‘ดูดี 360 องศา’ นพ.ทรงพล มั่นวงศ์วิโรจน์

วันที่ 19 มี.ค. 2557 เวลา 09:11 น.
‘ดูดี 360 องศา’ นพ.ทรงพล มั่นวงศ์วิโรจน์
โดย...วราภรณ์ ภาพ : ภัทรชัย ปรีชาพานิช

คุณหมอทั่วไปบุคลิกมักดูเป็นคนแก่เรียน แต่ทฤษฎีนี้ไม่ใช่กับ ทอมนพ.ทรงพล มั่นวงศ์วิโรจน์ คุณหมอหนุ่มประจำคลินิกอิมเมจินี่ แอนด์ เดซี ดีว่า และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง แผนกผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัย เพราะลุคของเขาหล่อสไตล์หนุ่มเกาหลีเชียวล่ะ เพื่อให้สอดคล้องกับงานที่ต้องดูแลด้านความสวยความงามให้กับทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ซึ่งเป็นงานที่คุณหมอรู้สึกภูมิใจที่ทำให้คนอื่นดูดีขึ้น ช่วยเสริมสร้างความมั่นใจ

“ผมสนใจการดูแลสุขภาพร่างกายตัวเอง และพบว่าใบหน้าสำคัญที่ต้องใช้พบปะผู้คน ใช้ชีวิตในการทำงาน ทุกคนเห็นและเชื่อถือเรา ทำให้ผมสนใจเรื่องผิวหนังมาเรื่อยๆ ทั้งศึกษาให้ลึกเพื่อดูแลตัวเอง คนใกล้ตัวและคนไข้คนอื่นด้วย” คุณหมอเล่าถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้สนใจเรื่องความดูดี

หมอทอมอยู่ในวงการความงามมา 5 ปี พอจะบอกเทรนด์หล่อสวยสไตล์เกาหลีมาแรงมากๆ ฮิตมาหลายปีแล้ว และยังฮิตต่อไป คือ การดูแลผิวหน้า ใบหน้าต้องขาวใส รูปหน้าเป็นรูปวีเชพ เพื่อถ่ายรูปลงโซเชียลมีเดียแล้วดูดี

“เทรนด์ความงามตอนนี้คือ คนอยากมีใบหน้าโฉบเฉี่ยว วีเชพ หน้าเรียวเหมือนดาราเกาหลี สอง คือ อยากมีจมูกที่โด่ง มีสัน จมูกเป็นรูปหยดน้ำ แต่ในฐานะหมอ ผมไม่ดูอะไรเป็นแฟชั่นมาก แต่จะดูเรื่องความงามกับความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ผมจะให้คำปรึกษาเรื่องความงามให้กับคนไข้ เช่น เขาขาดความมั่นใจในจุดไหน ก็จะเสริมให้ดูโดดเด่นขึ้น เพราะใบหน้าแต่ละคนมีจุดเด่นจุดด้อยที่ไม่เหมือนกัน อะไรเป็นจุดด้อยของเขาและเขากังวล เราแก้ไข อะไรเขามั่นใจเราคงสภาพไว้ มากกว่าที่จะทำให้ทุกคนมีหน้าที่เหมือนกัน เพราะทุกคนควรมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เราไม่ควรก๊อบปี้ใคร”

ด้วยเทคโนโลยีด้านความงามที่ทันสมัยมากในยุคนี้ แต่คุณหมอทอมแนะว่า จะเลือกใช้อะไรต้องดูเรื่องความเหมาะสม ปลอดภัย เลือกตรวจสอบสารที่จะนำมาฉีดเข้าร่างกาย ถ้าให้ดีควรสอบถามและศึกษาถึงตัวยานั้นๆ ว่ามีผลต่อร่างกายอย่างไร อีกทั้งเลือกทำให้เหมาะสมกับงบประมาณที่ตนเองมี และควรเลือกคุณหมอที่เชี่ยวชาญในการใช้นวัตกรรมนั้นจริงๆ จึงจะเรียกว่าปลอดภัย

