงานวาดภาพของผมอย่างมาก”

ผลงานภาพฟิเกอร์คนในวงการเพลง อาทิ “จอสส์ สโตน” “จิมมี คลิฟฟ์” “โรเบิร์ต กลาสเปอร์” ที่เฮนรีวาดขึ้น กลายเป็นจุดเด่นที่ผลักดันให้ศิลปินวัย 29 (เกิด 10 ธ.ค. 1985) มีชื่อติดลมบน ความป๊อปของเขากระจายไปทั่ว เขาคือศิลปินที่คนในวงการบันเทิงพูดถึงหนาหู เพราะอยากให้เขาวาดภาพในคอลเลกชั่นส่วนตัว

“การได้วาดภาพผู้คน ไม่ว่าจะดังหรือไม่ดัง ผมได้เรียนรู้อะไรในตัวมนุษย์มากมาย ความแตกต่างของคนสะท้อนออกมาจากแววตา สีหน้า ทางทาง ผมโชคดีที่มีโอกาสเดินทางไปทั่วโลก ทำให้ผมได้เห็นโลกเห็นคนและเห็นวัฒนธรรม แล้วมันยังทำให้ผมอ่านคนออก แม้จะไม่ใช่ทุกคน แต่ก็พอจะเข้าถึงเขาได้ แต่ท้ายที่สุด ผมก็เชื่อว่าการจะเรียนรู้คนไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน แต่มันขึ้นอยู่กับคุณภาพของคนที่เจอมากกว่า”