‘ยึดความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก’ สไตล์ทำงาน วิชุดา พรรณอุไร

วันที่ 27 ม.ค. 2557 เวลา 14:17 น.
‘ยึดความพอใจของลูกค้าเป็นหลัก’ สไตล์ทำงาน วิชุดา พรรณอุไร
โดย...วราภรณ์/วิศิษฐ์ แถมเงิน

นักบริหารจัดการร่างเล็กบอบบาง แม้จะมีลูกสาววัย 8 ขวบ กำลังน่ารัก แต่หุ่นยังเฟิร์ม เพราะเธอเห็นความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและรูปร่าง ยิ่งทำงานเกี่ยวกับวงการแฟชั่นด้วยการหุ้นกับหุ้นส่วนเปิดร้านเสื้อเชิ้ตดูลี่ ในนามบริษัท ลาลา ดูลี่ ด้วยแล้วก็ยิ่งต้องดูดี

ปัจจุบัน ดูลี่มีร้านจำหน่ายเสื้อเชิ้ตตัดเย็บประณีต 2 สาขา ได้แก่ สุขุมวิท 49 และบนชั้น 2 โรงแรมสยามเคมปินสกี้ เพื่อเน้นการบริการที่ทั่วถึง เพราะปัจจุบันร้านเพิ่มบริการรับตัดด้วย โดยมีวิชุดาดูแลในส่วน รีเทล แมเนเจอร์ มีหน้าที่ทั้งดูแลพนักงาน เทรนพนักงาน ดูแลยอดขาย และการให้บริการลูกค้าที่ดีเลิศ จนปัจจุบันนอกจากดูลี่จะเข้าไปนั่งในใจลูกค้าคนไทยแล้ว ลูกค้าจากทวีปยุโรป เช่น อังกฤษ สแกนดิเนเวีย ก็บินมาซื้อเหมือนกัน

นับกว่า 10 ปีแล้ว ที่เสื้อเชิ้ตดีไซน์เก๋เปิดให้บริการกับลูกค้าระดับเอกซ์คลูซีฟที่ต้องการสวมเสื้อเชิ้ตระดับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกแต่ราคาคนไทย ก็ย่อมมีคู่แข่งตามมา แต่ดูลี่ก็ยังมุ่งมั่นยึดหลักคุณภาพของสินค้า และการไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ มีการพัฒนาสินค้า ออกแบรนด์เพิ่ม คือ แมนส คลับ เมื่อ 3 ปีที่แล้วที่หาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น เซ็นทรัล ชิดลม เพื่อรองรับลูกค้าที่เริ่มวัยทำงาน

“นิยามของดูลี่ คือ เชิ้ตคุณภาพสำหรับผู้ชายที่มีรสนิยม ในราคาสมเหตุสมผล เริ่มแรกเราตั้งใจอยากทำร้านเสื้อเชิ้ตเฉพาะสำหรับผู้ชาย เราเป็นร้านที่นำเสนอความหลากหลายในแง่ของเสื้อเชิ้ต เนื้อผ้าเรานำเข้ามาจากอิตาลี บางลายเราสั่งทอพิเศษ เราจึงค่อนข้างได้เปรียบคู่แข่ง จริงๆ สาเหตุที่เราทำธุรกิจเสื้อเชิ้ตเพราะพาร์ตเนอร์ ซึ่งเป็นผู้ชาย ชอบเสื้อเชิ้ตเพราะชอบแต่งตัว แต่ไม่มีเสื้อเชิ้ตแบรนด์ไทยที่ตอบสนองความต้องการได้เลย ต้องซื้อแบรนด์นอกเท่านั้น นี่คือแรงบันดาลใจแรกที่ทำดูลี่ขึ้น” เรียกว่าเปิดร้านตามความชอบส่วนตัว แต่เพิ่มการบริการแบบไทยๆ และใส่ใจในรายละเอียดเพื่อให้เหมาะกับรสนิยมของคนไทย

“พาร์ตเนอร์ค่อนข้างรู้จุดบกพร่องของสินค้าแบรนด์อื่น และนำมาพัฒนาแก้ไขให้ดีขึ้นในแบรนด์ของเรา เราเน้นดีไซน์ เช่น ใส่เชิ้ตแล้วจะให้ความรู้สึกอย่างไร แม้แบรนด์เราจะเข้มแข็งแล้วแต่ยังหยุดนิ่งไม่ได้ เราต้องทำอะไรในสิ่งที่คู่แข่งต้องทำตาม และเราต้องมูฟเร็วกว่าคู่แข่ง เราพัฒนาไปไม่จำกัด จากสินค้า เรดี้ ทูแวร์ พัฒนามาสู่วัดตัวตัดเรียกว่าเป็นอีกสเต็ปหนึ่งของการทำเสื้อผ้า สามารถตอบสนองลูกค้าได้เฉพาะคนเพราะเรามีออปชั่นเสนอให้ลูกค้ามากมาย สินค้าอื่นๆ ในร้านเราเพิ่มเข้ามา เช่น จากเชิ้ต มีสูทไม่ใช่เฉพาะสูทบิซิเนสธรรมดา แต่มีแคชวลสูทสวยๆ”