 

ตอนนี้ผู้หญิง 70% นิยมเข้าคลินิกความงาม แต่ผู้ชายก็มีแนวโน้มเข้าคลินิกเพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี

“ทุกคนทุกอาชีพอยากดูดี ยิ่งบางอาชีพที่ต้องพบปะผู้คน รูปร่างหน้าตาจึงสำคัญ ร่างกายเราก็เหมือนไม้แขวนเสื้อผ้า ถ้าไม้แขวนดี คือ รูปร่าง หน้าตาดี ก็ทำให้การแต่งตัวเป็นเรื่องง่ายขึ้น เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้เรารู้สึกมั่นใจ ไปสมัครงานหากเรารูปร่างผิวพรรณดี บริษัทก็อยากเลือกเราไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ยิ่งหน้าที่การงานดีก็ต้องแข่งขันสูง นอกจากเก่งแล้วยังต้องดูดีด้วย ถ่ายรูปอัพไอจียังมีการแต่งรูปได้ แต่ในชีวิตจริงเราต้องดูดีดูสวย 360 องศา และสวยให้ได้ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหน ไม่ว่าเกาหลีหรือคนไทย เป็นแบบนั้น หน้าตาดีมีชัยไปกว่าครึ่ง บุคลิกรูปร่างหน้าตาเป็นเฟิสต์อิมเพรสชั่นเป็นสิ่งแรกที่คนจะมองเห็น”

หมอทอมให้ความสำคัญกับเรื่องบุคลิกภาพ เพราะความน่าเชื่อถือของหมอด้านความสวยความงามอยู่ที่ความดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นอกเหนือจากล้างผิวหน้าให้สะอาดอย่างลึกซึ้ง ทาครีมบำรุงผิวและสารกันแดดทุกวันก่อนออกจากบ้านแล้ว คุณหมอยังให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพกาย ใจ ต้องดูดีโดยองค์รวม รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เลือกรับประทานให้เหมาะสม ออกกำลังกายสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรเป็นอย่างน้อย

“เพื่อสุขภาพผิวและร่างกายที่ดี เราควรเลือกกินให้เหมาะสม เช่น เลือกกินโปรตีนที่ดีจากเนื้อสัตว์สีขาว เช่น เนื้อปลา สลับกับกินธัญพืชก็ได้ สอง หลีกเลี่ยงกินให้น้อย คือ แป้งกับน้ำตาล แม้ให้พลังงานก็จริง แต่กินแล้วอ้วน กลุ่มไขมันของทอดๆ มันๆ ต้องหลีกเลี่ยง สี่และห้า คือ เกลือแร่และวิตามินในผักและผลไม้ต้องกินเสมอๆ กินแล้วดี เพราะมีไฟเบอร์ มีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย เวลาเลือกผักผลไม้ผมมีหลักง่ายๆ รับประทานวิตามินที่อยู่ในผักผลไม้ที่หลากหลาย แต่ละสีของสารอาหารมีสารที่มีประโยชน์ทั้งนั้น ดังนั้นควรกินผลไม้ให้หลากสีในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงอาหารฟาสต์ฟู้ด ไอศกรีมต้องกินให้น้อยลง แต่กินอะไรอย่ากินซ้ำๆ เพราะปัจจุบันมีสารปนเปื้อนก่อมะเร็งในอาหารหลายๆ ชนิด การไม่กินซ้ำจะช่วยทำให้ร่างกายซึ่งมีระบบภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว ช่วยขับสารปนเปื้อนออกมา สุขภาพก็จะดีจากข้างใน”

หมอทอม บอกว่า ที่ละเลยไม่ได้คือ พยายามหางานอดิเรกทำ เพื่อพักผ่อนจิตใจ เมื่อสุขภาพจิตดี สุขภาพดี อายุจะยืนยาวและไม่ทำให้เครียด

“ ทุกอย่างต้องเดินทางสายกลาง ทำงานช่วยเหลือคนอื่น เข้าวัด เข้าหาธรรม เป็นการเสริมจิตใจเราให้แข็งแรงขึ้น ร่างกายเราจะไปถึงจิตวิญญาณด้วย ไม่ว่าเทคโนโลยีความงามก้าวไปแค่ไหน เราต้องรู้จักปล่อยวางเสียบ้าง เราควรจัดสมดุลร่างกายให้ได้ ถือเป็นการลงทุนกับตัวเองที่คุ้มค่าที่สุด”

 

นพ.ทรงพล มั่นวงศ์วิโรจน์ วัย 31 ปี

การศึกษา : ศึกษาจบปริญญาคณะแพทยศาสตร์บัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 2 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาตจวิทยา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

ประกาศนียบัตรการฝึกอบรมทางคลินิก 2013 แผนกผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุนเทนโด กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

สไตล์แต่งตัว : ด้วยหน้าที่การงานและใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่โรงพยาบาลกับคลินิก ยิ่งอาชีพหมอต้องการความน่าเชื่อถือ สำคัญมากๆ สำหรับผมคือการดูแลใบหน้าและบุคลิก เพราะต้องพบปะคนไข้ ลุคหมอต้องดูดี ทันสมัย ดูดีมีสไตล์ ซึ่งคนไข้เวลาเข้ารับการรักษาจะดูลุคของหมอด้วย อย่างในที่ทำงานเราต้องดูดี เรียบหรูมีสไตล์นิดๆ ไม่มากเกินหรือน้อยเกินไป จะลุคเกาหลีเลยก็ไม่ได้ เพราะแฟชั่นเกินไป แต่สำหรับการใช้ชีวิตสไตล์แต่งตัวของเราก็ต้องดูโอเค เช่น สวมเสื้อเชิ้ตเข้ารูป แต่กางเกงขาเดฟมากไม่ได้ ผมใส่กางเกงทรงกระบอกเล็ก ก็ส่งให้เราดูภูมิฐาน หลักง่ายๆ ของการแต่งกาย คือ ให้เหมาะกับกาลเทศะ

แบรนด์เสื้อผ้า : ผมไม่ยึดติดกับแบรนด์มากนัก แต่ที่ใส่บ่อยๆ และเป็นผมมากที่สุดคือ แดปเปอร์ ชอบชุดทำงานของเขา แม้สไตล์จะเรียบๆ แต่ดูดีมีสไตล์เป็นของตัวเอง สูท เชิ้ต มีแฟชั่นเข้ารูปนิดๆ เนี้ยบ ทันสมัย ดูไม่เยอะเกินไป

แว่นตา : สำคัญมากๆ สำหรับผม คือ แว่นตา เป็นสิ่งที่ผมใส่ติดตัวตลอดเวลา ดังนั้นแว่นตาที่ใช้จะต้องเบา เลนส์เห็นชัดที่สุด ใส่สบาย คือถ้าไม่ใส่แว่นก็ไม่ใช่หมอทอม

รองเท้า : รองเท้าแบรนด์โปรดของผมคือ Luige Batani ของอิตาลี ที่ชอบแบรนด์นี้เพราะผมมองว่ารองเท้าอยู่กับเราตลอดเวลา รองเท้าหนังคู่นี้เป็นคู่เก่งของผม รองเท้าที่เลือกต้องสวมใส่สบาย เพราะผมยืนและนั่งนาน เดินทางก็บ่อย ยิ่งเท้าเป็นศูนย์รวมเส้นประสาท ใส่รองเท้าดีก็ทำให้เราสบายที่สุด ผมจะลงทุนกับแว่นตากับรองเท้า เพราะไม่ได้เปลี่ยนบ่อยๆ