อาจเรียกได้ว่า กว่าที่แบรนด์จะเจริญเติบโตก็ต้องมาจากการจัดการที่ดี ซึ่งต้องยกความดีให้วิชุดา เพราะเธอขอเรียกตัวเองว่าเป็นนักบริการ เพราะการทำงานของเธอมองจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก

“เรามีทั้งสินค้าและการให้บริการ ดูลี่เป็นแบรนด์ไทยนัมเบอร์วันที่เป็นแบรนด์เสื้อผ้าชาย เรายึดหลักความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุดเป็นที่ตั้ง บางทีกฎเกณฑ์การทำงานเราต้องมีแบบไม่จำกัด เพราะการแก้ปัญหาให้ลูกค้าใช้กฎเกณฑ์ไม่ได้ ต้องรู้จักแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกพอใจ ต้องใส่ใจในรายละเอียดของการให้บริการ คือ ควรรู้ว่าลูกค้าท่านนี้ความชอบส่วนตัวคืออะไร มีความต้องการอย่างไร เราจะให้บริการลูกค้าแต่ละคนเหมือนกันไม่ได้ เพราะปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม ซึ่งยากแต่ก็ต้องทำ ลูกค้าถึงอยู่กับเรา เพราะเราทำให้เขาได้ สมมติลูกค้าจะไปลองแบรนด์อื่น ถ้าแบรนด์นั้นให้บริการที่น่าพอใจไม่ได้ ลูกค้าจะกลับมาหาเรา”

สำหรับอุปสรรคในการทำงานก็มีบ้าง เช่น การจัดการบุคลากร งานบริการทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับพนักงานของเรา แต่คนเราควบคุมได้ยาก งานจัดการจึงเป็นงานที่เหนื่อย แต่เธอก็มีโจทย์ให้พนักงานในการให้บริการ คือ ให้บริการลูกค้าเหมือนเป็นเจ้าของร้าน

“โจทย์ที่เราทิ้งไว้ให้พนักงาน ทำทุกอย่างในขอบเขตที่เราสามารถเสนอให้ลูกค้าได้ พยายามบริการให้ดีที่สุด แต่พนักงานแต่ละคนก็มีบุคลิกและวิธีการจัดการดูแลลูกค้าคนละแบบ ด้วยอายุพนักงานกับลูกค้า สไตล์ลูกค้ากับพนักงานแต่ละคน

พนักงานบางคนมีความเป็นผู้ใหญ่มาก วิธีดูแลลูกค้าก็อีกแบบหนึ่ง พนักงานคล่องแคล่วอีกแบบหนึ่ง เราใช้สไตล์ของเราบริการลูกค้า จะบริการอย่างไรก็ดีแต่ลูกค้าควรพอใจ เราเน้นมากๆ คือ ความจริงใจ การให้คำตอบอะไรลูกค้า ได้ก็คือได้ ไม่ได้ก็คือไม่ได้ แต่เหตุผลที่จะให้ลูกค้าต้องแน่น อธิบายให้ลูกค้าเห็นภาพว่าทำไมจึงทำไม่ได้ เป็นต้น”

วิชุดา พรรณอุไร

รีเทล แมเนเจอร์ บริษัท ลาลา ดูลี่ และหุ้นส่วน

การศึกษา : มัธยมปลายเซนต์โยเซฟคอนแวนต์

ปริญญาตรี สาขารัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปริญญาโท สาขาการตลาด ที่ ยูนิเวอร์ซิตี้ ออฟ ซานฟรานซิสโก

หลักทำงาน : หลักยึดทำงานคือใช้หลักคำสอนตามพระพุทธศาสนา เช่น เดินทางสายกลาง ทุกอย่างมีเกิดดับ ปัญหาเกิดขึ้นเดี๋ยวก็ดับไป คิดว่าทุกอย่างมีขึ้นมีลง

วิธีคลายเครียด : นั่งสมาธิ เริ่มตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรี มีช่วงหนึ่งว่างเพื่อนเลยชวนไปนั่งสมาธิปฏิบัติธรรมที่วัด เราก็ไปลอง ทำให้เราค้นพบว่าหลักธรรมบางอย่างเราสามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น ควบคุมความโกรธ ความคิดเราฟุ้ง เมื่อมีปัญหามากระทบทำให้เรารู้สึกไม่ดี สมองก็ปรุงแต่งไป คิดฟุ้งว่าทำไมเขาทำกับเราแบบนั้น คิดเยอะ เราจึงต้องรู้จักหยุดความคิด เราก็จะไม่ทุกข์ ร่างกายเราจะเบาสบาย ใจเป็นสุข ฝึกสมาธิคือการฝึกสติ ทำให้เรามีสมาธิในการทำงาน ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะใจไม่ขุ่นมัว

งานอดิเรก : ปัจจุบันหันมาออกกำลังกายและเล่นโยคะ โยคะเชื่อมโยงกับการทำสมาธิ ช่วงฝึกโยคะทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เพราะจิตใจโฟกัสไปกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งกับท่าเคลื่อนไหว ในช่วงที่ออกกำลังกายจะรู้สึกสบายทั้งร่างกายและจิตใจ ไปออกกำลังกายที่เดอะแล็ปจะช่วยเรื่องกล้ามเนื้อ อยากให้กล้ามเนื้อเฟิร์ม แต่ไม่ถึงกับต้องมีกล้าม